
ปฏิรูปรถโดยสาร
โศกนาฏกรรมรถตู้โดยสารเส้นทาง กรุงเทพฯ-จันทบุรี พุ่งชนรถกระบะที่บรรทุกคนมาเช่นกัน บนถนนสาย 344 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้า จ.ระยอง เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ทำให้ชีวิตผู้คนต้องจบลงถึง 25 ศพ ซึ่งเป็นอุบัติเหตุต้อนรับปีระกาด้วยความโศกเศร้าจากครอบครัวของผู้เสียชีวิต
โศกนาฏกรรมรถตู้โดยสารเส้นทาง กรุงเทพฯ-จันทบุรี พุ่งชนรถกระบะที่บรรทุกคนมาเช่นกัน บนถนนสาย 344 อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้า จ.ระยอง เมื่อวันที่ 2 ม.ค. ทำให้ชีวิตผู้คนต้องจบลงถึง 25 ศพ ซึ่งเป็นอุบัติเหตุต้อนรับปีระกาด้วยความโศกเศร้าจากครอบครัวของผู้เสียชีวิต
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอีกครั้งที่เกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่รถสาธารณะ เพราะล่าสุดจากการสืบสวนของตำรวจก็ทำให้เห็นภาพว่า คนขับรถตู้โดยสารคันดังกล่าวอาจจะหลับใน เนื่องจากมีอายุมากถึง 64 ปี กอปรกับการพักผ่อนน้อย เพราะต้องการทำเที่ยวในการวิ่งรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลปีใหม่ จึงทำให้ร่างกายอ่อนเพลียจนเกิดหลับใน
ทั้งนี้แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้นโยบายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กวดขันกันเป็นพิเศษเพื่อลดการสูญเสียในช่วงเทศกาล แต่ปรากฏว่าตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุก็ยังสูง และที่สำคัญคือเหตุการณ์ที่ประชาชนต้องมาสูญเสียชีวิตกับการบริการของรถสาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น
ความจริงภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำต้องเหลียวมามอง และให้ความสำคัญกับการให้บริการรถสาธารณะให้มากขึ้น เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่าแม้จะมีการตรวจสภาพผู้ขับรถโดยสารสาธารณะในทุกช่วงเทศกาล และเป็นข่าวที่แพร่กระจายออกไปเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้เดินทาง แต่เอาเข้าจริงแล้วตรวจกันอย่างครบถ้วนแล้วหรือไม่ เพราะได้เกิดอุบัติเหตุทุกปี
นอกจากนี้ ผู้ประกอบการเองก็เช่นกัน ต้องหันมาสนใจสุขภาพของผู้ขับขี่ในสังกัดตนเองให้เพียงพอก่อนจะออกไปให้บริการผู้โดยสารแล้วหรือยัง เพราะจากเหตุที่เกิดขึ้นล่าสุดที่ต้องสูญเสียไปถึง 25 คน จะไม่เกิดขึ้น หากผู้ขับได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ
ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่สามารถควบคุมได้หากผู้ที่เกี่ยวข้องในการให้บริการ ทั้งภาครัฐที่ต้องเข้มงวดควบคุมผู้ประกอบการ ผู้ขับให้บริการปฏิบัติตามหน้าที่ของตนเองอย่างเข้มงวด เพื่อมอบความปลอดภัยให้กับประชาชนที่มาใช้บริการ
ขณะเดียวกัน ภาครัฐต้องทบทวนแนวทางการป้องกัน ที่มุ่งเน้นไปในเรื่องของการเมาแล้วขับในช่วงเทศกาล และควบคุมอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับความผิดดังกล่าวที่นำไปสู่อุบัติเหตุบาดเจ็บล้มตายบนท้องถนน ซึ่งอาจละเลยในเรื่องของสุขภาพ ความพร้อม การพักผ่อนที่เพียงพอของผู้ให้บริการ เพราะนำไปสู่อุบัติเหตุใหญ่ได้ไม่ต่างจากการดื่มแล้วขับด้วยเช่นกัน
ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่ภาครัฐต้องปฏิรูปการให้บริการรถสาธารณะทุกประเภทอย่างจริงจังเสียที ตั้งแต่เรื่องของผู้ประกอบการ ผู้ขับขี่ ซึ่งจะต้องมีความเข้มงวดทั้งเรื่องสภาพของยานพาหนะ ใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ และสุขภาพของผู้ขับขี่ว่ามีความพร้อมจะให้บริการหรือไม่ซึ่งจะต้องมีการประเมินกันเป็นระยะ และหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเพราะผู้ประกอบการรายใดประมาทหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ก็ให้มีโทษสถานหนัก
เรื่องนี้รัฐบาลจะต้องเอาจริงในการควบคุม สร้างความปลอดภัยในการเดินทางให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม อย่าให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ผ่านเลยไป แต่ต้องใส่ใจและศึกษาเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียขึ้นในอนาคตอีกเป็นอันขาด







