
เศรษฐกิจเครื่องติด ลุ้นปีหน้าโตเกินคาด
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง
ไม่มีอะไรเกินคาดการณ์สำหรับเศรษฐกิจปี 2559 น่าจะขยายตัวได้ 3.2-3.3% ตามที่กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ไว้
หากย้อนกลับไปดูก็จะพบว่า อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ออกมาระบุตั้งแต่กลางปี 2559 แล้วว่าเศรษฐกิจไม่ต้องมีมาตรการอะไรเพิ่ม เศรษฐกิจปีนี้ก็โตได้มากกว่า 3% แต่รัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจขยายตัวได้มากกว่านั้น จึงมีการติดตามเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เมื่อเห็นว่าเศรษฐกิจกลุ่มไหนอ่อนแรงหรือได้รับความเดือดร้อนก็จะออกมาตรการเข้าไปเติมช่วยเหลือทันที
ดังนั้น จะเห็นว่าเมื่อมีสัญญาณเศรษฐกิจอ่อนแรงในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ รัฐบาลจึงมีการออกมาตรการเพื่อเติมเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจแบบเต็มกำลัง ทั้งการเติมเงินกองทุนหมู่บ้าน แจกเงินผู้มีรายได้น้อย ออกมาตรการลดหย่อนภาษีจากการเที่ยวช็อปช่วยชาติส่งท้ายปีเก่า ก็เพื่อกระตุ้นการบริโภคเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจในเมืองให้ฟื้นตัวขึ้นมา โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการรักษาแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจปีหน้าไม่ให้ตก เพื่อส่งต่อไปยังเศรษฐกิจในปีหน้าให้ขยายตัวได้ต่อเนื่อง
ล่าสุด กระทรวงการคลังแถลงตัวเลขเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ย. 2559 จะเห็นว่ามีสัญญาณเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวชัดเจนหลายตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องการเห็นหลังจากที่พยายามทุกทางทุกมาตรการเพื่อให้แรงขับเคลื่อนในทุกเครื่องยนต์เศรษฐกิจกลับมาทำงานได้เต็มกำลัง
กระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจการคลังเดือน พ.ย. 2559 ปรับตัวดีขึ้น โดยได้รับปัจจัยบวกจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวได้สูงถึง 10.2% ต้องถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีมากหลังจากการส่งออกของไทยขยายตัวติดลบมาหลายปี ซึ่งถือว่าเป็นตัวฉุดการขยายตัวเศรษฐกิจอย่างมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เมื่อการส่งออกกลับมาขยายตัวได้ดี เศรษฐกิจไทยต่อจากนี้ก็จะขยายตัวมากขึ้นตามไปด้วย
ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนในเดือน พ.ย. การใช้จ่ายปรับตัวดีขึ้นเมื่อดูจากการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต ขยายตัวได้ 2.1% เทียบกับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีหลายเดือนที่ภาษีแวตขยายตัวติดลบแสดงให้เห็นว่าการบริโภคชะลอ แต่ล่าสุดการเก็บภาษีแวตกลับมาขยายตัวแสดงให้เห็นว่ามาตรการกระตุ้นการบริโภคที่ดำเนินการมาก่อนหน้านี้เริ่มออกดอกผล
นอกจากนี้ เมื่อดูจากยอดขายรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันที่ 10.6% ต่อปี โดยเป็นการขยายตัวทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ขยายตัว 12.2% และเขตภูมิภาคที่ขยายตัว 4.1% ยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าการบริโภคภาคเอกชนฟื้นตัวชัดเจน และกระจายตัวทั้งในเมืองและต่างจังหวัด
สัญญาณทางเศรษฐกิจที่สำคัญมากในเดือน พ.ย. อีกหนึ่งตัวคือการเบิกจ่ายภาครัฐยังคงสนับสนุนเศรษฐกิจต่อเนื่อง การใช้จ่ายของรัฐบาลโดยเฉพาะรายจ่ายลงทุนยังคงขยายตัวสูงถึง 89.8% ทำให้รายจ่ายลงทุนในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 ขยายตัวที่ 40.9% ต่อปี ซึ่งเป็นผลจากมาตรการเร่งรัดการเบิกจ่ายของรัฐบาล ที่ให้มีการเบิกงบลงทุนโครงการขนาดเล็กให้ได้ภายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ หรือภายในสิ้นปีนี้
การลงทุนภาครัฐถือเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการพยุงเศรษฐกิจที่ผ่านมา แต่สำหรับปีหน้าจะเป็นเครื่องยนต์ที่ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้มากกว่าเป้าหมายที่กระทรวงการคลังและ ธปท.ตั้งไว้
3.2-3.4% โดยอภิศักดิ์ ประเมินว่าการลงทุนขนาดใหญ่โดยเฉพาะโครงการคมนาคมขนส่งในปี 2560 จะเดินหน้าเซ็นสัญญาได้ถึง 8-9 แสนล้านบาท จะมีการเบิกเงินลงทุน 1.6 แสนล้านบาท รวมกับโครงการลงทุนอื่นๆ จะทำให้มีการเบิกจ่ายงบลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานในปีหน้าถึง 2.2 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ จะมีเงินลงทุนของรัฐวิสาหกิจตามแผนปกติของปีหน้าอีก 4 แสนล้านบาท การลงทุนระยะกลางและระยะสั้นจากงบเพิ่มเติมกลางปี 1.6 แสนล้านบาท ซึ่งจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจปีหน้าโตกว่าที่ประมาณการไว้
ขณะที่การเก็บรายได้ของประเทศที่เป็นกำลังสนับสนุนการเบิกจ่ายของประเทศให้คล่องตัวและมีความเพียงพอ ก็อยู่ในแนวโน้มที่ดี โดยผลการจัดเก็บในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 จัดเก็บได้ 3.69 แสนล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 2 หมื่นล้านบาท หรือ 5.6% และสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 6.5% ทำให้คลังมั่นใจว่าจะเก็บรายได้ทั้งปีงบประมาณได้ตามเป้าหมาย ไม่มีปัญหากับการเบิกจ่ายเพื่อผลักดันเศรษฐกิจของประเทศในปีหน้า
ที่สำคัญไม่แพ้ไปกว่าการลงทุนภาครัฐ คือการลงทุนภาคเอกชนที่ในปีนี้ไม่ยอมขยับทั้งที่มาตรการลดหย่อนภาษีจากการลงทุน 2 เท่า แต่จากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม (TISI) ในเดือน พ.ย. 2559 กระทรวงการคลังแถลงออกมา พบว่าปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันที่ระดับ 87.6 และเป็นระดับที่สูงที่สุดในรอบ 20 เดือน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความคาดหวังของผู้ประกอบการต่อมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในช่วงปลายปี ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็มีการจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นยอดขายในหลายอุตสาหกรรมในช่วงสิ้นปี ทำให้มีการผลิตเพื่อรองรับกับบรรยากาศการใช้จ่ายภายในประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
สมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ออกมาแสดงความมั่นใจว่าจากการเร่งลงทุนของภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ รวมถึงการทำงบประมาณกลางปีเพิ่มเติม ทำให้ภาคเอกชนอยู่นิ่งเฉยไม่ยอมลงทุนได้ต่อไป โดยคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนในปีหน้าจะมีอย่างน้อย 2 แสนล้านบาท ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้ 4% ซึ่งเป็นขั้นต่ำของการขยายตัวเศรษฐกิจของไทยให้ได้เต็มศักยภาพที่ควรอยู่ที่ 4-5%
ขณะที่ กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยเดือน ธ.ค. 2559 ยังขยายตัวได้ต่อเนื่องจากการส่งออกและการบริโภค ซึ่งจะเป็นโมเมนตัมที่สำคัญในการขยายตัวเศรษฐกิจปีหน้า
จากแนวโน้มภาวะเศรษฐกิจทั้งหมดที่ดีขึ้น แม้ว่ายังห่างไกลที่จะทำให้เศรษฐกิจปีหน้าโตได้เต็มศักยภาพ 4-5% แต่การทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้กว่าที่คาดการณ์ไว้เดิม 3.2-3.4% ไม่ใช่เรื่องยาก ซึ่งการทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้าโตได้เกินคาด จะส่งผลดีกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนไทยให้กลับมาขยายตัวได้เต็มที่และเป็นหัวจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวได้ระดับสูงเต็มศักยภาพในปีต่อไป







