
บีโอไออนุมัติลงทุน2.4หมื่นล.
บอร์ดบีโอไออนุมัติลงทุน 6 โครงการใหญ่ 2.4 หมื่นล้าน วางกรอบ 5 มิติ ขับเคลื่อนลงทุนปี 2560
บอร์ดบีโอไออนุมัติลงทุน 6 โครงการใหญ่ 2.4 หมื่นล้าน วางกรอบ 5 มิติ ขับเคลื่อนลงทุนปี 2560
ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มติเห็นชอบส่งเสริมการลงทุน 6 โครงการ วงเงินลงทุน 2.44 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ประกอบด้วย นายหวังเสี่ยวซู่ ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตลวดเหล็กที่ จ.ชลบุรี วงเงิน 5,130 ล้านบาท โครงการนี้มีบริษัท เจียงซู ซิงต๋า สตีล คอร์ด ผู้ผลิตลวดเหล็กรายใหญ่ของจีนเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ บริษัท กรุงเทพ ซินธิติกส์ ได้รับส่งเสริมกิจการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี วงเงิน 6,855 ล้านบาท ตั้งโครงการที่ จ.ระยอง บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล ได้รับส่งเสริมกิจการขนถ่ายสินค้าสำหรับเรือเดินทะเล วงเงิน 2,004 ล้านบาท ตั้งโครงการที่ จ.ระยอง
นอกจากนี้ บริษัท สายการบินนกสกู๊ต ได้รับส่งเสริมกิจการขนส่งทางอากาศ 2 โครงการ ขนส่งผู้โดยสารและพัสดุภัณฑ์ และไปรษณีย์ เส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ ใช้เครื่องบินแบบโบอิ้ง 777-200 จำนวน 7 ลำ เงินลงทุน 8,760.5 ล้านบาท และบริษัท เหมราชสระบุรีที่ดินอุตสาหกรรม ได้รับส่งเสริมกิจการเขตอุตสาหกรรม เงินลงทุน 1,714 ล้านบาท ตั้งโครงการที่ จ.สระบุรี
ด้าน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในปี 2560 บีโอไอจะดำเนินการขับเคลื่อนการส่งเสริมการลงทุนโดยยึดกรอบ 5 มิติหลัก ให้สอดคล้องการพัฒนาสู่ไทยแลนด์ 4.0 คือ 1.การพัฒนาบุคลากร เน้นพัฒนานักวิจัยจากความร่วมมือหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา
2.พัฒนาวิสาหกิจ ส่งเสริมตั้งแต่ระดับสตาร์ทอัพจนถึงระดับที่ใช้นวัตกรรม 3.สนับสนุนอุตสาหกรรมเป็นรายเซ็กเตอร์ 4.ด้านเทคโนโลยี จะเน้นดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและสถาบันวิจัย 5.การสร้างโครงสร้างพื้นฐานรองรับนักลงทุนที่รัฐบาลส่งเสริม เช่น ระบบราง ศูนย์ประชุม ระบบดิจิทัล และซอฟต์แวร์ เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม คาดว่าการลงทุนในปีหน้าจะได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับใหม่ที่จะบังคับใช้ ได้แก่ พ.ร.บ.ส่งเสริมการลงทุน ซึ่งผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติแล้ว พ.ร.บ.เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และ พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ยอดคำขอรับส่งเสริมการลงทุนของบีโอไอช่วง 11 เดือน ในปี 2559 มีมูลค่า 5 แสนล้านบาท สำหรับยอดคำขอส่งเสริมในปี 2560 ตั้งเป้าไว้ที่ 6 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเอฟดีไอ 40% หรือประมาณ 2.4 แสนล้านบาท







