
ข่าวสั้น
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า
ดีเอสไอไล่เช็กบัญชีข้าราชการเอี่ยวแก๊งเงินกู้
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ดีเอสไอกำลังตรวจสอบรายชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการปล่อยหนี้นอกระบบรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ของนายวิชัย ปั้นงาม หลังจากถูกเจ้าหน้าที่เข้ายึดอายัดทรัพย์สินกว่า 150 ล้านบาท และพบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐบางคนเข้าไปเกี่ยวข้อง เบื้องต้นพบว่ารายชื่อส่วนใหญ่เป็นชื่อเรียกขานในวงการ เช่น จ่าดำ จ่าแดง ฯลฯ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ หากหลักฐานเชื่อมโยงถึงใครก็ดำเนินคดีตามกฎหมาย
เปิดโครงการ “ฝากบ้านไว้กับตำรวจ”
พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยว่า จะเริ่มเปิดโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจในช่วงเทศกาลปีใหม่ ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 2559-3 ม.ค. 2560 โดยจะระดมกำลังตำรวจกว่า 1.5 แสนนายทั่วประเทศ ลงพื้นที่ดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน พร้อมขอความร่วมมือจากเจ้าของบ้านที่เข้าร่วมโครงการ หากสามารถติดตั้งกล้องวงจรปิดที่มีความชัดเจนอย่างน้อย 1 ตัว จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลความปลอดภัยระหว่างตำรวจและเจ้าบ้านได้เป็นอย่างดี
หมายจับหนุ่มขายพลุให้กลุ่ม “อุลตร้าฯ”
ศาลจังหวัดลำปางได้อนุมัติหมายจับ นายวรพล เสือสกุล อายุ 38 ปี ชาว จ.ลำปาง ในข้อหา “นำเข้ามาผลิตและมียุทธภัณฑ์ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากปลัดกระทรวงกลาโหม ขณะนี้ นายวรพล ได้ติดต่อเข้ามาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งจะเดินทางเข้ามามอบตัวและให้ข้อมูลเพิ่มเติมในช่วงเที่ยงวันที่ 25 ธ.ค. หลังผู้เกี่ยวข้องให้การซักทอดว่าซื้อพลุแฟลร์จากนายวรพล ที่ใช้จุดเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.ในการแข่งขันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศเอเอฟเอฟ ซูซุกิ คัพ (AFF Suzuki Cup 2016) ระหว่างทีมชาติไทยและทีมชาติอินโดนีเซีย ส่วน นายประพจน์ ปานโพธิ์ทอง แกนนำกองเชียร์กลุ่มอุลตร้าไทยแลนด์ เข้าพบตำรวจที่ สน.หัวหมาก โดยให้การปฏิเสธก่อนจะประกันตัวไปในชั้นพนักงานสอบสวน
ช็อปสินค้าโอท็อปพุ่ง 600 ล้าน
นายทวีป บุตรโพธิ์ รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า ยอดขายสินค้า “OTOP City 2016 ของขวัญภูมิปัญญาไทย ใต้ร่มพระบารมี” ที่ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 18-26 ธ.ค. 2559 โดยรวม 6 วัน มียอดขายรวมกว่า 600 ล้านบาท มีจำนวนผู้เข้าชมงาน รวมทั้งสิ้น 270,387 คน โดยคาดว่าตลอดการจัดงาน 9 วัน ยอดการจำหน่ายสินค้าโอท็อปจะมากกว่า 1,000 ล้านบาท หรือเกินเป้าหมายที่ได้วางไว้
สำหรับสินค้าที่ประชาชนให้ความสนใจและเลือกซื้อเป็นอันดับแรก คือ กลุ่มผ้าและเครื่องแต่งกาย 224,001,275 ล้านบาท รองลงมา กลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 106,319,210 ล้านบาท กลุ่มของใช้ ของประดับตกแต่ง 84,550,105 ล้านบาท กลุ่ม OTOP Bestseller 85,158,127 ล้านบาท ตามลำดับ







