posttoday
คสช.กับอนาคตประเทศไทย

คสช.กับอนาคตประเทศไทย

25 ธันวาคม 2559

ชื่อเรื่องวันนี้อาจดูใหญ่แต่เนื้อในเล็กๆ ถ้าเป็นไปตามโรดแมปที่ คสช. “กล่อมขวัญ” คนไทยเรื่อยมาว่า

โดย...ทวี สุรฤทธิกุล

ชื่อเรื่องวันนี้อาจดูใหญ่แต่เนื้อในเล็กๆ

ถ้าเป็นไปตามโรดแมปที่ คสช. “กล่อมขวัญ” คนไทยเรื่อยมาว่า จะมีเลือกตั้งภายในปี 2560 นี้ “อย่างแน่นอน” ก็คงจะมีเวลาอีกไม่นานที่ คสช.จะอยู่ในอำนาจ แต่หลายคนเชื่อว่า แม้ คสช.จะไม่เล่นการเมืองด้วยการลงเลือกตั้งหรือเข้ามามีตำแหน่งทางการเมืองโดยตรง แต่ คสช.ก็จะคงมีอิทธิพลหรือคอยกำกับควบคุมอยู่ภายนอก รวมถึงที่จะส่ง “นอมินี” มากุมอำนาจไว้ในส่วนต่างๆ ของระบบการเมือง ทั้งในรัฐสภาและรัฐบาล ที่ว่ากันว่าอาจจะมีอำนาจต่อไปอีกเป็นสิบๆ ปี

ข้อสังเกตนี้เห็นได้ชัดเจนในร่างรัฐธรรมนูญที่อาจจะได้ใช้เร็วๆ นี้ ในส่วนที่เรียกว่า “ยุทธศาสตร์ชาติ” ถึงขั้นที่ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อการจัดทำและบริหารจัดการยุทธศาสตร์ชาตินั้นขึ้นเป็นการเฉพาะ โดยในการทำแผนยุทธศาสตร์เพื่อการพัฒนาชาติในด้านต่างๆ นี้ ได้กำหนดระยะเวลาไว้ถึง 20 ปี ทั้งนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์แห่งชาตินี่เองอาจจะมีคนของ คสช.เข้ามาร่วมด้วยอยู่จำนวนหนึ่ง และคงจะต้องเป็นคนที่มีอิทธิพลมากจึงจะสามารถทำหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายนั้นได้อย่างเข้มแข็ง ซึ่งเราก็ต้องคอยดูต่อไปว่าจะเป็นใคร โดยมีคนคาดเดาว่า น่าจะเป็น “บิ๊กๆ” ใน คสช.เองนั่นแหละ

ผู้เขียนไม่ได้กังวลเรื่องการคงอยู่ในอำนาจต่อไปของ คสช. แต่อยากร่วมให้ข้อมูลแก่ผู้คนที่มีความห่วงใยในอนาคตของประเทศ ว่ารูปแบบการบริหารประเทศนั้นมีหลายวิธี ซึ่งในทางวิชารัฐศาสตร์ที่มองการบริหารสืบเนื่องเข้าด้วยกันกับรูปแบบของการเมืองการปกครองในประเทศต่างๆ จะมี 3 วิธีใหญ่ๆ คือ บริหารด้วยแผน บริหารด้วยวิสัยทัศน์ และบริหารด้วยอุดมการณ์

“การบริหารด้วยแผน” เป็นที่นิยมอยู่ในประเทศที่มีการปกครองแบบสังคมนิยม รวมถึงประเทศเผด็จการและประเทศคอมมิวนิสต์ โดยเฉพาะในประเทศที่เป็นคอมมิวนิสต์นี้จะเน้นไปในด้านเศรษฐกิจและสังคม โดยเรียกระบบการบริหารแบบนี้ว่า “เศรษฐกิจและสังคมโดยการวางแผน” สำหรับประเทศไทยก็เกือบจะมีการปกครองแบบนี้ในสมัยที่คณะราษฎรเสนอ “สมุดปกเหลือง” หรือเค้าโครงเศรษฐกิจของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม อย่างไรก็ตามหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สหรัฐอเมริกาก็ได้ใช้ระบบการวางแผนนี้มาขยายความช่วยเหลือเพื่อหาพันธมิตรมาร่วมต่อต้านคอมมิวนิสต์ ซึ่งไทยก็ยินดีเข้าร่วมอันเป็นที่มาของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มีมาตั้งแต่ปี 2504 นั้น แต่ปัจจุบันได้ลดความสำคัญลงไปจนเกือบจะหมดสิ้นแล้ว

“การบริหารโดยวิสัยทัศน์” เป็นรูปแบบของการจัดการรัฐแนวใหม่ ที่ตำราฝรั่งเรียกว่า New Public Administration [NPA] หรือที่ผู้นำไทยตั้งแต่ยุค “ตาดูดาวเท้าติดดิน” (อดีตนายกฯ หนีคดี) เรียกว่า “การบริหารโดยยุทธศาสตร์” โดยจะต้องมีการกำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ตลอดจนการวิเคราะห์ 4 ด้าน คือ จุดอ่อน จุดแข็ง ภัยคุกคาม และโอกาส ที่เรียกว่า SWOT ว่ากันว่าเป็นการบริหารที่ประเทศประชาธิปไตยทั้งหลายใช้กันอยู่ อย่างไรก็ตาม การบริหารแบบนี้จะเน้นการแข่งขันหรือเปรียบเทียบกัน นัยว่าจะทำให้มีการพัฒนาร่วมกันไปในภาคส่วนต่างๆ ซึ่งในกรณีของประเทศไทยก็ทำให้เรามี “ความทุกข์” หลายประการ เพราะองค์กรและหน่วยราชการจะต้องถูก “บีบเค้น” ให้แสดง “สมรรถนะ” ประกวดกัน จนไม่เป็นอันพัฒนาประเทศตามปกติ

“การบริหารด้วยอุดมการณ์” เป็นการบริหารด้วยความคาดหวังของผู้คนในสังคม มักจะเกิดขึ้นในคราวที่มีวิกฤตหรือเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง โดยมักจะมีลักษณะของการชี้นำ เนื่องจากในวิกฤตดังกล่าวก็จะต้องมีผู้มาแก้วิกฤต อย่างที่เรียกว่า “วีรบุรุษ” บ้าง “อัศวินม้าขาว” บ้าง ซึ่งผู้นำนี่เองที่จะออกมากำหนดอุดมการณ์หรือความคาดหวังนั้นให้แก่สังคม โดยเฉพาะในการสร้างชาติหรือเพื่อแก้ไขวิกฤตดังกล่าว อย่างกรณีของประเทศไทยก็อย่างเช่น อุดมการณ์ “โลกพระศรีอาริย์” ตอน เปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 หรือ “เชื่อผู้นำชาติพ้นภัย” ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม หรือ “โชติช่วงชัชวาล” ในสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นต้น ทั้งนี้จะประสบความสำเร็จได้ก็ด้วย “ความชอบธรรม” ของผู้นำนั้นๆ เป็นสำคัญ

หันมาดูวิธีการบริหารประเทศของ คสช.จะพบว่าใช้ทั้ง 3 รูปแบบนี้ผสมผสานกัน เริ่มต้นนั้น คสช.ได้อำนาจมาด้วยการทำรัฐประหาร อันเป็นผลมาจากวิกฤตของประเทศที่มีความขัดแย้งของกลุ่มมวลมหาประชาชน (กปปส.) กับกลุ่มคนเสื้อแดงและ นปช. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมากู้วิกฤต แล้วปกครองโดยคณะรัฐประหารที่เรียกว่า คสช.นี้ ซึ่งอุดมการณ์ที่ใช้ก็คือ “ปฏิรูปประเทศ” ด้วยความชอบธรรมในฐานะผู้ได้ครอบครองรัฏฐาธิปัตย์เพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ในขณะที่สภาพการบริหารราชการและหน่วยงานของรัฐเป็นการดำเนินการภายใต้แนวคิดการบริหารภาครัฐแนวใหม่ที่มีมากว่าสิบปีนั้น ที่ประกอบด้วยยุทธศาสตร์และเป้าหมายต่างๆ ตามที่ผู้มีอำนาจในแต่ละยุคนั้นจะกำหนด ซึ่งก็ได้ผลอย่างลุ่มๆ ดอนๆ เนื่องจากการปรับตัวอย่างยากลำบากของระบบราชการไทยที่เป็นเช่นนั้นเสมอมา

ในขณะเดียวกัน คสช.ก็มีแนวคิดที่จะใช้การบริหารด้วยการวางแผน ถ้ามองในทางทฤษฎีอย่างที่ได้กล่าวมาก็เข้ากันได้กับความต้องการเป็น “ผู้ควบคุม” เพราะปัญหาของประเทศไทยมีมากและรุนแรงมากๆ ทั้งสิ้น โดยที่เราก็เห็นแนวเหล่านี้ออกมาเป็นระยะ นับตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญที่เขียนไว้อย่างเคร่งครัดและรัดกุม

อันส่งผลถึงกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เช่น กฎหมายพรรคการเมืองและการเลือกตั้งที่บรรดานักการเมืองต่างก็พากันออกมา “ร้องโอ๊ย” เพราะเต็มไปด้วยมาตรการที่แข็งกร้าวพร้อมด้วยบทลงโทษที่รุนแรงหากละเมิด

แน่นอนว่าการที่ คสช.มีแนวคิดกำหนดยุทธศาสตร์ของประเทศไปอย่างน้อย 20 ปีตามที่กำหนดไว้ในร่างรัฐธรรมนูญด้วยแล้ว ก็ย่อมแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า จะต้องมีการใช้ “ยาแรง” นี้ไปอีกนาน

สาธุ ขอให้ “คุณหมอ คสช.” ทำได้จริงๆ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69