
เหนือยังระทมจมน้ำ-ดินถล่ม-นาไร่พังยับ
...ทีมข่าวภูมิภาค
สถานการณ์น้ำท่วมยังถล่มภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง โดยตั้งแต่คืนวันที่ 30 ส.ค. ฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันในเขตพื้นที่ อ.เมือง และแจ้ห่ม จ.ลำปาง ทำให้เกิดเหตุดินสไลด์ถล่มบริเวณถนนติดสันเขาเข้าบ้านปู่จ้อย หมู่ 6 ไปถึงหมู่ 7 ต.บ้านแลง อ.เมือง จ.ลำปาง ส่งผลให้ถนนเข้าหมู่บ้านระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร มีดินถล่มทับเส้นทางและยังมีต้นไม้ที่ติดแนวสันเขาล้มระเนระนาดลงมาขวางถนนกว่า 20 จุด เป็นแนวระยะทางยาวกว่า 4 กิโลเมตร
ขณะเดียวกันชาวบ้านกว่า 30 คน ต้องช่วยกันนำจอบและเสียมมาขุดดินตามแต่ละจุดที่ดินสไลด์ลงมา เพื่อเปิดทางเข้าไปในหมู่บ้านกันอย่างเร่งด่วน เพราะบุตรหลานยังไม่สามารถเดินทางไปโรงเรียนได้ แต่เหตุการณ์ในพื้นที่ยังไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากฝนตกอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าน่าจะเกิดดินถล่มลงมาอีก จึงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งหากฝนยังตกลงมามากกว่านี้ น่าจะเกิดอันตรายในหมู่บ้านได้ จึงได้ให้มีการเตรียมพร้อมอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง
ส่วนที่ จ.แม่ฮ่องสอน ชาวบ้านนามะปิน หมู่ 11 ต.ปางหมู อ.เมือง ได้ร่วมกันออกค่าใช้จ่ายว่าจ้างรถแบ็กโฮจำนวน 2 คัน เข้ามาขุดลอกลำห้วยแม่ฮ่องสอนที่ไหลผ่านหมู่บ้าน หลังน้ำป่าทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายกว่า 20 หลังคาเรือน เพื่อให้น้ำป่าไหลได้สะดวกขึ้น ตลอดทั้งป้องกันน้ำป่าเอ่อล้นตลิ่ง โดยไม่ต้องรองบประมาณจากรัฐบาลเพราะเป็นเรื่องเร่งด่วน หากชาวบ้านต้องรอความช่วยเหลือจากภาครัฐคงรออีกนาน
ด้าน จ.พิจิตร น้ำท่วมยังคงขยายวงกว้าง เนื่องจากมีน้ำจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ไหลเข้าท่วม ภายในเขตเทศบาล ต.วังบงศ์ อ.บางมูลนาก สูงกว่า 60 ซม. มีพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายเป็นสวนมะม่วงที่ทั้งกำลังให้ผลผลิตและปลูกใหม่จำนวนหลายพันไร่ รวมถึงนาข้าวและบ้านเรือนจมน้ำกว่า 1,000 หลังคาเรือน จนทางเทศบาลต้องประกาศให้โรงเรียนในสังกัดจำนวน 3 แห่ง ต้องปิดเรียนเป็นการชั่วคราว เช่นเดียวกับ ต.เขาทราย อ.ทับคล้อ เกิดน้ำท่วมฉับพลันย่านเศรษฐกิจและบ้านเรือน 11 หมู่บ้าน เสียหายกว่า 2,000 หลัง ไร่นานับแสนไร่ ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านต่างออกมาโอดครวญไม่มีน้ำดื่ม ซึ่งยังไม่มีหน่วยงานไหนออกไปแจกจ่ายน้ำ หรือให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด
ที่ จ.แพร่ ระดับน้ำในแม่น้ำยมมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้น วัดได้ที่สถานีตรวจวัดน้ำ ต.ป่าแมต อ.เมือง ถึง 8 เมตร ส่งผลให้ระดับน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านร้องขี้ปลา ชุมชนเชตะวัน ในเขตเทศบาลเมืองแพร่ รวมทั้งในเขต ต.ทุ่งแล้ง หมู่ 3 หมู่ 9 และหมู่ 11 บ้านปากจอก ต.ทุ่งแล้ง อ.ลอง ไร่ข้าวโพดและนาข้าวเสียหายนับ 1,000 ไร่
จ.อุตรดิตถ์ น้ำป่าจากเทือกเขาสูงไหลลงลำน้ำปาดอย่างรวดเร็ว ได้ทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านกว่า 1,000 ครอบครัวใน 21 หมู่บ้าน 4 ตำบล คือ ต.ฟากท่า บ้านเสี้ยว สองคอน และสองห้อง อ.ฟากท่า สูงกว่า 3 เมตร ทำให้พื้นที่การเกษตร ทั้งไร่ข้าวโพด นาข้าว เสียหายเกือบหมื่นไร่
ด้าน จ.อุดรธานี น้ำป่าไหลจากภูเขาสูงเข้าท่วมบ้านวังเลา โสมสวรรค์ เชียงดี กุดเซือม ต.โนนทอง อ.นายูง สูงกว่า 12 เมตร จม 156 หลังคาเรือน ถูกน้ำท่วมฉับพลัน เช่นเดียวกับที่ จ.หนองบัวลำภู อ่างเก็บน้ำห้วยโป่งแค บ้านโป่ง ต.ด่านช้าง อ.นากลาง พัง ชาวบ้านต้องหนีตายอลหม่าน บ้านเรือนจมน้ำกว่า 100 หลังคาเรือน และนาข้าเสียหายกว่า 1 หมื่นไร่
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนร่องมรสุมกำลังค่อนข้างแรงยังคงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนของประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน โดยเฉพาะพื้นที่ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะนี้







