posttoday
ปีแห่งเศรษฐกิจดิจิทัล

ปีแห่งเศรษฐกิจดิจิทัล

22 ธันวาคม 2559

โดย...น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูร ร.น. นักประสานและบริหารจัดการ

โดย...น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูร ร.น. นักประสานและบริหารจัดการ

ก่อนอื่นขอทบทวนภาพมหากาพย์งานด้านดิจิทัลสักเล็กน้อยเริ่มจากปี 2553 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศเสนอในเรื่องนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ ซึ่งเป็นแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมของประเทศให้มีความก้าวหน้าและทันสมัย โดยผู้ให้บริการโครงข่ายและบริการ จะสามารถรองรับและ ครอบคลุมความต้องการใช้ของทุกภาคส่วน โครงข่ายนี้จะครอบคลุมประชากรไม่ต่ำกว่า 80% ภายในปี 2558 และไม่ต่ำกว่า 95% ภายในปี 2563 รวมทั้งให้มีบริการบรอดแบนด์ความเร็วสูงผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสงในเมืองที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภูมิภาคด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 mbps ภายในปี 2563

ส่วนราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้พยายามขับเคลื่อนนโยบายนี้ไปสู่การปฏิบัติ แต่ไม่น่าเชื่อว่า กว่าจะได้งบประมาณมาทำ โครงข่ายอินเทอร์เน็ตทั่วประเทศ ต้องรอจนถึงเดือน ก.ย. 2558 ที่ ครม.เห็นชอบให้กระทรวงเทคโนโลยีฯ โอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณปี 2557 จากโครงการ One Tablet Per Child วงเงิน 3,700 ล้านบาท เพื่อมาทำการพัฒนาเครือข่ายศูนย์ดิจิทัลชุมชน มาทำเรื่องโครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์และโครงข่าย การสร้างสังคมคุณภาพด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในธุรกิจ SMEs นอกจากนี้ยังมีแผนการพัฒนาบริการดิจิทัลในภาครัฐ การพัฒนาทุนมนุษย์สำหรับโลกดิจิทัลและงานการพัฒนาเมืองอัจฉริยะและแผนงานสนับสนุนการบริหารจัดการ ในโครงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล

วันนี้รัฐบาลกำลังชวนให้เรารวมกิจกรรมต่างๆ เข้าสู่ Thailand 4.0 เรามีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นหลักในการขับเคลื่อน พร้อมด้วยแผนพัฒนาดิจิทัลฯ และแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัล 3 ปี (2559-2561) รวมถึงแผนปฏิบัติการ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนารายยุทธศาสตร์ของแผนพัฒนาดิจิทัลฯ ระยะ 5 ปี (2560-2564) และล่าสุดเมื่อต้นเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา ครม.ได้ทำเรื่องที่น่าจะทำตั้งนานแล้ว คือ อินเทอร์เน็ตหมู่บ้าน ด้วยการอนุมัติงบประมาณเพื่อขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ วงเงิน 1.3 หมื่นล้านบาท ครอบคลุม 4 หมื่นหมู่บ้าน ทั้งยังให้ กสทช.ใช้งบเพื่อให้มีการบริการโทรคมนาคมพื้นฐาน โดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) ในพื้นที่เป้าหมายที่ยากต่อการเข้าไปติดตั้งอีก 3,900 หมู่บ้าน และงบอีก 2,000 ล้านบาท เพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายระหว่างประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางของ ASEAN Digital Hub

สิ่งนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานเปรียบเสมือนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ของดิจิทัลที่จะทำให้เกิดการเชื่อมต่อและเข้าถึงของภาคเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเป็นจริง ทำให้เกิดการค้า การผลิต การบริการ ภาคธุรกิจ การเงิน การบริการอื่นๆ เน้นมิติความสะดวกรวดเร็วอย่างแท้จริง

แล้วสิ่งเหล่านี้จะนำเราไปสู่อะไร แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้ง Alibaba บอกว่า อีก 30 ปีข้างหน้าจะเป็นยุคของเทคโนโลยีการขายรูปแบบใหม่ และจะเป็นสังคมที่ไม่ได้เดินด้วยพลังงาน แต่จะดำเนินการโดยข้อมูล (Data) สอดคล้องกับตัวเลขล่าสุดปีนี้ที่ ETDA หรือสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ได้สำรวจเรื่องมูลค่าของ E-Commerce ที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 2.2 ล้านล้านบาท เติบโตถึง 10% และปีหน้ายังจะเติบโตไม่น้อยกว่า 12%

ธุรกิจที่มีมูลค่าสูงสุดลำดับต้นๆ ได้แก่ การให้บริการที่พัก การค้าปลีกค้าส่ง การผลิต รวมถึง อุตสาหกรรมข้อมูลข่าวสารและการสื่อสาร แน่นอนปัจจัยที่กระชากมูลค่าให้ก้าวกระโดดขึ้นเรื่อยๆ คือ ตัวเลขผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 38.2 ล้านคน และการใช้โทรศัพท์มือถือ 88 ล้านเลขหมาย นั่นคือ E-Commerce จะเป็นความหวังใหม่ได้เลย

เสียงของพ่อค้าแม่ขาย สินค้าและบริการต่างๆ ที่บ่นว่าขายของไม่ดี ขายน้อยลง ต้นทุนสูงขึ้น กำไรน้อยลงกว่าแต่ก่อน หลายคนคงต้องถึงเวลาปรับตัวให้อยู่รอดปลอดภัยได้ทั้งผู้ประกอบการรายใหม่และเก่า

ความหวังนี้จะโตกว่านี้อีกได้ไหม คำตอบคือได้ แต่มีสิ่งที่ต้องแก้ คือ 1.ต้นทุนการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์และการขนส่งยังสูงอยู่ 2.ค่าอินเทอร์เน็ตยังแพง แถมยังไม่เสถียรและไม่ทั่วถึง 3.กลุ่ม Start up ยังขาดแหล่งทุน 4.คนเก่งด้านนี้ยังมีจำนวนไม่พอ และ 5.ต่างประเทศเข้ามามากขึ้น ทั้งนี้อยากจะขอให้รัฐบาลบูรณาการแหล่งเงินทุน เช่น กองทุน SMEs 4,700 ล้านบาท กองทุน Digital Economy 5,000 ล้านบาท กองทุนวิจัยและพัฒนาขีดความสามารถในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 1 หมื่นล้านบาท

รวมถึงการสนับสนุนทั้งจากกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมการพัฒนาชุมชน สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ อีกเป็นต้น รวมถึงมาตรการทางภาษีเพื่อจูงใจให้เข้าสู่ระบบโดยให้หักค่าลดหย่อนเพิ่มเติมได้ ใน Marketplace ที่จดทะเบียนในประเทศไทย หรืออาจจะจ่ายภาษีในอัตราเหมาจ่ายก็ได้

สุดท้ายนี้ เป้าหมายไทยแลนด์ 4.0 นั้น ต้องยอมรับว่า กว่าจะถึงได้คงต้องใช้เวลาอีกไม่น้อย การที่จะให้ทุกคนเรียนรู้และเข้าใจก็ต้องใช้เวลาอีกเช่นกัน ปัญหาของประเทศในขณะนี้ที่หลายฝ่ายเห็นตรงกัน คือ เศรษฐกิจของไทยในภาพรวมยังดีอยู่ ถึงขนาดที่มีเงินทุนสำรองเป็นแสนล้านบาท แต่ยังคงมีปัญหาค้างเก่าที่ยังแก้ไม่ได้ คือ การกระจายรายได้ยังไม่ดีพอ นั่นคือ รวยกระจุกแต่จนกระจายนั่นเอง อีกทั้งตัวเลขการคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตของไทยในปีหน้า น่าจะอยู่ที่ประมาณ 3.1% ขณะที่เพื่อนบ้านในอาเซียนน่าจะมีตัวเลขสูงถึง 4-8% นั่นคือ เราน่าจะต่ำสุดในอาเซียน

ดังนั้น ปี 2560 นี้เราลองมาช่วยกัน ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ มีชีวิตที่สะดวกรวดเร็วและปลอดภัยกัน สวัสดีปีใหม่ 2560 ครับ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69