posttoday
สมชาย หาญหิรัญ มุ่งมั่น พัฒนาคน

สมชาย หาญหิรัญ มุ่งมั่น พัฒนาคน

18 ธันวาคม 2559

เส้นทางราชการตลอดระยะเวลากว่า 33 ปี ที่ สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม

โดย...ดวงนภา ประเสริฐพงศ์

เส้นทางราชการตลอดระยะเวลากว่า 33 ปี ที่ สมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เริ่มเข้ามารับราชการในกระทรวง จนกระทั่งก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงคนที่ 27 ต้องพบเจออุปสรรคทั้งเล็กและใหญ่ แต่วิธีคิดและการวางตัวเองในแต่ละบทบาทที่ได้รับอย่างเหมาะสม ทำให้การทำงานราบรื่นและประสบผลสำเร็จมาโดยตลอด

สมชาย เล่าว่า จุดเริ่มต้นท้าทายของชีวิต เริ่มมาจากการที่ต้องจากบ้านใน จ.เชียงใหม่ เข้ามาเรียนในระดับอุดมศึกษาที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) โดยก่อนที่จะมาเรียนเศรษฐศาสตร์ไม่ค่อยรู้ว่าคืออะไร แต่ตอนนั้นสนใจเรื่องเศรษฐกิจและธนาคารเป็นหลัก สมัยนั้นคนนิยมทำงานธนาคาร จึงเกิดความสนใจว่าจะทำงานด้านการเงินและการธนาคารต้องเรียนจบอะไร จึงไปปรึกษารุ่นพี่และได้รับคำแนะนำว่าต้องเรียนเศรษฐศาสตร์ มธ. โดยครั้งแรกที่สอบเข้ามหาวิทยาลัย เลือกคณะอันดับหนึ่งตามที่รุ่นพี่แนะนำ ส่วนที่เหลือเลือกมหาวิทยาลัยใกล้บ้านทั้งหมด คือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งปรากฏว่าติด มธ.

“ตอนนั้นก็เรียนเศรษฐศาสตร์ สาขาเศรษฐศาสตร์เลย พอดีจบ ม.ปลายสายวิทย์ แต่รู้ว่าถ้าสอบอย่างอื่นก็ไม่ใช่ทางของเรา ตอนนั้นมาอยู่กรุงเทพฯ ก็ใช้ชีวิตสนุกสนานเลย เล่นฟุตบอลด้วยอะไรด้วย เล่นฟุตบอลของมหาวิทยาลัย ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในชมรมฟุตบอล การเรียนก็เรียนไปเรื่อยๆ ไม่ได้เครียดอะไร จนกระทั่งถึงปี 3 อยากเรียนปริญญาโท ก็เลยตั้งใจเรียนขึ้นมาหน่อย ตอนนั้นคะแนนก็ดี เลยไปสอบที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ก็สอบได้คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ และไม่ต้องสอบสัมภาษณ์ก็สามารถเข้าเรียนได้เลย ตอนนั้นจึงต้องพยายามเร่งเรียนให้จบที่ธรรมศาสตร์ภายใน 3 ปีครึ่ง เพื่อไปทำงานเก็บเงินเรียนต่อปริญญาโท ตอนนั้นก็ทำงานหลายอย่าง ไปเล่นฟุตบอล ให้ทีมต่างจังหวัดบ้างเพื่อหาเงินเรียนต่อ หลังจากนั้นก็มาเรียนที่นี่ได้ 2 ปีครึ่งจนกระทั่งจบ” สมชายเล่าย้อนชีวิตสมัยเรียน

ระหว่างที่เรียนปริญญาโทอยู่นั้นเอง ได้ลองไปสอบ ก.พ. ซึ่งก็สอบติดและเข้ารับราชการครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2526 โดยที่แรกที่เข้าทำงานคือ กรมทรัพยากรธรณี ซึ่งขณะนั้นยังสังกัดอยู่ในกระทรวงอุตสาหกรรม อยู่ฝ่ายเศรษฐกิจแร่ ตำแหน่งเลขาการประชุมระหว่างประเทศ ขณะนั้นที่เลือกเข้ามารับราชการในกรมทรัพย์ฯ ด้วยเหตุผลเพราะระบุคุณสมบัติผู้ปฏิบัติงานเพศชาย

“ตอนแรกที่เลือกก็รู้สึกขำมาก เพราะไม่รู้ว่าอะไรถึงระบุว่ารับผู้ชาย เราก็คิดว่าคงเอาไปใช้ประโยชน์อะไรสักอย่าง สมัยนั้นแร่ทรัพยากรสำคัญที่มีการประชุมเยอะมาก ทั้งทังสเตน ทั้งดีบุก พอไปทำเราถึงได้เข้าใจว่าเราต้องมีหน้าที่ไปรับส่งแขกที่มาประชุมที่สนามบินด้วย เป็นเหตุผลว่าทำไมถึงต้องเลือกผู้ชาย อาจจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยด้วย แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะทำให้เราได้รู้ประสบการณ์ชีวิตได้ประสานกับต่างชาติ” สมชาย กล่าว

ระหว่างที่รับราชการที่กรมทรัพย์ฯ มีช่วงเวลาระยะหนึ่งที่เคยยื่นหนังสือลาออกจากราชการ เนื่องจากขณะนั้นตลาดขายดีบุกล่วงหน้าในลอนดอนล้ม จึงถูกส่งไปนั่งที่บริษัท ไทยซาร์โก ซึ่งบริษัทมีสำนักงานใหญ่เป็นเชลล์ก็ไปนั่งที่คลองเตย ต้องไปดูราคา ดูการเคลื่อนไหวของแร่ อยู่ตรงนั้น 3 เดือนในนามของกระทรวง ช่วงนั้นมีการประชุมของ 3 ผู้แทนกระทรวง มีสภาการเหมืองแร่ และตัวแทนบริษัททุกวัน

สมชาย ยอมรับว่า สมัยนั้นเป็นเด็กในกรม เจ้านายให้ไปก็ไป จนกระทั่งบริษัทต่างชาติเห็นหน่วยก้านในการทำงานจึงสนใจชวนให้ไปทำงานด้วยกัน โดยจะให้ไปเริ่มงานอยู่ที่เนเธอร์แลนด์ 1 ปี ตอนนั้นก็คิดว่าจะไป เมื่อกลับมาที่กรมก็จะยื่นใบลาออก แต่อธิบดี ศิววงศ์ จังคศิริ ซึ่งเป็นอธิบดีในสมัยนั้น ให้คำแนะนำว่า ให้ไปเรียนต่อเพื่อนำความรู้มาพัฒนาใช้ในการทำงานที่กระทรวงดีกว่า ซึ่งท่านได้ให้ความช่วยเหลือช่วยหาทุนให้ ปรากฏว่ามีทุนรัฐบาลแคนาดาเข้ามาพอดี จึงสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ก่อนจะได้ไปเรียนหลักสูตรปริญญาโท-ปริญญาเอกที่แคนาดา

กว่าจะกลับมารับราชการต่อช่วงเวลาระหว่างนั้นก็ทำให้เกิดความลังเลอยู่ไม่น้อย เพราะใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศถึง 7 ปีกว่า ประกอบกับช่วง 2 ปีสุดท้ายก่อนกลับไทยได้ลองสอนหนังสือควบคู่กันไปด้วย จนกระทั่งมีวิชาประจำของตนเองและมีเสียงรบเร้าจากอาจารย์ในมหาวิทยาลัยให้ช่วยสอนหนังสือต่อ จึงทำให้ลังเล แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าน่าจะดีกว่าถ้ากลับมาทำงานใช้ทุน ที่ประเทศไทย และเป็นความต้องการของครอบครัวด้วย จึงเดินทางกลับประเทศไทยช่วงปลายปี 2537 ซึ่งการสอนหนังสือนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เห็นความสำคัญของการสอนคน การพัฒนาบุคลากรให้เหมาะสมกับงาน

ภายหลังที่เดินทางกลับมาไทยก็ยังรับราชการอยู่ในกรมทรัพย์ฯ ซึ่งได้ริเริ่มคิดการควบคุมโควตาแร่ยิปซั่มด้วยหลักการทางเศรษฐศาสตร์ 100% ซึ่งมีอยู่สองทางคือ จะคุมดีมานด์หรือจะคุมซัพพลาย ซึ่งก็คิดไปจนทำให้ราคาแร่ที่ประมาณ 7-8 เหรียญ/ตันไล่ไปจาก 14-15 เหรียญ และขึ้นเป็น 17 เหรียญ/ตัน แต่แน่นอนก็จะมีข้อถกเถียงของหลักการดับเบิ้ลยูทีโอ เมื่อเรากำหนดโควตาส่งออกก็มีผลทำให้ราคาในตลาดโลกสูงขึ้น ซึ่งเป็นงานที่สนุกและปัจจุบันโควตาดังกล่าวก็ยังใช้อยู่

ช่วงปี 2544 ก่อนเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกเวิลด์เทรดที่สหรัฐอเมริกา ได้รับคำสั่งย้ายจากหัวหน้ากลุ่มการส่งเสริมแร่ต่างประเทศ กรมทรัพย์ฯ มาเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนระดับ 8 ที่สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) รับหน้าที่ดูแลผล กระทบภาคอุตสาหกรรมที่เป็นผลจากการก่อการร้าย วิเคราะห์เพื่อรายงานรัฐมนตรีสมัยนั้น ทำอยู่เดือนกว่าๆ ก็ได้เป็นหัวหน้าฝ่ายต่างประเทศ จึงทำเรื่องเอฟทีเอที่กำลังเข้ามาพอดีช่วงปี 2545 ทำตั้งแต่แผนการเจรจาเอฟทีเอไทย-ญี่ปุ่น ตั้งแต่แมตช์แรกจนเกือบจะลงนาม

ทำงานอยู่ที่ สศอ. ตั้งแต่ปี 2544-2553 ขณะนั้นพยายามตั้งหน่วยสนับสนุนต่างๆ ตั้งสำนักวิจัย สร้างกลุ่มเด็กใหม่ สร้างวัฒนธรรมเด็กใหม่ให้มาช่วยกันทำงานวิชาการ เพราะมีความเชื่อว่า ไม่ว่าเราจะวิเคราะห์อะไรวิชาการต้องแข็ง เวลาที่มองคาดการณ์ถ้าวิชาการไม่แข็งความน่าเชื่อถือก็ไม่มี ตอนนั้น ก็พยายามดึงเด็กรุ่นใหม่ที่จบปริญญาโทมาร่วมงาน ใครที่มีแววแต่ไม่จบเราก็ ส่งเขาไปเรียนต่อระดับปริญญาโทใน สายงาน พยายามหาทุนให้เรียนเพื่อนำความรู้มาต่อยอดในงานที่ทำต่อไป

ช่วงปลายปี 2553 บทบาทก็เปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อได้เลื่อนตำแหน่งเป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวง ได้เห็นงาน อีกด้านของกระทรวงอุตสาหกรรมในด้านที่เป็นต่างจังหวัด โดยยอมรับว่าอุตสาหกรรมจังหวัดต้องเก่งและมีความอดทนสูง เพราะมีผู้บังคับบัญชาเยอะทั้งจากจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด รอง ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งจากกระทรวง และต้องทำงานร่วมกับประชาชนทุกเรื่อง เป็นหนังหน้าไฟให้กระทรวง

“งานผู้ตรวจทำให้ได้เห็นภาพว่าคนกระทรวงอุตสาหกรรมในแต่ละภูมิภาคก็ต่างกันตามสภาพแวดล้อมและแรงกดดันของการทำงานที่ต่างกัน ก็พยายามบอกข้าราชการรุ่นน้องในกระทรวงเสมอว่า ให้สังเกตการทำงานวัฒนธรรมการประสานงานอะไรต่างๆ ในต่างพื้นที่ก็ไม่เหมือนกัน เราเป็นลูกพระนารายณ์เหมือนกัน แต่แรงกดดันในพื้นที่ทำให้การทำงานต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่ติดอยู่ในใจตลอดมาคือ ถ้าเราทำอะไรเพื่อช่วยเหลืองานอุตสาหกรรมจังหวัดได้ก็ต้องช่วยเขาเต็มที่” สมชาย กล่าว

สมชาย เล่าต่อไปว่า ขณะนั้นพยายามขอทำงานที่ยังไม่เคยทำมาก่อน ทำให้ได้ไปเป็นผู้ตรวจฯ ในหลายพื้นที่ก่อนที่จะกลับไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการ สศอ. ในปี 2556 หลังจากนั้นปี 2558
ก็ดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวง โดยรับผิดชอบงานในส่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) และสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) และขึ้นเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมในช่วงปี 2559 ก่อนที่จะขึ้นเป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมในเวลาต่อมา ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม้จะพบเจออุปสรรคในการทำงานบ้าง และมีความสุขบ้าง แต่ทั้งหมดล้วนเป็นประสบการณ์ที่ดีของชีวิตทั้งสิ้น

ปัจจุบันงานโดยทั่วไปคือขับเคลื่อนนโยบายภาพรวมของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยขณะนี้กระทรวงมีภารกิจที่หลากหลาย เช่น การปรับโครงสร้างกระทรวง การขับเคลื่อนนโยบายอุตสาหกรรม
4.0 ให้สอดคล้องกับไทยแลนด์ 4.0 ดำเนินงานที่สนับสนุนนโยบายรัฐบาลโดยเฉพาะการส่งเสริมเอสเอ็มอีเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวผ่านการเป็นประเทศกับดักรายได้ปานกลางตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69