posttoday
จะไป SAGA 14

จะไป SAGA 14

18 ธันวาคม 2559

จาก Arita เราขับรถย้อนกลับไปทางเมืองTakeo แล้วค่อยแยกออกไปที่เมือง Ureshino ซึ่งมีชื่อเสียงทั้งในเรื่องของน้ำแร่

จาก Arita เราขับรถย้อนกลับไปทางเมืองTakeo แล้วค่อยแยกออกไปที่เมือง Ureshino ซึ่งมีชื่อเสียงทั้งในเรื่องของน้ำแร่ ใบชา เครื่องปั้นดิน Hizen และสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นชื่อที่คนไทยเริ่ม
รู้จักกันเป็นอย่างดีคือ ศาลเจ้า Yutoku Inari จริงๆ คนไทยคุ้นเคยกับศาลเจ้า Inari มานานแล้วครับ ที่คุ้นเคยที่สุดคงไม่พ้น Fushimi Inari ศาลเจ้าหลักในเกียวโตที่มีเสาโทริอิสีแดงตั้งแต่ทางเข้าไปจนถึงภายใน รวมไปถึงที่เรียงลำดับอยู่บนเขานับพันต้นนั่นด้วยเช่นกัน เทพอินารินี่เป็นเทพที่ได้รับความนิยมจากชาวญี่ปุ่นมากเพราะเป็นเทพแห่งเกษตรกรรม

คนญี่ปุ่นในสมัยก่อนส่วนใหญ่ทำเกษตรเหมือนบ้านเรา ผู้คนเลยบูชาเทพอินาริกันมากมาย ภายหลังเทพอินาริยังได้รับการผนวกรวมให้เป็นเทพของช่างเหล็กซึ่งทำเครื่องไม้เครื่องมือการทำเกษตรอย่างจอบ เสียม พลั่ว และเหมารวมเอาช่างตีดาบไว้ด้วย คราวนี้เลยยิ่งได้รับความนับหน้าถือตาขึ้นไปอีก เพราะในสังคมญี่ปุ่นตั้งแต่ยุคอดีต มีการแบ่งลำดับชั้นไล่จากซามูไรลงไปชาวนา ช่างฝีมือ และพ่อค้า ซึ่งซามูไรต้องอาศัยชาวนาและช่างฝีมือเป็นแหล่งผลิตและสร้างรายได้ เลยพลอยนับถือเทพอินาริไปด้วยฅอีกกลุ่ม จนในท้ายที่สุดพ่อค้าซึ่งอยู่ลำดับล่างสุดของสังคมก็พลอยนับถือเทพอินาริให้เป็นหนึ่งในเทพแห่งการค้าไปด้วย ในที่สุดเทพองค์เล็กๆ ของชาวนาจึงได้รับการนับถือจากชนทุกชั้นของสังคม กลายมาเป็นเทพมหานิยมของคนญี่ปุ่น ว่ากันว่าในบรรดาศาลเจ้าที่มีอยู่ในญี่ปุ่นสามหมื่นกว่าแห่ง สร้างอุทิศให้กับเทพอินาริมากที่สุด และศาลเจ้าอินาริที่โดดเด่นเป็นที่นิยมสูงสุด 3 แห่งก็ประกอบด้วย Fushimi Inari ที่เกียวโตซึ่งเก่าแก่ที่สุด ตามด้วย

Kasama Inari ในจังหวัดอิบารากิ (แต่บางตำราก็ว่าเป็น Takekoma Inari จังหวัดมิยากิซึ่งเก่าแก่เป็นลำดับที่สอง) และศาลเจ้า Yutoku Inari ในจังหวัดซากะเป็นลำดับที่สามของความนิยม มีผู้คนมาเยี่ยมเยือนถึงปีละประมาณ 2,800,000 คน โดยเฉพาะเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ Tamagae เดือน เม.ย. และเทศกาลฤดูใบไม้ร่วง Ohitaki เดือน ธ.ค.ผู้คนจากทั่วสารทิศจะยิ่งมาเยือน เพราะตามธรรมเนียมแล้ว เทพอินาริจะลงจากเขามาในช่วงฤดูเพาะปลูกและจะกลับขึ้นเขาไปหลังจากฤดูเก็บเกี่ยวเสร็จสิ้น เทศกาลทั้งสองจึงเป็นการเฉลิมฉลองต้อนรับและอำลาเทพอินาริ ที่ลงมาปกปักรักษาผลิตผลทางการเกษตรตลอดฤดูกาลนั่นเอง

ที่จอดรถของศาลเจ้ามีอยู่หลายตำแหน่ง มีทั้งตรงลานขนาดใหญ่ก่อนถึงตัวศาลเจ้า หรือลานขนาดย่อมฝั่งตรงข้าม ผมเลือกจอดที่ลานก่อนถึงศาลเจ้าเพราะเวลาเดินไปต้องผ่านย่านร้านค้า ขาไปเดินสำรวจร้าน ขากลับซื้อของฝากสะสมมาเรื่อยๆ จนถึงรถ แต่มีข้อเสียคือระยะทางประมาณ 400 เมตร อันนี้ต้องเลือกเอาแล้วแต่แผนของแต่ละท่าน แต่ถ้าไปศาลเจ้าอย่างเดียวไม่ซื้อของ จอดฝั่งตรงข้ามก็สะดวกดี สองข้างทางอุดมไปด้วยต้นซากุระและร้านค้าของฝากต่างๆ ที่น่าปลื้มใจคือแทบทุกร้านมีป้าย “ยินดีต้อนรับ” เป็นภาษาไทย ถามผู้ประกอบการดูจึงทราบว่ามีคนไทยมาเที่ยวที่นี่เยอะมาก เพราะอิทธิพลของละครกลกิโมโน และมินิซีรี่ส์ Stay ซากะ...ฉันจะคิดถึงเธอ จนหลายคนแอบเรียกที่นี่ว่า ศาลเจ้าพี่เบิร์ด

นอกจากร้านขายของที่ระลึก ยังมีร้านกาแฟเล็กๆ และร้านเช่าชุดกิโมโนให้นักท่องเที่ยวได้ใส่เดินเล่นถ่ายรูปประหนึ่งเป็นพี่เบิร์ด ธงไชยยังไงยังงั้น ระหว่างทางมีเสาโทริอิให้เห็นเป็นระยะ ซึ่งถ้าเราเป็นนักสังเกตจะพบว่าศาลเจ้าอินาริแทบทุกแห่งจะมีเสาโทริอิเป็นสีแดง สาเหตุเป็นเพราะอะไรจะมาเฉลยให้ฟังในสัปดาห์หน้าครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน