
ร่วมเป็นเจ้าบ้านที่ดี
ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน
ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 รอบชิงชนะเลิศ นัดที่สอง ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น.วันนี้ แฟนบอลชาวไทยไม่เพียงต้องช่วยกันส่งพลังใจให้ขุนพลช้างศึก พลิกสถานการณ์กลับมาเอาชนะ อินโดนีเซีย เพื่อป้องกันแชมป์ให้ได้เท่านั้น แต่ควรร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับผู้มาเยือนด้วย
พฤติกรรมไร้น้ำใจนักกีฬาที่ตะโกนโห่และยั่วยุกองเชียร์คู่แข่ง ของแฟนบอลไทยบางกลุ่ม ซึ่งแต่งตัวปิดหน้าปิดตา หลังจบเกมรอบรองชนะเลิศ ที่เปิดบ้านชนะเมียนมา เมื่อสัปดาห์ก่อน เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นอีก ไม่ว่าจะก่อนหรือหลังเกมการแข่งขัน
จริงอยู่ การที่เหตุการณ์ในวันนั้น อาจจะไม่ได้นำไปสู่ความรุนแรงใดๆ แต่ก็ได้สร้างความเสื่อมเสียให้กับชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของประเทศไม่น้อย ไม่ใช่เฉพาะแค่ในวงการกีฬาเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงความเชื่อมั่นของประเทศไทยโดยรวม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในขณะที่รัฐบาลกำลังพยายามสนับสนุนความสัมพันธ์ในอาเซียนให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในทุกๆ ด้าน
ที่สำคัญ การกระทำดังกล่าวอาจนำไปสู่การโดนลงโทษจากสหพันธ์ลูกหนังที่เกี่ยวข้อง เพราะถือเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมและเกี่ยวกับความปลอดภัยของแฟนบอล และจะทำให้ทีมชาติไทยเสียประโยชน์หรือโอกาสอย่างไม่จำเป็น
นั่นทำให้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ต้องรีบออกมาขอโทษแฟนบอลเมียนมา รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง และได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวทันที พร้อมกับเรียกร้องให้แฟนบอลชาวไทยร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดีและมีน้ำใจนักกีฬา
การรวมตัวทำหน้าที่แฟนบอลที่เหนียวแน่น คอยสนับสนุนนักเตะทีมชาติไทย และตามไปให้กำลังใจในทุกสนาม ไม่ว่าจะลงแข่งในบ้านหรือไปต่างประเทศ ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็จะหนุนหลังช้างศึกอยู่เสมอ ถือเป็นความตั้งใจที่น่ายกย่องและชื่นชม แต่นั่นก็ไม่ได้หมายว่าสามารถทำอะไรตามใจก็ได้ โดยไม่นึกถึงส่วนรวมหรือผลที่จะตามมา
ดังนั้น สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ควรจะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดและจริงจัง สำหรับกลุ่มที่มีพฤติกรรมเช่นกัน ไม่ใช่แค่เพียงประกาศจะดำเนินการแล้วเงียบหายไป เพื่อป้องกันไม่ให้ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งเข่ง และเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชนที่เข้ามาชมการแข่งขันจำนวนไม่น้อย และจะเป็นอนาคตนักเตะและแฟนบอลต่อไป นอกเหนือจากมาตรการเบื้องต้น สั่งเพิ่มกำลังพลคุมเข้มในรอบชิงชนะเลิศ นัดสอง กับอินโดนีเซียวันนี้ และขอความร่วมมือห้ามแฟนบอลที่สวมหน้ากากหรือปิดหน้าปิดตาเข้าสนาม
ขณะที่แฟนบอลก็ควรมีส่วนร่วมและปลุกจิตสำนึกในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี ชมเกมด้วยความสุภาพ และช่วยกันตักเตือนและเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ ไม่อยากเห็นการคิดเอาคืนอินโดนีเซีย ด้วยการส่องเลเซอร์ใส่นักเตะทีมเยือน เหมือนกับที่แฟนบอลอิเหนาทำในนัดแรกที่ทีมไทยบุกไปเยือน เพราะสหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน เตรียมลงโทษอย่างหนักเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว หรือการยั่วยุใดๆ เกิดขึ้น
จึงอยากให้ระหว่างการแข่งขัน แฟนบอลทุกคนทำหน้าที่ผู้เล่นคนที่ 12 ด้วยการส่งเสียงเชียร์อย่างเต็มที่เพื่อเป็นพลังให้กับนักเตะช้างศึก และกดดันคู่แข่ง และพร้อมจะมีน้ำใจนักกีฬาให้กัน เหมือนกับนักเตะที่ใส่กันเต็มที่เมื่ออยู่ในสนาม แต่เมื่อสิ้นเสียงนกหวีดก็จับมือกันด้วยมิตรภาพของเกมกีฬา
สุดท้าย ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดของเกมกีฬา คือ รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย และมีน้ำใจนักกีฬา







