posttoday

อัดงบกลาง 1.9 แสนล้าน​ ซื้อใจรากหญ้าก่อนเลือกตั้ง

12 ธันวาคม 2559

บรรยากาศการเมืองนับจากนี้เป็นต้นไป แรงกดดันทางการเมืองจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2560 จำนวน 1.9 แสนล้านบาท ที่ ครม.เพิ่งอนุมัติและกำลังจ่อเข้าสู่การพิจารณาให้ความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เร็วๆ นี้ ​ถือเป็นอีกกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ

สะท้อนผ่านคำชี้แจงจากรัฐบาลจะพบว่าการจัดทำงบกลางปีครั้งนี้ เพื่อให้มีงบประมาณรายจ่ายดำเนินการตามนโยบายที่จะสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศ การพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและชุมชนเข้มแข็ง ส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมศักยภาพและเพื่อรักษาวินัยทางการคลังในการตั้งรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง

นัยสำคัญของการจัดทำงบกลางปี​รอบนี้อยู่ตรงที่ 1.เป็นการจัดทำงบก้อนใหญ่เกือบ 2 แสนล้านบาท 2.ออกมาในจังหวะเวลาช่วงโค้งสุดท้ายปลายโรดแมป ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง

ทั้งหมดสอดรับกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ทยอยออกมาก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะการใช้จังหวัดเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

รวมไปถึงบรรดาแพ็กเกจของขวัญปีใหม่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการแจกเงินช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยรายละ 1,500-3,000 บาท ให้กับชาวบ้านประมาณ 5.4 ล้านคน ด้วยวงเงิน 3,450 ล้านบาท และการปรับค่าจ้างขั้นต่ำใน 69 จังหวัด ​

ยังไม่รวมกับ​​มาตรการช่วยเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยที่ออกมาช่วยเหลือเกษตรกร ก่อนหน้านี้  2.9 ล้านคน ภายใต้วงเงิน 6,540 ล้านบาท​

ทั้งหมดทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่านี่เป็นมาตรการซื้อใจรากหญ้าที่ออกมาในช่วงที่คะแนนนิยมของรัฐบาล คสช.กำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ จนห่วงกันว่าจะทำให้เส้นทางตามโรดแมปอาจสะดุดก่อนไปถึงการเลือกตั้ง​ โดยเฉพาะแรงเสียดทานจากปัญหาเรื่องปากท้องของประชาชนที่รุนแรงขึ้น

การจัดงบกลางปี 1.9 แสนล้านบาท จึงยิ่งตอกย้ำความพยายามซื้อใจรากหญ้าในช่วงเวลานี้

​หากพิจารณารายละเอียดงบกลางปีทั้งหมด 1.9 แสนล้านบาท แบ่งเป็น การใช้จ่ายในโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัดวงเงิน 1​ แสนล้านบาท งบประมาณที่จัดสรรให้กับกองทุนหมู่บ้านหมู่บ้านละ 5 แสนบาท รวมเป็นเงิน 6 ​หมื่นล้านบาท

​จะเห็นว่าเม็ดเงินส่วนใหญ่ของงบกลางล้วนแต่ส่งตรงลงถึงรากหญ้าในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัด รวมไปถึงกองทุนหมู่บ้าน

ด้านหนึ่งอาจมองว่าการอัดเม็ดเงินลงพื้นที่นั้นเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจตั้งแต่ฐานรากที่จะช่วยขับเคลื่อนหมุนเศรษฐกิจทั้งระบบและสามารถเห็นผลได้รวดเร็ว

แต่อีกด้านหนึ่งมองได้ว่าเป็นการหวังผลทางการเมืองเรียกคะแนนนิยมจากรากหญ้า ไม่ต่างจากรัฐบาลทั่วไปที่มาจากการเลือกตั้ง​ ซึ่งมักเลือกใช้กลยุทธ์อัดเม็ดเงินลงพื้นที่ในช่วงใกล้การหาเสียงที่เห็นผลชัดเจน

ส่วนหนึ่งเพราะเม็ดเงินเหล่านี้ส่งถึงประชาชนในพื้นที่โดยตรง สามารถจับต้องได้ทันที แถมยังนำไปใช้ตามความต้องการของคนในพื้นที่ ตามเงื่อนไข กฎเกณฑ์ของนโยบายที่กำหนดไว้

ต่างจากโครงการอื่นๆ ที่กว่าจะเห็นผลก็อาจจะต้องรอจนกว่าโครงการจะเสร็จ และหลายโครงการเงินเม็ดเงินก็ไม่ได้ส่งถึงประชาชนโดยตรง ​​เพียงแค่​เอื้อประโยชน์ให้ประชาชนในพื้นที่

แม้ก่อนหน้านี้โครงการกองทุนหมู่บ้านจะถูกโจมตีว่ามีความหละหลวมปล่อยเงินไม่ตรงวัตถุประสงค์ที่กำหนด จนสร้างปัญหาในอดีตพอสมควรแต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นนโยบายที่ได้ใจประชาชนไม่น้อย

การต่อยอดอัดฉีดเม็ดเงินผ่านกองทุนหมู่บ้านจึงสะท้อนให้เห็นความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง แถมยังเพิ่มโครงการพัฒนากลุ่มจังหวัดเข้ามาในรอบนี้ จึงยิ่งตอกย้ำว่า คสช.พยายามหามาตรการกระตุ้นเพิ่มความนิยมในพื้นที่เพื่อทำให้เส้นทางตามโรดแมปนับจากนี้เป็นไปอย่างราบรื่น

​เมื่อฐานรากหญ้าถือเป็นกลุ่มใหญ่ในประเทศ หากเกิดความไม่พอใจในแนวนโยบายหรือการบริหารงานของรัฐบาล คสช. อาจทำให้เกิดแรงกระเพื่อมที่จะยิ่งกัดกร่อนเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต

ในช่วงโค้งสุดท้ายปลายโรดแมปจำเป็นที่รัฐบาล คสช.จะต้องพยายามทำทุกอย่างให้เกิดความราบรื่นไม่มีอุปสรรค หรือปัจจัยเสี่ยงใดๆ เข้ามาเป็นชนวนทำให้เส้นทางสู่การเลือกตั้งต้องได้รับผลกระทบ

เพราะบรรยากาศการเมืองนับจากนี้เป็นต้นไป แรงกดดันทางการเมืองจะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จากสารพัดปัจจัยที่รุมเร้า รวมไปถึงความขัดแย้งทางการเมืองที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงทำกฎหมายลูก

หากพลาดพลั้งคะแนนนิยมจากประชาชนในพื้นที่เริ่มเสื่อมคลาย ย่อมมีแต่จะทำให้เสถียรภาพของ คสช.​สั่นคลอนตามไปด้วย รวมทั้งอาจกระทบต่อไปถึง​โรดแมปและการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย

ข่าวล่าสุด

"บ้านชาวไทย" คืนความมั่นคงให้คนเมือง มีบ้านราคาถูกกว่าตลาด 30%