
'ผู้เฒ่า SNU 1'
เมื่อพบชาวเกาหลี หากบอกว่า เรียนจบมาจาก SNU หรือ Seoul National University ปฏิกิริยาที่คนต่างชาติอย่างเรา
โดย...ดร.เพียงออ เลาหะวิไลย [email protected]
เมื่อพบชาวเกาหลี หากบอกว่า เรียนจบมาจาก SNU หรือ Seoul National University ปฏิกิริยาที่คนต่างชาติอย่างเราได้รับตอบจะเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง คืออาจจะได้รับคำชมว่า เรียนเก่ง หรือไม่ก็เริ่มถูกหยอกล้อ...ดังเช่น เมื่อวานนี้เอง “เชกา” ได้คุยกับนักธุรกิจเกาหลีที่ต้องการเปิดธุรกิจในเมืองไทย เมื่อพูดถึงสถาบันที่จบ เขาก็บอกว่า “อ้าว ผมจบแพทย์จากมหาวิทยาลัยคยองฮี แต่สู้คุณไม่ได้ซะแล้ว”...โดนอีกแล้ว ไม่รู้จะตอบคุณหมอว่าอย่างไรดี...
SNU เป็นมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของเกาหลี ทำให้นักศึกษาที่จบจากที่นี่เป็นที่ต้องการจากบริษัทใหญ่ๆ เช่น ซัมซอง (ซัมซุง) หรือ ฮยอนเด (ฮุนได) หรือ LG ... พ่อแม่เกาหลีส่วนใหญ่จึงเคี่ยวเข็ญลูกให้ไปเรียนพิเศษที่ “ฮักวอน-&o4617;&o0896;-โรงเรียนติว” กันตั้งแต่อยู่ประถม เพื่อที่จะสามารถเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ อันดับ 1-2-3 ได้ (2-3 ได้แก่ ม.ยอนเซ-ม.โคเรีย)...การเรียนพิเศษในเกาหลีไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เขาเรียนกันจนห้าทุ่มเที่ยงคืน ไม่เว้นวันเสาร์ อาทิตย์...ยกตัวอย่าง ลูก 2 คนของเพื่อนสาวเกาหลี ค่าเทอมในโรงเรียนรัฐแทบจะไม่ต้องจ่าย แต่เธอจ่ายราว 30% ของเงินได้ เป็นค่าเรียนพิเศษให้ลูก เธอว่า “เป็นการลงทุนระยะยาวให้ลูก”...เห็นเด็กๆ กลับบ้านเกือบเที่ยงคืนทุกวันตั้งแต่อยู่ชั้นประถม ปีหน้าก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้วค่ะ
ธุรกิจ “ฮักวอน” ในเกาหลี มีมูลค่าตลาดรวมราว 17,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 568,000 ล้านบาท)...บทความหนึ่งในนิตยสาร Forbes เมื่อ 2-3 ปีก่อน พูดถึงครูติวภาษาอังกฤษคนดังของเกาหลี นามว่า นายคิมคีฮุน...เขาคนเดียวทำรายได้ปีละ 4 ล้านเหรียญสหรัฐ (132 ล้านบาท) จากการติวออนไลน์และสอนในโรงเรียนติว...บทความเขียนซะให้นายคิมเป็นที่น่าอิจฉาแก่ชาวฝรั่งที่เป็นเจ้าของภาษา เป็นแรงดึงดูดให้ฝรั่งเข้าไปสอนภาษาอังกฤษในเกาหลีมากขึ้น
เกาหลีมีประชากรวัยเรียน อายุ 0.1-24 ปี ราว 13.5 ล้านคน ดังนั้น “ค่าเฉลี่ย” ต่อการจ่ายค่าเรียนพิเศษจึงประมาณ 42,000 บาทต่อคนต่อปี...เหตุที่ประชากรวัยเรียนในเกาหลีลากยาวมาจนถึงอายุ 24 ก็เพราะ น.ศ.ชายจะเรียนจบปริญญาตรีเมื่ออายุ 24-26 ปี เนื่องจากตอนช่วงอายุ 20-21 “ชายทุกคน” ที่อยู่ในเกาหลี ต้องไปเป็นทหารรับใช้ชาติ 2 ปี ไม่มีจับใบแดงใบดำ...เมื่อจบปริญญาตรีก็ยังไปเรียนพิเศษเพื่อสอบเข้ารับราชการ หรือติวภาษาอังกฤษเพื่อไปสอบเข้าทำงานบริษัทใหญ่ๆ ชาวเกาหลีส่วนใหญ่มีค่านิยมในการเรียน ดังนั้น จากเมื่อ 60 ปีก่อน หลังสงครามสงบ เกาหลีมีอัตราการอ่านออกเขียนได้ของประชากรต่ำกว่า 30% ปัจจุบันเกือบ 100% ค่ะ (ปี 2014 CIA Factbook = 97.9%)
ตอนที่เรียนจบปริญญาโทมากันใหม่ๆ เพื่อนหลายคนเปลี่ยนงานจากซัมซองไปฮุนได จากฮุนไดไปซัมซอง เป็นที่น่าอิจฉาแก่เพื่อนที่จบจากมหาวิทยาลัยอื่น...อย่างไรก็ตาม เพื่อนที่เก่งมากๆ ปัจจุบันนั่งเป็นผู้บริหารใหญ่บริษัทยักษ์ๆ ต่างบ่นกันว่า เป็นลูกจ้างยังไงก็ไม่รวย...“สู้อดีตคนขับรถที่บริษัทไม่ได้ เมื่อ 5 ปีก่อน แกลาออกไปทำฟาร์มหมูที่บ้านนอก จู่ๆ ไปเจอที่สนามกอล์ฟ ตอนนี้แกรวยกว่าเราเยอะว่ะ”... (อ่านต่อฉบับหน้า)







