posttoday
สงครามยาเสพติดของดูเตอร์เต

สงครามยาเสพติดของดูเตอร์เต

09 ธันวาคม 2559

ผมพบว่าตามท้องถนนในฟิลิปปินส์ ราคาของเมทแอมเฟตามีน ชยาบู ไอซ์ คริสตัล หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณจะเรียก ถูกลงกว่าเดิมมาก จากถุงหนึ่งที่ราคาสูงกว่า 500 เปโซ (ราว 875 บาท) ลดลงมาอยู่ที่ 200 เปโซ (ราว 350 บาท)

ผมพบว่าตามท้องถนนในฟิลิปปินส์ ราคาของเมทแอมเฟตามีน ชยาบู ไอซ์ คริสตัล หรืออะไรก็แล้วแต่ที่คุณจะเรียก ถูกลงกว่าเดิมมาก จากถุงหนึ่งที่ราคาสูงกว่า 500 เปโซ (ราว 875 บาท) ลดลงมาอยู่ที่ 200 เปโซ (ราว 350 บาท)

ก่อนหน้านี้ ยาเสพติดมีการซื้อขายกันอย่างแพร่หลายในฟิลิปปินส์ แบบที่คุณจะเห็นได้ในหนัง มาโรซ่า กำกับโดยผู้กำกับฟิลิปปินส์ ที่คว้ารางวัลในงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ โดยการส่งยาเกิดขึ้นแทบทุกที่แม้กระทั่งในร้านขายของชำภายในเมือง

ผมได้พูดคุยกับ เรย์ (นามสมมติ) คนขับรถสามล้อวัย 19 ปี ในกรุงมะนิลา ซึ่งเคยเป็นผู้เสพยามาก่อน เขาก็เหมือนกับคนอื่นๆ อีกหลายคนที่หวังใช้ยาเสพติดเพื่อหลบหนีความแร้นแค้นและสภาพชีวิตแบบปากกัดตีนถีบ โดยรายได้จากการขับรถสามล้อตั้งแต่เที่ยงวันจนถึงราวหนึ่งทุ่ม อยู่ที่เพียง 300 เปโซ (ราว 525 บาท) เท่านั้น เขาจึงหารายได้เสริมด้วยการรับจ้างส่งยาให้ลูกค้า ซึ่งนอกจากจะได้เงินเพิ่มแล้ว เขายังได้ยามาเสพอีกด้วย

อย่างไรก็ดี เรย์ เล่าให้ผมฟังว่า เขาหยุดเสพยาและยุติอาชีพเสริมดังกล่าวเมื่อสองถึงสามเดือนที่ผ่านมา

“ผมหยุดเสพตอนที่ โรดริโก ดูเตอร์เต ขึ้นเป็นประธานาธิบดี เพราะผมกลัวมาก ผมรู้ว่าเขาเอาจริง ผมยังไม่อยากตายตอนอายุยังน้อย” เรย์ กล่าว

ผมพบว่าเรย์ไม่ใช่คนเดียวที่หวาดกลัวสถานการณ์ดังกล่าว บรรดานักค้ายาที่เคยเดินว่อนอยู่ทั่วท้องถนนในพื้นที่ค้ายาแต่ละเขตกลับหายตัวไปกันหมด ขณะที่ผู้เสพยาส่วนใหญ่ในละแวกดังกล่าวต่างยอมพาตัวเองไปที่ศูนย์บำบัดยาเสพติด เนื่องจากกลัวว่าอาจถูกสังหารโดยคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

“เพื่อนผมคนหนึ่งที่ยังไม่เลิกเสพยาถูกฆ่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คนพวกนั้นบุกเข้ามาในบ้านเขาตอนตีสอง และยิงเขาเสียชีวิต พวกเขาใส่ชุดปกติแต่สวมหมวกปิดหน้าตาไว้ ทุกคนคิดว่าคนกลุ่มนั้นเป็นตำรวจ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่มีใครรู้ พวกเราทั้งหมดกลัวมากว่าจะถูกตามเจอตัว คุณลองคิดถึงตอนที่มีคนบุกเข้ามาในบ้านคุณ และฆ่าใครก็ตามที่อยากฆ่าดูสิ” เรย์ เล่า

ผมเลยถามว่าเขาเห็นด้วยกับการปราบปรามยาเสพติดอย่างรุนแรงของดูเตอร์เตหรือไม่

“ไม่ มันโหดร้ายเกินไป คนเสพยาแบบพวกเราควรได้รับการส่งตัวไปที่ศูนย์บำบัด การถูกกักตัวดีกว่าการถูกฆ่าอยู่แล้ว แต่พวกเราที่เป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ กลับตกเป็นเป้าหมาย ไม่ใช่ปลาตัวใหญ่” เรย์ กล่าว

ผมมีโอกาสไปเยี่ยมเยียนละแวกบ้านเรย์ และได้สัมผัสประสบการณ์ที่แทบไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจริง ระหว่างที่เรากำลังเดินไปด้วยกัน ทุกแยกมีกล้องวงจรปิดติดอยู่ และเต็มไปด้วยบรรดาสายสืบของทางการและตำรวจในชุดเสื้อผ้าปกติ ท้องถนนทั่วกรุงมะนิลาได้กลายเป็นดินแดนแห่งความไม่น่าไว้วางใจและความตาย

แม้ว่าข้อมูลล่าสุดจากองค์กรเอ็นจีโอ คาดการณ์ว่า ผู้เสียชีวิตจากสงครามยาเสพติดอยู่ที่กว่า 4,000 ราย แต่ตัวเลขที่แท้จริงกลับคาดเดาได้ยาก โดยตำรวจฟิลิปปินส์เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่เพียง 2,000 ราย ขณะที่สื่อท้องถิ่นระบุว่าอยู่ที่ 5,800 ราย เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.

ผมนึกย้อนไปตอนที่เจอเรย์เมื่อ 2 เดือนก่อนหน้านี้ เขาดูผอมเกร็งและไร้ชีวิตชีวา แต่ตอนนี้เขาดูมีสุขภาพดีขึ้น

“ตอนนี้ผมมีลูกสาวอายุ 5 ขวบแล้ว ผมเลยตั้งใจกลับเนื้อกลับตัวใหม่ ผมเป็นคนที่ไม่มีความฝันในชีวิต เลยอยากให้ลูกสาวมีอนาคตที่ดีกว่า” เรย์ กล่าว

แม้ว่าเรย์จะเรียนไม่จบชั้นมัธยม แต่เขาก็เข้าใจว่าการมีครอบครัวที่ดีและมั่นคงเป็นสิ่งสำคัญ เรย์เล่าว่าพ่อแม่ทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือเขาหลายอย่าง เขาเลยกลัวและคงรู้สึกอับอายมากถ้าพ่อแม่รู้ว่าเขาเคยเสพยามาก่อน

ผมคิดว่า ผู้สนับสนุนดูเตอร์เตในการทำสงครามกับยาเสพติดมีมุมมองแบบแบ่งขั้ว คือมองเห็นแค่ด้านบวกไม่ก็ด้านลบเท่านั้น แนวคิดที่ว่ายาเสพติดเป็นภัยอันตรายและต้องหาทางหยุดยั้งนั้นไม่ใช่ความคิดที่ผิด แต่ผมกลับคิดว่า เรย์ผู้เคยอยู่ในแวดวงยาเสพติดมาก่อนอาจเข้าใจอะไรหลายด้านมากกว่ากลุ่มผู้สนับสนุนที่มองเห็นเพียงด้านเดียว

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน