posttoday

ส่องเลือกตั้งสหรัฐ สะท้อนอนาคตเลือกตั้งไทยปี’60

09 ธันวาคม 2559

สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง กกต.จัดเสวนาเรื่อง “มองการเลือกตั้งอเมริกา มุมสะท้อนเลือกตั้งไทย”

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดเสวนาเรื่อง “มองการเลือกตั้งอเมริกา มุมสะท้อนเลือกตั้งไทย” ณ สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.ที่ผ่านมา

สมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านบริหารกลาง ให้ความเห็นว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในฐานะที่เคยไปร่วมประชุมสัมมนา ทำให้เข้าใจระบบ วัฒนธรรม เป็นอย่างไร รวมทั้งการไปดูงาน 2 รัฐ จนเกิดคำถามว่าทำไมวันเลือกตั้งสหรัฐต้องจัดวันอังคาร ซึ่งคำตอบที่ได้เพราะจัดมานานแล้ว เลยจัดต่อไปเรื่อยๆ เพราะความเคยชิน ทั้งนี้ ถามว่าคนสะดวกไปลงคะแนนหรือไม่ คำตอบ คือ ไม่สะดวก แต่การเลือกตั้งมีการใช้สิทธิล่วงหน้า ถึง 35% ซึ่งสะท้อนถึงความไม่สะดวกเดินทางมาลงคะแนนเลือกตั้ง

ทว่า ที่สำคัญทุกเรื่องเกี่ยวกับการตัดสินใจของประชาชนจบลงด้วยการเลือกตั้งถือเป็นสปิริตที่ดี

“ยกตัวอย่าง แม้คำถามประชามติไม่ใช่เรื่องใหญ่ เช่น รัฐแคลิฟอร์เนีย ถามประชาชนว่าอยากจะใช้ถุงพลาสติกหรือไม่ ซึ่งอะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ของประชาชน ต้องถามประชาชนเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ ถามว่าประชาชนเหนื่อยไหม คำตอบคือเหนื่อย”

อีกประเด็นที่ส่วนตัวมีความสนใจ คือ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ในการเลือกตั้งสหรัฐ มีการใช้เครื่องลงคะแนนเสียงหรือโหวตติ้งแมชีน แต่สหรัฐยกเลิกเพราะไม่สะดวกต่อประชาชน ไม่ใช่ปัญหาเรื่องความไม่ไว้วางใจ แต่ยังเปิดคูหาฅให้ลงคะแนนโดยจะใช้เวลานานเท่าไหร่ก็ได้

สมชัย ยังตั้งข้อสังเกตในประเด็นเรื่องระยะเวลาในการเปิดหีบลงคะแนน เพราะสหรัฐเปิดหน่วยไม่ตรงกัน ขึ้นอยู่แต่ละมลรัฐกำหนด ทว่าไทยเปิดและปิดพร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งสหรัฐพยายามให้ประชาชนไปใช้สิทธิเวลาไหนก็ได้ อีกทั้ง กกต.สหรัฐใช้คนประจำหน่วยเลือกตั้งน้อยกว่าไทย แม้กระทั่งวิธีการปฏิบัติของแต่ละรัฐก็ไม่เหมือนกัน เช่น บัตรลงคะแนน

ด้าน วิบูลย์พงศ์ พูนประสิทธิ์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ฉายภาพว่า การเลือกตั้งสหรัฐ คนอเมริกันก็ไม่ค่อยเข้าใจทั้งหมด แต่สหรัฐกำหนดการเลือกตั้งไม่เคยเปลี่ยนแปลงมา 240 กว่าปี เพราะการเลือกตั้งสหรัฐเป็นส่วนหนึ่งของประวัติ ศาสตร์

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสหรัฐเป็นประเทศใหม่มาจากหลายประเทศในยุโรปรวมกัน จึงพยายามทำให้แตกต่างจากระบบในยุโรป ที่สำคัญคือปฏิเสธระบบกษัตริย์ ด้วยความต้องการสร้างคนธรรมดาให้มีอำนาจแต่ไม่ใช่กษัตริย์ จนนำมาสู่ระบบการเลือกตั้งสหรัฐ

ทั้งนี้ เนื่องจากอเมริกาเป็นมลรัฐเอกราชก่อนรวมตัวเป็นสหรัฐ ไม่ได้มองตัวเองเป็นจังหวัด แต่ละมลรัฐจึงมีอำนาจอธิปไตยเมื่อมารวมอยู่ในอำนาจรัฐธรรมนูญเดียวกัน

สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีถ้าให้ทุกคนลงคะแนนเสียงเลือกตั้งแล้วนับคะแนนเสียงข้างมาก มลรัฐใหญ่ก็จะได้เปรียบ จึงคิดวิธีสะท้อนความเป็นมลรัฐ แต่มลรัฐก็มีความแตกต่างกัน ไม่ใช่คนอเมริกันล้วนๆ

วิบูลย์พงศ์ ระบุด้วยว่า จนถึงวันนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ยังไม่ได้ชนะการเลือกตั้ง เพราะระบบอเมริการะบุไม่ใช่คะแนนเสียงประชาชนเลือกประธานาธิบดี แต่เป็นคะแนนเลือกคณะของทรัมป์ คะแนนของคณะผู้เลือกตั้งใช้เป็นตัวเลือกประธานาธิบดี ซึ่งจะเลือกจริงในวันที่ 19 ธ.ค.ตามระเบียบประเพณีดั้งเดิม

“คณะผู้เลือกตั้งจะลงคะแนนเลือกประธานาธิบดีโดยใส่คะแนนปิดซอง แต่ก็มีโอกาสที่คณะผู้เลือกตั้งของทรัมป์จะเลือก ฮิลลารี คลินตัน ก็ได้ เพราะกฎหมายสหรัฐกำหนดไว้ว่าไม่ถือว่ามีความผิด แต่ก็ยากเพราะต้องได้ถึง 38 คน ซึ่งจะเปิดคะแนนในวันที่ 19 ม.ค.ปีหน้า โดยรองประธานาธิบดีเป็นประธานในการนับคะแนน ซึ่งปัจจุบันนี้ บารัก โอบามา ยังเป็นประธานาธิบดีอยู่ หากเกิดสงครามขึ้น โอบามายังมีอำนาจเต็มสั่งการ ซึ่งทรัมป์จะมีอำนาจเต็มตัวต่อเมื่อเที่ยงวันของวันที่ 20 ม.ค.”

ขณะที่ พลีธรรม ตริยะเกษม กรรมการและเลขานุการมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) กล่าวว่า การเลือกตั้งของไทยมีความโปร่งใสกว่า ซึ่งภาพรวมจากการเดินทางไปดูงานเลือกตั้งที่ผ่านมาใน 5 เมืองของสหรัฐ ส่วนตัวเห็นมุมมองทางการเมืองแตกต่างกัน

โดยเฉพาะเมืองนิวแฮมป์เชอร์เป็นเมืองแรกในการเปิดหน่วยเลือกตั้ง สมาชิกรัฐสภาของรัฐมีเงินปีละ 100 เหรียญสหรัฐ และใครบ้านสวยต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีประชาชนออกมาใช้สิทธิสูงมากถึง 70% และเป็นเมืองใช้งบประมาณหาเสียงต่ำ สุดท้ายรัฐนี้ก็เลือกคลินตัน โดยภาพรวมคนในเมืองนี้มีความอึดอัดทางการเมือง

ส่วนไอโอวาเป็นรัฐแรกที่มีการจัดการ Caucus (การประชุมของสมาชิกหรือกลุ่มผู้นำของพรรคการเมืองเพื่อลงคะแนนเลือกหรือวางแผนทางการเมือง) โดยเมือง Des Monies เป็นศูนย์อำนวยการการเลือกตั้งหลัก และมีธุรกิจเกี่ยวกับการหาเสียงค่อนข้างมาก และการเลือกตั้งครั้งนี้คนอเมริกันมองว่าไม่ปกติ เพราะมีอารมณ์อึดอัดมาก ซึ่งทั้งสองผู้สมัครไม่ได้เป็นคนที่ประชาชนชื่นชอบ แต่ภาพลักษณ์ฮิลลารีถูกมองเป็นคนโกหก และมองการต่อสู้ครั้งนี้ระหว่างคนมีประสบการณ์และไม่มีประสบการณ์ พบว่ามีการเน้นไปที่การโจมตีเรื่องส่วนตัวมาก

“ทรัมป์ภาพลักษณ์รวมดีไม่เท่าฮิลลารี จึงมีการดึงตรงนี้ออกมาและใช้สังคมออนไลน์ค่อนข้างมาก มีการโจมตีแบบตรงๆ สำหรับการเมืองอเมริกาให้ความสำคัญกับประชาชนค่อนข้างมาก แต่ช่องโหว่การเลือกตั้งก็มี เพราะแต่ละรัฐจัดการเลือกตั้งของตัวเอง ไม่มีมาตรฐาน ประชาชนไปใช้สิทธิน้อย 50% คนรุนใหม่ไม่สนใจเท่าที่ควร ต้องมีการลงทะเบียนก่อน ไม่มีองค์กรตรวจสอบแบบองค์กรกลาง ทรัมป์ชนะหาเสียงแบบ Populist ประสบความสำเร็จในการประชาสัมพันธ์ตัวเองและหาเสียง จัดเวทีหาเสียงอย่างต่อเนื่อง และเป็นทางเลือกที่ 3 จากมุมมองผม เพราะคนอเมริกันต้องการทำลาย CLINTON & BUSH DYNASTY” พลีธรรม ระบุ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด อินเตอร์ พบ อาร์เซน่อล ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก วันนี้ 20 ม.ค.69