posttoday
การประชุม COP22 โลกที่ไม่เหมือนเดิม (1)

การประชุม COP22 โลกที่ไม่เหมือนเดิม (1)

08 ธันวาคม 2559

โดย...ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์

โดย...ดร.บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์

การประชุมภาคีอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 22 ที่เมืองมาร์ราเกซ ประเทศโมร็อกโก ระหว่างวันที่ 7-18 พ.ย.2559 ที่ผ่านมา เป็นการประชุมครั้งแรกภายหลังจากที่ความตกลงปารีสมีผลใช้บังคับตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2559 และนับเป็นการประชุมครั้งแรกเพื่อทำให้ความตกลงปารีสสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นจริง ถือเป็นยุคใหม่ของการประชุมเรื่องโลกร้อน

ก่อนหน้านี้ประเทศภาคีอนุสัญญาฯ ได้ใช้เวลากว่า 8 ปีนับตั้งแต่การประชุม COP13 ที่เกาะบาหลี ในปี 2550 เพื่อเจรจาจัดทำความตกลงโลกร้อนฉบับใหม่ จนได้ผลสำเร็จออกมาเป็นความตกลงปารีสในปลายปี 2558

ปัจจุบันนี้จึงมีความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับการจัดการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอยู่ 3 ฉบับ ได้แก่ (หนึ่ง) อนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 2535 ซึ่งเป็นความตกลงตัวหลัก (สอง) พิธีสาร
เกียวโต 2540 ซึ่งจะมีผลใช้บังคับจนถึงปี 2563 และ (สาม) ความตกลงปารีส 2558 ซึ่งไม่ได้กำหนดระยะเวลาใช้บังคับไว้ แต่มีเป้าหมายที่จะรักษาระดับความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกในบรรยากาศให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย เพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกภายในปี 2100 ให้ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส เมื่อเทียบกับยุคก่อนอุตสาหกรรม และพยายามให้บรรลุเป้าหมาย 1.5 องศาเซลเซียส

ก่อนการประชุม COP22 มีประเทศที่ให้สัตยาบันเป็นภาคีความตกลงปารีส 97 ประเทศ จนถึงวันนี้มีประเทศภาคีเพิ่มขึ้นเป็น 113 ประเทศ (จากจำนวนประเทศภาคีอนุสัญญาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 197 ประเทศ) ประเทศที่เป็นภาคีความตกลงปารีสในขณะนี้มีปริมาณปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมกันทั้งหมดคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 70% ของปริมาณก๊าซเรือนกระจกทั้งโลก

ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกรายใหญ่ๆ ได้เข้าร่วมเป็นภาคีความตกลงปารีสแล้ว ทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น จีน อินเดีย บราซิล แอฟริกาใต้ ฯลฯ การเข้าร่วมเป็นภาคีของประเทศต่างๆ จำนวนมาก และเป็นผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณสูงเหล่านี้ ทำให้ความตกลงปารีสมีผลใช้บังคับเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้มาก เดิมมีกรอบเวลาว่าจะเจรจาความตกลงปารีสให้เสร็จภายในปี 2558 (ค.ศ. 2015) เพื่อนำไปสู่การใช้บังคับภายใน5 ปี คือปี 2563 (ค.ศ. 2020)

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากบทบัญญัติในความตกลงปารีสซึ่งมีเนื้อหารวมทั้งหมด 29 มาตรา ส่วนใหญ่เป็นบทบัญญัติที่เป็นเพียงหลักการหรือแนวคิดกว้างๆ จำเป็นต้องมีการจัดทำกฎเกณฑ์ กติกาการดำเนินงานในด้านต่างๆ ให้เกิดความชัดเจน มีรายละเอียดเพียงพอที่จะทำให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นจริง เช่น กติกาการทบทวนและส่งเป้าหมายการมีส่วนร่วมของแต่ละประเทศในการแก้ไขปัญหาโลกร้อน (NDCs) เรื่องการถ่ายโอน/ซื้อขายคาร์บอนเครดิต เรื่องการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคป่าไม้ ฯลฯ การปฏิบัติตามความตกลงปารีสได้อย่างจริงจังจึงต้องรอการจัดทำรายละเอียดของกติกาต่างๆ ขึ้นมารองรับก่อน

บรรยากาศของการประชุม COP22 เป็นไปอย่างเข้มข้น ผู้แทนจากประเทศต่างๆ มีความมุ่งมั่นที่จะเจรจาให้เกิดผลลัพธ์ที่นำไปสู่กระแสทางการเมือง รักษาแรงผลักดัน และความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกันเพื่อให้การดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเกิดผลก้าวหน้า บรรลุวัตถุประสงค์ของความตกลงปารีสเป็นความเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้เกิดขึ้นจากผลการดำเนินงานในส่วนรัฐบาลเท่านั้น

แต่เป็นผลมาจากทั้งภาคธุรกิจเอกชนนักวิทยาศาสตร์ การดำเนินงานและความตื่นตัวในทุกระดับทั่วโลก เป็นกระแสความเปลี่ยนแปลงที่จะนำโลกไปสู่ทิศทางใหม่ของการจัดการแก้ไขปัญหาโลกร้อนอย่างจริงจังและเข้มข้นมากขึ้นๆ

ผลของการประชุม COP22 มีข้อตัดสิน (Decision) ไม่น้อยกว่า 25 เรื่อง ครอบคลุมในประเด็นต่างๆ เช่น เรื่องการปรับตัวและกลไกระหว่างประเทศวอร์ซอสำหรับการสูญเสียและความเสียหายที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรื่องการเสริมสร้างศักยภาพการดำเนินงานของประเทศกำลังพัฒนา เรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยี เรื่องการเงินและกลไกทางการเงิน เป็นต้น

ทั้งนี้ ได้กำหนดแผนงานเป้าหมายว่าจะมีการประชุมเจรจาเพื่อจัดทำกฎเกณฑ์กติกาต่างๆ ให้เป็นผลสำเร็จ เป็น “Paris Rulebook” ภายในปี 2561 เพื่อรองรับการปฏิบัติตามความตกลงปารีส

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน