
รุมจี้กรธ.เปิดกว้างทำกม.ลูก
พรรคการเมืองท้วง กรธ.เปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมทำกฎหมายลูก ดักคออย่าทำเพียงพิธีกรรม
พรรคการเมืองท้วง กรธ.เปิดกว้างให้ประชาชนมีส่วนร่วมทำกฎหมายลูก ดักคออย่าทำเพียงพิธีกรรม
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เปิดเผยว่า การยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 4 ฉบับนั้น ทางคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ควรเปิดโอกาสให้ประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจที่แท้จริง ได้มีส่วนร่วมในการออกกฎหมายผ่านกระบวนการต่างๆ อย่างรอบด้าน
“กรธ.ควรเปิดใจกว้างรับฟังข้อเสนอที่เป็นประโยชน์จากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ไม่ใช่แค่มีส่วนร่วมที่เป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อให้ได้ชื่อว่าได้ทำแล้ว ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมแล้วเท่านั้น” นายองอาจ กล่าว
ทั้งนี้ เพราะร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญทั้ง 4 ฉบับ ล้วนแต่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของอำนาจ เริ่มตั้งแต่การได้มาซึ่งอำนาจ การกลั่นกรองการเข้าสู่อำนาจ การใช้อำนาจ และการตรวจสอบการใช้อำนาจ ซึ่งเมื่อเป็นเรื่องของการใช้อำนาจแทนประชาชนผ่านกระบวนการทางการเมืองต่างๆ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ควรได้รับการพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อให้ได้การยอมรับจากประชาชน
นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญเปรียบเหมือนอวัยวะต่างๆ ที่จะทำให้ร่างกายสมบรูณ์ ดูดีไม่พิกลพิการ ดังนั้น อยากจะขอให้ กรธ.ทำกฎหมายลูกออกมาให้ดี คิดให้รอบคอบ อย่าเอาแขนขาเทียมที่ทำขึ้นมาจากวัสดุที่ด้อยคุณภาพมาทำเป็นอวัยวะ แล้วในที่สุดก็ต้องมานั่งซ่อมแซม ยิ่งเจอทีมช่างที่เอาของไม่ดีมาทำเป็นอะไหล่มาหลอกใช้ในการซ่อมแซมก็ยิ่งแย่กันไปใหญ่
“ขอให้การยกร่างกฎหมายประกอบต่างๆ อย่าให้มีบทบัญญัติที่เป็นการบีบบังคับ แข็งกร้าว เอาเปรียบจนทำอะไรแทบไม่ได้” นายสุรพงษ์ กล่าว
นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวว่า หลายประเด็นในร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง สะท้อนให้เห็นว่า มีความพยายามบั่นทอนให้พรรคและการเมืองไทยอ่อนแอ สร้างข้อจำกัด วางกฎระเบียบมากมายที่เต็มไปด้วยอคติต่อฝ่ายการเมือง เชื่อว่าหากดื้อดึงออกมาในลักษณะที่ว่านี้จะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นก่อนถึงการเลือกตั้งด้วยซ้ำ เพราะมีการควบคุมพรรคการเมืองมากกว่า
ส่งเสริมให้พรรคสามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน
ด้าน นายอุดม รัฐอมฤต โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า กรธ.จะพยายามดำเนินการจัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง และ พ.ร.บ.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์นี้ ที่ผ่านมา กรธ.พิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะเนื้อหาของกฎหมายมีรายละเอียดมาก หลายเรื่องเป็นการเขียนขึ้นใหม่ เมื่อเป็นการเขียนใหม่ ดังนั้น กรธ.จึงจำเป็นต้องพิจารณาด้วยความรอบคอบว่าเมื่อเขียนแล้วในทางปฏิบัติสามารถทำได้จริง
“เรื่องที่ กรธ.คิดนั้น เราพยายามเขียนไม่ให้มากไปหรือน้อยไป พยายามคิดทั้งในเชิงบวกและลบ ส่วนรูปแบบของการเปิดเผยรายละเอียดของกฎหมายลูกนั้น เบื้องต้นอาจจะมีการเปิดเวทีเชิญทุกฝ่ายมาร่วมรับฟังด้วย เนื่องจาก กรธ.ต้องการเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายได้รับทราบเนื้อหาและร่วมแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์หรือสามารถซักถามในประเด็นที่สงสัยได้” นายอุดม กล่าว







