
เทคโนเวิลด์
ผลการวิจัยล่าสุดพบว่าสารสกัดจากเห็ดมึนเมาสามารถช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าของผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม
ทดลองใช้เห็ดเมารักษาอาการซึมเศร้าผู้ป่วยมะเร็ง
ผลการวิจัยล่าสุดพบว่าสารสกัดจากเห็ดมึนเมาสามารถช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าของผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลาม ซึ่งเป็นมะเร็งที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวยอร์กทดลองใช้สารสกัดจากเห็ดดังกล่าวในห้องทดลองกับผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าจำนวน 29 คน เพียงคนละ 1 ครั้ง ปริมาณ 0.3 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม และพบว่าผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าวมีอาการซึมเศร้าลดลง โดยสารดังกล่าวมีผลยาวนาน 7 สัปดาห์ ถึง 8 เดือน ด้านทีมวิจัยจากวิทยาลัยการแพทย์จอห์นส ฮอปกิ้นส ได้ทดลองใช้สารสกัดจากเห็ดเมากับผู้ป่วยมะเร็งระยะดังกล่าว 51 คน ซึ่งช่วยบรรเทาอาการซึมเศร้าหดหู่ของผู้ป่วยได้นานราว 6 เดือน โดยทีมวิจัยทั้งสองทีม เปิดเผยว่า ผู้ป่วยราว 80% มีอาการซึมเศร้าน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสารจากเห็ดมึนเมาช่วยกระตุ้นให้สารเซโรทิน ที่ควบคุมอารมณ์ความรู้สึกในสมองหลั่งออกมามากขึ้น โดยการค้นพบดังกล่าวอาจนำไปสู่การหาทางนำสารจากเห็ดมึนเมามาใช้อย่างปลอดภัยในเวลาต่อไป ทั้งนี้ ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยมะเร็งระยะลุกลามราว 40-50% มักจะมีอาการซึมเศร้า และยารักษาโรคซึมเศร้าที่ใช้กันในปัจจุบันไม่ช่วยให้อาการดีขึ้น ทำให้ผู้ป่วยหมดกำลังใจและฆ่าตัวตายในเวลาต่อไป
“รอยเตอร์ส” ลุยใช้อัลกอริทึมแยกข่าวลวงบนทวิตเตอร์
ป๊อปปูลาร์ ไซแอนซ์ เว็บไซต์ข่าวเทคโนโลยี เปิดเผยว่า รอยเตอร์ส สำนักข่าวชื่อดังทดลองสร้างอัลกอริทึม หรือชุดคำสั่งโปรแกรม ที่มีชื่อว่า นิวส์ เทรเซอร์ เพื่อแยกแยะข่าวลวงบนทวิตเตอร์ โดยอัลกอริทึมดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นมาตั้งแต่ปี 2014 โดยจะสำรวจโพสต์ทั้งหมดบนทวิตเตอร์ แล้วแยกข่าวที่น่าเชื่อถือได้ออกจากโฆษณา สแปม คลิปเสียง หรือวิดีโอ จากนั้นจัดหมวดหมู่ข่าวประเภทเดียวกันไว้ด้วยกัน โดยรายงานระบุว่า อัลกอริทึมดังกล่าวมีเกณฑ์ในการคัดกรองข่าว 40 ข้อ เช่น พิจารณาจากสถานที่อยู่และสถานะการยืนยันตัวตนบนทวิตเตอร์ของผู้โพสต์ และรูปแบบการแพร่กระจายของข่าวต่างๆ ว่ามีความน่าเชื่อถือหรือไม่ รวมถึงยังตรวจสอบข่าวดังกล่าวกับแหล่งข่าวอื่นๆ ได้ด้วย และค้นหาแหล่งข่าวที่มีความน่าเชื่อถือเพิ่มเติมต่อไป นอกจากนี้ยังแยกแยะความแตกต่างระหว่างแฮชแท็กที่เป็นกระแสกับข่าวที่มีข้อเท็จจริงได้อีกด้วย ทั้งนี้ อัลกอริทึมใหม่ดังกล่าวช่วยให้นักข่าวแยกข่าวจริงและข่าวลวงบนทวิตเตอร์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งทำให้นักข่าวสามารถเข้าไปหาข้อมูลเกี่ยวกับประเด็นข่าวจริงต่างๆ ได้อย่างเจาะลึกยิ่งขึ้น
สุขภัณฑ์ไร้น้ำ กุญแจแก้ปัญหาสุขอนามัย
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (ซีดีซี) เปิดเผยว่า ประชากรโลกราว 2,500 ล้านคน ยังขาดแคลนระบบสุขอนามัยที่ดีและไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้ ในการแก้ปัญหาดังกล่าว ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแครนฟีลด์ ในอังกฤษ ได้สร้างสุขภัณฑ์ไร้น้ำ ที่มีชื่อว่า นาโน แมมแบรนซ์ ขึ้น โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อนำไปใช้แก้ปัญหาดังกล่าวโดยเฉพาะ ซึ่งภายในสุขภัณฑ์ดังกล่าวมีกลไกคัดกรองและระบบดูดน้ำออกจากของเสีย ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้น้ำในการทำความสะอาดเพิ่มเติม โดยไอน้ำที่เกิดขึ้นจากการถูกดูดน้ำออกมาจากของเสียดังกล่าวจะผ่านกระบวนควบแน่นจนกลายเป็นน้ำใหม่อีกครั้ง แล้วไหลลงไปที่ถังเก็บน้ำด้านหน้า ซึ่งสามารถนำน้ำดังกล่าวไปใช้งานในชีวิตประจำวันได้ โดยทีมนักวิจัยเปิดเผยว่า สุขภัณฑ์ไร้น้ำออกแบบมาให้ใช้งานได้เป็นเวลา 6 เดือน โดยไม่ต้องการการบำรุงรักษาใดๆ ซึ่งจะทดลองใช้งานในเขตเมืองแถบแอฟริกาก่อนภายในปีนี้
นักวิทย์พัฒนาวัสดุสร้างพลังงานไฟฟ้ารูปแบบใหม่
นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยฮุสตัน ในสหรัฐ พัฒนาวัสดุเทอร์โมอิเล็กทริก ที่สามารถเปลี่ยนความร้อนเหลือทิ้งจากท่อไอเสียรถยนต์หรือควันจากโรงงาน ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ โดยทีมงานทำวัสดุเทอร์โมอิเล็กทริกใหม่นี้ขึ้นจากไนโอเบียม ไอร์ออน พลวง และไทเทเนียม แล้วใช้เทคนิคการอัดด้วยความร้อนสร้างวัสดุนี้ขึ้นมา ซึ่งสามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้มากกว่าวัสดุประเภทเดียวกันถึง 4 เท่า จากการทดลองพบว่า เมื่อใช้ความร้อนสูงราว 1,093 องศาเซลเซียส กับวัสดุดังกล่าว ค่าเพาเวอร์แฟกเตอร์ของวัสดุสูงถึงระดับ 55 ซึ่งมากกว่าวัสดุประเภทเดียวกันอยู่ที่ราว 20-30 เท่านั้น โดยค่าเพาเวอร์แฟกเตอร์ที่สูงนั้น จะส่งผลให้หม้อแปลงสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้มากขึ้น อย่างไรก็ดี ทีมงานระบุว่า ประสิทธิภาพในการแปลงความร้อนเหลือทิ้งเป็นพลังงานไฟฟ้าของวัสดุใหม่ยังคงต่ำอยู่ และจำเป็นต้องมีการพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของวัสดุดังกล่าวต่อไป







