posttoday
การสืบสานธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

การสืบสานธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ภายใต้ระบอบประชาธิปไตย

02 ธันวาคม 2559

โดย...ไชยันต์ ไชยพร

โดย...ไชยันต์ ไชยพร

ขณะนี้มีประเทศที่ปกครองด้วยระบอบพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญรวมทั้งสิ้น 39 ประเทศ

หากพิจารณาจากการสืบสานธำรงไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยของประเทศต่างๆ อาจมีลักษณะร่วมกันหลายอย่าง

แต่บทบาทที่พระมหากษัตริย์ในแต่ละประเทศเลือกแสดงนั้นพบว่า มีความแตกต่างกันไป อาจกล่าวได้ว่าการแสดงบทบาทของพระมหากษัตริย์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือถูกกำหนดโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือธรรมเนียมปฏิบัติแต่โบราณเพียงอย่างเดียว

หากแต่การแสดงบทบาทของพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์ยังขึ้นอยู่กับพระบรมเดชานุภาพ และพระปรีชาสามารถในการมีพระราชวินิจฉัยต่อสถานการณ์เป็นสำคัญด้วย โดยทั่วไปจะพบว่าบทบาทพระราชอำนาจและพระราชสิทธิดำรงอยู่ในหลายมิติทั้งๆ ที่ดูเหมือนสถาบันพระมหากษัตริย์จะไม่ได้ทรงมีอำนาจโดยตรงทางการเมืองอย่างแท้จริง

ทั้งนี้ ในกรณีของพระราชสิทธิและพระราชอำนาจที่เป็นทางการ ดังในกรณีประเทศไทยและสหราชอาณาจักรนั้น พระมหากษัตริย์จะทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการแก้ไขวิกฤตการณ์บ้านเมืองเช่นเดียวกัน แต่ในรายละเอียดจะพบว่ามีบางส่วนที่แตกต่างกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะในสองประเด็นดังนี้

ประเด็นแรก พระมหากษัตริย์อังกฤษทรงใช้พระราชอำนาจส่วนพระองค์ในการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและการวินิจฉัยกรณีที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤตทางรัฐธรรมนูญหรือทางเศรษฐกิจ ดังเช่นกรณีที่ไม่มีพรรคการเมืองใดได้รับคะแนนเสียงในสภาสามัญเกินกว่ากึ่งหนึ่งหรือการชะงักงันของสภาสามัญ (Hung Parliament) หรือในปี 1931 ที่พระเจ้าจอร์จที่ 5 ไม่ต้องการให้ MacDonald ลาออกในช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจตกต่ำจึงทรงแก้ไขปัญหาด้วยการตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมาชั่วคราว เป็นต้น

เหล่านี้ถือเป็นกรณีวิกฤตการณ์ทางรัฐธรรมนูญที่เป็นข้อพิพาทที่มีผลทางภาคการเมืองมากกว่าภาคประชาชน ซึ่งจะต่างจากกรณีของการใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทยที่จะทรงใช้พระราชอำนาจต่อเมื่อเกิดวิกฤตที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของประชาชนกับรัฐบาลอันส่งผลกระทบโดยตรงต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ดังเช่นที่เกิดขึ้นในกรณี “14 ตุลา” หรือ “พฤษภาทมิฬ”  เป็นต้น

นอกเหนือจากนี้แล้ว พระมหากษัตริย์ไทยทรงไม่เคยลดพระองค์ลงมายุ่งเกี่ยวกับปัญหาการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างพรรคการเมืองดังเช่นกรณีของอังกฤษ ซึ่งนี่แสดงให้เห็นว่า พระมหากษัตริย์ไทยทรงดำรงพระองค์อยู่เหนือการเมืองอย่างแท้จริงยิ่งกว่าพระมหากษัตริย์อังกฤษที่เป็นต้นแบบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ประเด็นที่สอง การใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์อังกฤษในข้างต้นก่อให้เกิดข้อโต้แย้งในเชิงวิชาการมาโดยตลอดว่า พระมหากษัตริย์อังกฤษทรงสามารถใช้อำนาจดังกล่าวได้มากน้อยเพียงใด และจะเกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ในกรณีของพระมหากษัตริย์ไทย การใช้พระราชอำนาจดั้งเดิมของพระมหากษัตริย์มีอยู่ก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ

ดังนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญถูกประกาศใช้ ขอบเขตของพระราชอำนาจจะมากหรือน้อยจึงขึ้นอยู่กับพระบรมเดชานุภาพของพระมหากษัตริย์แต่ละพระองค์เอง

ตามที่ปรากฏในประเทศอื่นๆ บางประเทศที่เคยปกครองด้วยระบอบพระมหากษัตริย์ หลังจากเปลี่ยนแปลงการปกครองมาสู่ระบอบประชาธิปไตยและพระมหากษัตริย์ต้องอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ  ทำให้อำนาจ บทบาทและความรับผิดชอบต่อประชาชนขององค์พระมหากษัตริย์ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยต้องทรงใช้อำนาจ บทบาทและความรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างสมบูรณ์แต่ผู้เดียว มาเป็นเพียงประมุขหรือสัญลักษณ์ของประเทศเท่านั้น

พระมหากษัตริย์จึงมิจำเป็นต้องเคร่งครัดในคติคุณธรรมตามแบบผู้ปกครองต่างๆ ในระบอบสมบูรณาญา สิทธิราชย์ในสมัยโบราณ ด้วยมิได้ทรงมีอำนาจหน้าที่ดังเดิมอีกต่อไป เพราะคติคุณธรรมต่างๆ ของความเป็นผู้ปกครองไม่ว่าจะเป็นในทางตะวันออกหรือตะวันตกนั้น นอกจากจะมีไว้เพื่อเป็นฐานในการสร้างความชอบธรรมในการใช้อำนาจแล้ว ในมุมกลับ คติคุณธรรมดังกล่าวยังวางแนวทางและเป็นตัวกำหนดกรอบขอบเขตการใช้สมบูรณาญาสิทธิและอำนาจของพระมหากษัตริย์ด้วย

สิ่งสำคัญคือ คติธรรมมีไว้เป็นกรอบกำหนดขอบเขตพระราชอำนาจในระบอบเก่า แต่ในระบอบใหม่ แม้พระมหากษัตริย์จะถูกตีกรอบโดยรัฐธรรมนูญแล้ว แต่เมื่อทรงวางพระองค์ดังกล่าวอยู่ในกรอบแห่งธรรม ซึ่งอยู่นอกเหนือความเข้มงวดของกฎหมาย ซึ่งการมุ่งพากเพียรในคุณธรรมนั้นนำไปสู่ความเป็นคนดีมากกว่าเป็นเพียงพลเมืองดี

ดังนั้น ในเงื่อนไขที่รัฐเป็นประชา ธิปไตยและอยู่ภายใต้กฎหมายแต่ในนามและภายใต้การแก่งแย่งอำนาจผลประโยชน์ในทางปฏิบัติ ผู้ทรงธรรมจึงเป็นผู้มีอำนาจบารมีเหนือกรอบเกณฑ์ของกฎหมาย และเมื่อถึงยามวิกฤตแห่งความขัดแย้งทางการเมือง และรัฐธรรมนูญกฎหมายมิได้รับการเคารพ สถาบันทางการเมืองต่างๆ ไม่สามารถเป็นหลักในการแก้ไขความขัดแย้งนั้นได้

องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงเป็นทางออกสุดท้ายของทางตันทางการเมืองต่างๆ ที่ผ่านมา และสามารถยุติปัญหาต่างๆ ได้ด้วยคุณธรรมบารมีที่ทรงสั่งสมมาตลอดนับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นต้นมา

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69