posttoday

พักยก พรบ.ปิโตรเลียม ลดแรงเสียดทาน คสช.

01 ธันวาคม 2559

กระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม มีอันต้องสะดุดลงชั่วคราว

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

กระบวนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม และร่าง พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม มีอันต้องสะดุดลงชั่วคราว ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)​ ซึ่งในขั้นตอนการพิจารณารายละเอียดของกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างกฎหมายทั้งสองฉบับ

เมื่อที่ประชุม กมธ.มีมติให้แก้ไขนิยาม “Service Contract” จาก “จ้าง​สำรวจผลิต” ​เป็น “จ้างบริการ” เพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาได้สมบูรณ์ครบถ้วน ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นในอนาคต

ขั้นตอนต่อไปคือการส่งเรื่องกลับไปยัง​ ครม.​ เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเนื้อหา จากนั้นจึงจะส่งกลับมาให้ กมธ.พิจารณาตามกระบวนการต่อไป

แม้ทาง พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ในฐานะประธาน กมธ. จะชี้แจงว่าในเบื้องต้นได้ประสานกับทาง พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน แล้ว และมั่นใจว่าจะไม่กระทบกับระยะเวลาการพิจารณากฎหมายทั้งสองฉบับ

แต่ก็ไม่มีหลักประกันว่าทุกอย่างจะสามารถสำเร็จลุล่วงภายในเดือน ธ.ค. ตามแผนเดิมที่กำหนดไว้ ​

เมื่อยังมีประเด็นที่เป็นข้อถกเถียง โดยเฉพาะ “การตั้งบรรษัท” ซึ่งยังไม่อาจหาข้อสรุปได้ ​แถมยังเป็นประเด็น “เปราะบาง”​ ที่สุ่มเสี่ยงจะบานปลายไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ รวมกับประเด็นอื่นๆ ที่ทำให้การพิจารณาในชั้น กมธ. ต้องขยายเวลาออกไปหลายรอบ

ลำพังแค่ในชั้น กมธ. ก็ยังมีความเห็นหลากหลาย ถึงขั้นที่ พล.อ.สกนธ์ ในฐานะประธาน กมธ.เองก็ถือเป็นสียงข้างน้อย 4 คน ที่หนุนเรื่องการตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติเอาไว้ใน พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับนี้ แต่ก็ไม่อาจทัดทานเสียงข้างมากจาก 21 เสียง จนสุดท้ายก็ต้องมาจบที่ให้เขียนเป็นข้อสังเกตแนบท้ายกฎหมาย ​​

ท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังไม่อาจหาข้อสรุป การส่งเรื่องกลับไปยัง ครม.เพื่อแก้ไข​เนื้อหา จึงอาจเป็น “ทางออก” ที่ดีที่สุดสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ ซึ่งไม่อาจถอนเรื่องกลับมาเริ่มต้นใหม่ หรือหากจะดึงดันเดินหน้าต่อไปก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่​ ยิ่งประเด็นเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงผลประโยชน์มหาศาลของประเทศ

การพักยกในช่วงเวลานี้จึงอาจเป็นการลด “แรงกดดัน” ที่กำลังถาโถมเข้าใส่รัฐบาล คสช.

เมื่อข้อเท็จจริงชัดเจนว่ามีความเห็นแตกออกเป็นสองด้านทั้งสนับสนุนและคัดค้าน ดังนั้น ต่อให้เดินหน้าหรือถอนเรื่องกลับไปใหม่ก็ต้องเผชิญกับกระแสไม่เห็นด้วย สุดท้ายผลเสียก็ตกที่ คสช.ทั้งขึ้นทั้งล่อง

​จะเห็นว่ากลุ่มหนึ่งสนับสนุนให้เร่งเดินหน้า พ.ร.บ.ฉบับนี้โดยเร็ว​ ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายของภาครัฐหรือเอกชนที่ผลักดันเรื่องนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยพยายามหยิบยกประเด็นเรื่อง “ความมั่นคงทางพลังงาน” ขึ้นมาจูงใจปนข่มขู่เพื่อโน้มน้าวให้เร่งออกกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายในอนาคต

แต่ทาง ​พล.อ.อนันตพร เองก็ระบุว่าอาจมีการออกประกาศประมูล 2 แหล่งปิโตรเลียม คือ เอราวัณ และบงกช ได้ในช่วงกลางปี 2560 หากการพิจารณากฎหมายและขั้นตอนต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบที่วางไว้ หรือเกิดความล่าช้าเล็กน้อย

อีกกลุ่มหนึ่ง ฝั่งคัดค้านบางส่วนเป็นกลุ่มที่เคยออกมาเคลื่อนไหวตั้งแต่แรก หลายครั้งที่ออกมารวมตัวเรียกร้องให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียม จนแม้แต่ สนช.ลงมติให้ความเห็นชอบในหลักการ ร่างพ.ร.บ.นี้ก็ยังเคลื่อนไหวให้ถอนร่างออกจากการพิจารณาของ สนช.ต่อเนื่อง

ประเด็นสำคัญอยู่ที่เรื่องการตั้งบรรษัทพลังงานแห่งชาติ ซึ่งยังไม่ได้ถูกเขียนเอาไว้ชัดเจนในตัวเนื้อหาร่างพ.ร.บ.ตั้งแต่ต้น ยิ่งทำให้แรงต่อต้านยิ่งเพิ่มขึ้นตามมาด้วย

อีกด้านหนึ่ง ทางประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินส่งหนังสือมายังนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้ถอนร่างพ.ร.บ.
ทั้งสองฉบับออกไปก่อน เนื่องจากเห็นด้วยกับข้อเสนอจากศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและทรัพยากร มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งทำเรื่องเสนอมาว่าร่าง พ.ร.บ.ทั้งสองฉบับเนื่องจากมีช่องโหว่อันก่อให้เกิดการรั่วไหลและไม่เป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีอาการ ค่าภาคหลวงและรายได้อื่นของแผ่นดิน

สถานการณ์ในเวลานี้จึงเต็มไปด้วยความเห็นที่แตกต่างจนยากจะหาข้อสรุปให้เป็นที่ยอมรับร่วมกันทั้งสองฝั่งได้ และหากปล่อยไปเช่นนี้ย่อมไม่เป็นผลดีที่จะเดินหน้าไปทางหนึ่งทางใด

สุดท้าย แรงกดดันที่จะตามมาในอนาคตย่อมมีแต่จะซ้ำเติมสั่นคลอนความเชื่อมั่นและเสถียรภาพของรัฐบาล คสช.​ในช่วงโค้งสุดท้ายปลายโรดแมป

ยิ่งเวลานี้รัฐบาล คสช.กำลังเผชิญหน้ากับแรงเสียดทานจากรอบด้าน ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องการเร่งออกกฎหมายลูกเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง 2560 ซึ่งมีหลายประเด็นที่ยังเห็นต่างกันในสังคม​

การพักยกเรื่องร้อนอย่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมเวลานี้ แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็อาจช่วยลดแรงเสียดทานให้ คสช.ได้ไม่มากก็น้อย​​

ข่าวล่าสุด

ทรูจับมือ GASA ปั้นไทยผู้นำต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ระดับโลก