posttoday
กระตุ้นให้คุ้มค่า

กระตุ้นให้คุ้มค่า

27 พฤศจิกายน 2559

การใช้งบประมาณหรือลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ของรัฐบาล หากมองในภาพรวมแล้ว

การใช้งบประมาณหรือลดภาษีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้ของรัฐบาล หากมองในภาพรวมแล้ว ถือว่าเป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างมากและเร่งด่วน เพราะจากภาพรวมของเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศไทย ตัวเลขย่ำแย่ชะลอตัวลงกว่าที่คาดอย่างมาก แต่การใช้เงินภาษีของประเทศทางตรงและทางอ้อมดังกล่าว อยากจะให้รัฐบาลช่วยบอกถึงความคุ้มค่า ประโยชน์ที่ได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม ว่าคุ้มกับงบประมาณเงินภาษีหรือเงินที่หายไปจากการไม่เก็บภาษีมากน้อยแค่ไหน

รวมทั้งมาตรการที่รัฐบาลกำลังจะออกมาล่าสุด เพิ่มเติมจากการอัดฉีดเศรษฐกิจด้วยการแจกเงินผู้มีรายได้น้อย โดยใน 1-2 สัปดาห์นี้รัฐบาลปูดว่า จะออกแพ็กเกจใหญ่เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ซึ่งมีการหลุดออกมาสร้างกระแส เช่น จะมีการเพิ่มเติมการนำค่าใช้จ่ายท่องเที่ยวช่วงปีใหม่มาหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งเดิมมีมาตรการหักลดหย่อนได้จนถึงสิ้นปีนี้รายละ 1.5 หมื่นบาท การนำค่าใช้จ่ายซื้อของขวัญช่วงปีใหม่ การใช้จ่ายรับประทานอาหารตามร้านมาหักลดหย่อนภาษี รวมถึงจะมีการลดภาษีสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น น้ำหอม เครื่องสำอาง อาทิ แป้ง ลิปสติก

มาตรการที่รัฐบาลเรียกว่า เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ซึ่งอยู่ภายใต้แนวคิดอัดฉีดเงินเข้าไปเพิ่มรายได้ และหาทางลดค่าใช้จ่าย เช่น อาจจะลดค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า เพื่อหวังเพิ่มกำลังซื้อให้ประชาชนมีเงินออกไปจับจ่ายใช้สอยช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปลายปี เช่น เทศกาลคริสต์มาส เทศกาลปีใหม่ ยาวไปถึงเทศกาลตรุษจีน

ทั้งนี้ เพราะต้องการให้การบริโภคในประเทศเป็นหัวหอกในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างเฉียบพลัน จากเศรษฐกิจโลกที่ไม่ค่อยดียังมีความผันผวนสูงมาก และยังมาเจอกับปัจจัยเฉพาะของประเทศไทย บรรยากาศโศกเศร้า ทำให้ไม่มีอารมณ์การใช้จ่าย ขณะอีกสองแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ คือรายได้จากภาคบริการท่องเที่ยวที่เคยช่วยดันเศรษฐกิจ กับการใช้จ่ายภาครัฐที่หวังจะมาช่วยก็แป้ก

ในส่วนรายได้ภาคบริการท่องเที่ยว โดนผลกระทบฉับพลันจากมาตรการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ทำให้นักท่องเที่ยวจีนที่เคยเป็นตัวช่วยหลักรายได้ภาคบริการหายไปเกือบครึ่ง ส่วนการใช้จ่ายภาครัฐ แม้นายกรัฐมนตรีจะลงไปตรวจการบ้านประชุมเร่งให้เกิดการใช้งบประมาณแล้วประชุมอีก การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐในส่วนของงบลงทุนไม่ใช้งบประมาณที่เป็นรายจ่ายประจำพวกเงินเดือนข้าราชการ งบประมาณเพื่อการลงทุน ก็ยังคงเบิกต่ำกว่าเป้าหมาย

เมื่อเป็นเช่นนี้ทางที่รัฐบาลหวังคือการบริโภคในประเทศ เพราะหากมองการส่งออกปีนี้คงจะติดลบอีกปีเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ส่วนลงทุนภาคเอกชนยังหวังยาก เนื่องจากกำลังการผลิตยังเหลือใช้ไปแค่ 50-60% ของกำลังการผลิตที่มี ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยปลุกเศรษฐกิจให้ฟื้นได้เร็วก็คือ การบริโภคในประเทศ เพิ่มกำลังซื้อประชาชน ลดภาษีให้สินค้าถูกลงเพื่อกระตุ้น ดังนั้นมาตรการหรือของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลกำลังจะออกมา จึงอยากให้พิจารณาถึงความคุ้มค่าและตรงเป้าหมาย

ไม่อยากให้มาตรการที่ออกมาเหวี่ยงแหมากไป เช่น มาตรการยกเว้นหรือลดค่าธรรมเนียมวีซ่าให้กับหลายประเทศ เพราะการลดค่าธรรมเนียม 1,000 บาทให้กับบางประเทศ ไม่น่าจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการเดินทางมาเที่ยวไทยได้มากขึ้น เพราะบางประเทศไม่ได้มีเส้นทางบินตรงมาไทย การลดค่าธรรมเนียมวีซ่าบางประเทศที่เข้าข่ายเป็นประเทศมีความเสี่ยงกับกลุ่มก่อการร้าย สิ่งนี้อาจสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นที่เป็นคู่ขัดแย้งกันไม่ให้มาท่องเที่ยวในไทยได้

จึงอยากจะฝากรัฐบาลถึงแพ็กเกจของขวัญปีใหม่ที่จะออกมาแพ็กใหญ่มากใน 1-2 สัปดาห์นี้ว่า ขอให้เป็นมาตรการที่คุ้มค่าตรงเป้าและทันเวลากระตุ้นเศรษฐกิจ

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม