
วิตกไทยสอดแนมออนไลน์
เว็บไซต์รอยเตอร์ส รายงานว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่งแสดงความวิตกเกี่ยวกับการปรับแก้กฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ หรือพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ปี 2007 ของรัฐบาลไทย เนื่องจากอาจส่งผลให้รัฐบาลสอดส่องพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตได้มากยิ่งขึ้น จนจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก และนำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์
เว็บไซต์รอยเตอร์ส รายงานว่า กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายแห่งแสดงความวิตกเกี่ยวกับการปรับแก้กฎหมายความมั่นคงทางไซเบอร์ หรือพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ปี 2007 ของรัฐบาลไทย เนื่องจากอาจส่งผลให้รัฐบาลสอดส่องพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ตได้มากยิ่งขึ้น จนจำกัดเสรีภาพในการแสดงออก และนำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์
รายงานระบุว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติจะพิจารณาปรับแก้กฎหมายดังกล่าวในเดือนหน้า โดยนักวิจารณ์หลายรายมองว่าทางสภามีแนวโน้มลงมติเห็นชอบ เนื่องจากอนุมัติร่างกฎหมายดังกล่าวไปแล้วในครั้งแรก
ทั้งนี้ รัฐบาลไทยเสนอปรับแก้กฎหมายดังกล่าว เนื่องจากต้องการเพิ่มการเซ็นเซอร์บนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะการวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน และพยายามทำให้การเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของไทยเป็นไปอย่างราบรื่น อย่างไรก็ดี รัฐบาลชุดปัจจุบันสั่งปิดเว็บไซต์หรือบล็อกคอนเทนต์ออนไลน์ที่มองว่าไม่เหมาะสมมาโดยตลอด นับตั้งแต่ขึ้นบริหารประเทศในปี 2014
รอยเตอร์ส เสริมว่า กลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยในไทยต่างวิตกเกี่ยวกับการปรับแก้กฎหมาย ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่รัฐสอดส่องพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้ครอบคลุมขึ้น และมีแนวโน้มนำไปสู่การสอดแนมมวลชน โดย แซม ซาริฟี ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จากองค์การคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ไอซีเจ) กล่าวว่า เป็นการบั่นทอนเสรีภาพในการแสดงออกอย่างแท้จริง
กฎหมายที่ปรับแก้ใหม่จะเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่รัฐมากกว่าเดิม โดยมาตรา 18 และ 19 ระบุว่า เจ้าหน้าที่สามารถขอข้อมูลผู้ใช้ และทราฟฟิกดาต้าจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตจากศาล รวมถึงสามารถยึดคอมพิวเตอร์จากผู้ใช้ได้โดยไม่จำเป็นต้องระบุระยะเวลาในการยึด
นอกจากนี้ ภายใต้มาตรา 20 นั้น คณะกรรมการตรวจสอบของรัฐมีอำนาจสั่งปิดหรือลบเนื้อหาเว็บไซต์ที่เข้าข่ายเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ หรือขัดต่อศีลธรรมได้เอง จากเดิมที่ต้องขอหมายศาลก่อนดำเนินการดังกล่าว โดยนักวิจารณ์ของรอยเตอร์ส กล่าวว่า คณะกรรมการดูแลดังกล่าวไม่ควรเป็นหน่วยงานรัฐ เนื่องจากรัฐมีแนวโน้มละเมิดความเป็นส่วนตัวของประชาชนมากที่สุด หากการปรับแก้กฎหมายดังกล่าวผ่านการลงมติ โดยหน่วยงานที่ว่าควรเป็นหน่วยงานอิสระ ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องสิทธิและเสรีภาพบนโลกออนไลน์ของประชาชน
ทั้งนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ออกมาคัดค้านการปรับแก้กฎหมาย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อเดือน ต.ค. ไอซีเจและกลุ่มสิทธิมนุษยชนอีก 4 กลุ่ม เรียกร้องให้สภานิติบัญญัติของไทยไม่เห็นชอบร่างกฎหมายดังกล่าว







