
เท1.2หมื่นล.แจกคนจน
ครม.เคาะ 1.27 หมื่นล้าน ช่วยคนจน เล็งมาตรการช่วยผู้สูงอายุ แจกเป็นของขวัญปีใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ
ครม.เคาะ 1.27 หมื่นล้าน ช่วยคนจน เล็งมาตรการช่วยผู้สูงอายุ แจกเป็นของขวัญปีใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่มีรายได้น้อย ที่ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพอิสระให้ใช้ชีวิตอยู่ได้ หลังจากนี้จะมีมาตรการออกมาเพิ่มเติมอีก เช่น การช่วยเหลือผู้สูงอายุ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะไปหามาตรการมาดูแลต่อไป ขณะเดียวกันยังมีแนวทางช่วยเหลือด้านการเดินทาง โดยใช้กลไกของพร้อมเพย์ให้ผู้ที่มีรายได้น้อยใช้บัตรใบเดียวสามารถใช้บริการรถสาธารณะได้ในบางเส้นทาง
นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ครม.ได้อนุมัติงบประมาณ 12,750 ล้านบาท เพื่อดำเนินมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในโครงการลงทะเบียน เพื่อสวัสดิการแห่งรัฐตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ครอบคลุมกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนไว้กับภาครัฐตั้งแต่เดือน ก.ค.-ส.ค.ที่ผ่านมา ในกลุ่มที่อยู่นอกภาคเกษตร ผู้ว่างงาน และผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาท/ปี 5.4 ล้านคน ภายใต้เงื่อนไขเดียวกับที่ได้อนุมัติให้ความช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในภาคเกษตรเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2559
สำหรับมาตรการเพิ่มรายได้ครั้งนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ที่ไม่มีรายได้ หรือมีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท/ปี จำนวน 3.1 ล้านคน จะได้รับเงินจากรัฐบาล 3,000 บาท/คน ใช้วงเงินประมาณ 9,300 ล้านบาท และผู้ที่มีรายได้ตั้งแต่ 30,001-1 แสนบาท/ปี จำนวน 2.3 ล้านคน ได้รับเงินจากรัฐบาล 1,500 บาท/คน ใช้วงเงินประมาณ 3,450 ล้านบาท รวมวงเงิน 12,750 ล้านบาท โดยมีธนาคารที่รับผิดชอบ 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย ออมสิน และ ธ.ก.ส. โดยจะจ่ายเงินเข้าบัญชีผู้มีรายได้น้อยที่มีสิทธิตั้งแต่วันที่ 1-30 ธ.ค. 2559
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี 2559 โดยให้พิจารณาทบทวนมาตรการเก่าและหามาตรการใหม่เพิ่มเติม เพื่อดูแลเศรษฐกิจในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ เช่น กลุ่มท่องเที่ยว เป็นต้น โดยจะออกมาบังคับใช้ก่อนปีใหม่
สำหรับการขยายตัวเศรษฐกิจไทยไตรมาส 3 ปีนี้ ที่ 3.2% ถือว่าน่าพอใจ ซึ่งทาง สศค.ยืนยันว่าทั้งปีจะขยายได้ 3.3% ซึ่งนอกจากการดูแลเศรษฐกิจระยะสั้นยังให้ สศค.ไปหามาตรการระยะยาวเพื่อทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 4-4.5% ซึ่งตั้งเป้าจะทำให้ได้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป







