posttoday

ผลประโยชน์ยืดหยุ่น ดูแลพนักงานคุณภาพ

20 พฤศจิกายน 2559

ปลายปีแบบนี้ทั้งผู้บริหาร ผู้จัดการและฝ่ายทรัพยากรบุคคลคงต้องทำหลายเรื่อง ไม่ว่าจะประเมินผลพนักงาน

โดย...ธรรมนูญ มิตรเทวิน ที่ปรึกษาอาวุโส บริษัท เดอะไนล์

ปลายปีแบบนี้ทั้งผู้บริหาร ผู้จัดการและฝ่ายทรัพยากรบุคคลคงต้องทำหลายเรื่อง ไม่ว่าจะประเมินผลพนักงาน เตรียมงบประมาณปีหน้า รวมทั้งวางแผนการให้ผลตอบแทนพนักงาน ซึ่งประเด็นที่จะมาแลกเปลี่ยนวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผลตอบแทนพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานที่มีคุณภาพในองค์กร หรือคำที่รู้จักกันโดยทั่วไปคือ กลุ่ม Talent ขององค์กร ซึ่งมีปะปนกันทั้งกลุ่ม Gen X และ Gen Y

ต้องยอมรับว่าการดูแลรักษาคนที่เป็น Talent ในองค์กรนับวันจะลำบากขึ้นทุกวัน เพราะการดึงตัว ซื้อตัวมีกันเป็นปกติ ยิ่งถ้าอยู่ในสายงานที่เป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน หรือหายากด้วยแล้วละก็ ต้องหาวิธีการที่จะดูแลรักษาพนักงานกลุ่มนี้อย่างเต็มที่ และปฏิเสธไม่ได้ว่าวิธีการหนึ่งที่ใช้กันอยู่และต้องทำให้ตรงใจพนักงาน และอยู่ในงบประมาณที่องค์กรรับได้คือการบริการค่าตอบแทน ผลประโยชน์และสวัสดิการ (Compensation & Benefit) โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องผลประโยชน์หรือสวัสดิการในยุคสมัยนี้ถ้าให้แบบเพียงแค่พื้นฐานก็ไม่น่าจะสามารถดูแลรักษาพนักงานคนกลุ่มนี้ให้อยู่กับองค์กรได้ จำเป็นต้องมีการออกแบบ “ผลประโยชน์แบบยืดหยุ่น หรือ Flexible Benefit” มาใช้เพิ่มเติม

“สวัสดิการและผลประโยชน์แบบยืดหยุ่น หรือ Flexible Benefit” คือ การออกแบบสวัสดิการและผลประโยชน์พนักงานให้ตรงกับความต้องการของพนักงาน พร้อมเน้นสร้างความคุ้มค่าให้แก่งบประมาณขององค์กรมากที่สุด ซึ่งจะช่วยรักษาและดึงดูดพนักงานให้อยู่กับองค์กรมากขึ้น เมื่อเปรียบเทียบการให้ผลตอบแทนที่เป็นเงินเพียงอย่างเดียว ซึ่งรู้จักในชื่อ "Cafeteria benefit" หรือ "Flex plan"

จากประสบการณ์ในปัจจุบันจะมีสวัสดิการพิเศษและผลประโยชน์ที่มีแรงจูงใจเกี่ยวข้องกับการทำงาน เช่น การได้ฝึกอบรมเกี่ยวข้องกับงาน การได้เป็นวิทยากรอบรมพนักงานเข้าใหม่ และการขายคืนวันลาพักร้อนเปลี่ยนเป็นเงินให้บริษัท นอกจากนี้จะมีสวัสดิการพิเศษและผลประโยชน์นอกสถานที่ทำงานด้วย เช่น ค่ารักษาพยาบาลบิดาและมารดา การให้เป็นสมาชิกฟิตเนส และดูแลบุคลิกภาพด้วยการเข้าสปาหรือนวดหน้า เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการให้สวัสดิการและผลประโยชน์แบบยืดหยุ่นที่เป็นสากลอีก 2 รูปแบบที่ใช้ทั่วไป คือ 1.Option Plan เป็นสวัสดิการที่ออกแบบโดยสำรวจความเห็นพนักงานทั้งบริษัทและจัดทำสวัสดิการเป็น Option ตามผลสำรวจ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลจะบริหารสวัสดิการแบบรายกลุ่ม และพนักงานจะเลือกทีละ Plan โดยได้สวัสดิการเท่าที่ระยะเวลาบริษัทกำหนดซึ่งจะห้ามเปลี่ยนแผน เหมาะกับองค์กรขนาดกลางถึงใหญ่ ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายสวัสดิการเท่าเดิม แต่เป็นการเกลี่ย 2.A la carte เป็นสวัสดิการที่ออกแบบโดยทีมฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่วางระบบเป็น Automatic แล้ว เป็นการบริหารสวัสดิการแบบรายบุคคล เท่าที่ระยะเวลาบริษัทกำหนด ซึ่งจะห้ามเปลี่ยนแผน เหมาะกับองค์กรที่มีพนักงานไม่เกิน 200 คน มีความหลากหลายทางอายุ มีคนต่างชาติ ศาสนา ภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย

การเลือกใช้สวัสดิการและผลประโยชน์แบบยืดหยุ่นเหล่านี้ขึ้นอยู่กับวิธีบริหารจัดการของแต่ละองค์กรว่าจะใช้แบบไหน และให้ใคร โดยมีงบประมาณเป็นตัวกำหนด สิ่งเหล่านี้ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าและสื่อสารให้พนักงานรับทราบเพื่อเป็นตัวช่วยดูแลรักษาพนักงาน เพิ่มระดับความผูกพันกับองค์กร และลดการลาออกของพนักงานหลังได้รับโบนัสปลายปีไปแล้ว โดยส่วนตัวหวังว่าบทความนี้คงจะเป็นประโยชน์กับผู้บริหารองค์กรและฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่จัดการเรื่องนี้ไม่มากก็น้อยครับ

ข่าวล่าสุด

ฉลองใหญ่ทศวรรษใหม่! ไทยเบฟ ผนึกกำลังจัด “Water Festival 2026” ปีที่ 11 ปักหมุด 4 ภาคทั่วไทย 11–15 เมษายนนี้