
"มีชัย"โยนคณะกก.สรรหาชี้ขาดคุณสมบัติองค์กรอิสระ
"มีชัย"โยนให้คณะกรรมการสรรหาชี้ขาดคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ยันหลักการไม่ต้องการให้ใครอยู่ซ้ำหน้า
"มีชัย"โยนให้คณะกรรมการสรรหาชี้ขาดคุณสมบัติผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ยันหลักการไม่ต้องการให้ใครอยู่ซ้ำหน้า
นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวถึงคุณสมบัติของผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการในองค์อิสระว่า ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการสรรหา เพราะร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะออกมา เรากำหนดให้คณะกรรมการสรรหาวินิจฉัยเอง โดยจะทำการสอบประวัติ ทุกคน ของทุกหน่วยงาน ใครขาดคุณสมบัติก็ชี้มา
นายมีชัย กล่าวว่า ส่วนเจตนารมณ์ของกรธ.ในมาตราดังกล่าวไม่ต้องการให้บุคคลเดิมทำหน้าที่ซ้ำไปซ้ำมาอีก แต่ตอนที่กรรมการองค์กรอิสระที่เข้ามาได้ตามรัฐธรรมนูญเดิม เพราะไม่มีข้อห้ามนี้ กรธ.จึงให้คณะกรรมการสรรหาหาข้อยุติ ไม่ต้องไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้เชื่อว่า การชี้ขาดคุณสมบัติและการสรรหากรรมการองค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จะไม่กระทบต่อการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาเวลากกต.ครบวาระ เข้ามาใหม่ยกชุดก็ยังทำงานกันได้ หากไม่มีการสรรหากกต.ใหม่เลย กกต.เดิมเขาก็ต้องศึกษาเนื้อหาในรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องอยู่ดี
เมื่อถามว่า การให้อำนาจคณะกรรมการสรรหามาตรา 203 สรรหาบุคคลนอกเหนือจากที่มารับสมัครได้ จะมีประเด็นการเมืองหรือไม่ นายมีชัยกล่าวว่า ประธานคณะกรรมการสรรหากำหนดให้เป็นประธานศาลฎีกาคงไม่มีเหตุอะไรจะกลายเป็นเรื่องการเมือง ที่ผ่านมาสรรหากันตามที่มาสมัครก็โดนเรื่องใครเป็นครของใคร จึงเปิดช่องให้กว้างขึ้นมองคนนอกได้ มันเป็นของใหม่ต้องลองใช้ แล้วศึกษาข้อดีข้อเสีย ใครมีหน้าที่อะไรก็ทำไปตามรัฐธรรมนูญให้เดินไปตามโรดแมป
เมื่อถามถึงขั้นตอนผ่านกฎหมายลูกตามมาตรา 267 หากสนช.มีมติ 2 ใน3 ตีตกกฎหมายลูกของคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ร่วมกันระหว่างสนช. กรธ. และองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง จะทำอย่างไร เพราะไม่ได้กำหนดไว้ นายมีชัย กล่าวว่า หากไปถึงการตั้งคณะกมธ.ร่วม แสดงว่า สนช.ต้องมีการแก้ไขร่างกฎหมายลูกที่ขัดต่อเจตนารมณ์ของกรธ. แล้วเมื่อกมธ.ร่วมเสนอร่างกฎหมายให้สนช.อีกครั้ง แล้วถูกตีตกด้วยเสียง 2 ใน 3 มาตรา 267 ไม่ได้บอกว่า ให้สนช. ไปนำร่างเดิมที่แก้ไขก่อนมีการตั้งกมธ.ร่วมมาลงมติเห็นชอบใหม่อีกครั้งคิดว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น รัฐบาลคงต้องเป็นผู้ร่างกฎหมายลูกตัวนั้นมาให้สนช.พิจารณาใหม่เอง หรือ หากยังไม่ครบกำหนด 8 เดือน กรธ.อาจจะร่างให้ใหม่ได้
นายมีชัย กล่าวว่า สำหรับกรธ.คงไม่ทักท้วงถึงขนาดคุยกันไม่ได้ จนต้องไปตั้งกมธ.ร่วม เพราะเข้าใจว่า เป็นเรื่องของความเห็นต่าง แต่ต้องไม่กระทบหลักการ เช่น เห็นต่างเรื่องโทษประหารชีวิต จึงแก้ให้เหลือจำคุก 20-30 ปีแทน แบบนี้ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย สิ่งที่เรานำเสนอไปต้องสุดโต่ง พอไปถึงขั้นต่อไปเขาอาจปรับเปลี่ยนได้ ความเห็นต่างสามารถคุยกันได้ เชื่อว่า ไม่น่ามีประเด็นขัดแย้งรุนแรง







