
จิตอาสา ถวายพ่อหลวง
โดย...น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูร ร.น.
โดย...น.ต.วรวิทย์ เตชะสุภากูร ร.น.
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เราๆ ท่านๆ คงได้ยินได้เห็นข่าวเกี่ยวกับบรรยากาศจากพื้นที่โดยรอบ พระบรมมหาราชวังท้องสนามหลวง และรวมถึงสถานที่สำคัญในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศที่เต็มไปด้วยพี่น้องประชาชนนับหมื่นนับแสนเป็นล้านๆ คน ที่เดินทางมาลงนามเพื่อแสดงความอาลัยและถวายสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ จนกระทั่งถึงวันนี้คือการเข้ากราบสักการะพระบรมศพ
หลายคนทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยทำกันหลากหลายรูปแบบมาก หนึ่งในความดีนั้นเรียกว่า จิตอาสา
ผมขออนุญาตเล่าถึงจิตอาสาที่ผมได้มีโอกาสพูดคุยโดยตรงกับพี่ๆ น้องๆ และเพื่อนๆ ที่ลงพื้นที่จริง กิจกรรมแรกๆ ที่คิดกันได้ก่อนน่าจะเริ่มกันตั้งแต่การนำอาหาร น้ำดื่ม ไปแจกโดยกระจายตามจุดต่างๆ รอบพื้นที่ น้องหลายคนทำข้าวกล่องไปแจก บางคนลงมือทำกับข้าวเอง แต่บางคนกลัวจะไม่อร่อยก็ไปสั่งร้านอาหารทำให้เสร็จสำเร็จรูปพร้อมแจกเลย ส่วนคนที่จะซื้อน้ำเพื่อไปแจกก็ใส่ใจเลือกขนาดของขวดน้ำให้มีปริมาณพอดีกำลังดื่ม ไม่มากไม่น้อยเกินไป ต่อมามีบางหน่วยงานนำตู้น้ำมาให้บริการเติมน้ำดื่มสะอาด เพื่อช่วยลดปริมาณของขวดพลาสติกลง
การเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อไปแจกนั้นก็ไม่ง่ายนัก เพราะเส้นทางการจราจรโดยรอบบริเวณงานจำเป็นต้องปิดถนน เพื่ออำนวยความสะดวกกับประชาชนเป็นส่วนใหญ่ น้องบางคนขับรถไปถึงแล้วเข้าไม่ได้ จึงต้องใช้วิธีส่งยิ้มหวานให้พี่ตำรวจว่าขออนุญาตเข้าไปแจกข้าวและน้ำดื่ม พี่ตำรวจยิ้มพร้อมตะเบ๊ะแล้วให้ผ่านเข้าได้
เพื่อนผมคนหนึ่งคิดว่าคนที่ไปงานนี้ถ้าได้ดื่มแต่น้ำเปล่าอาจชื่นใจไม่พอ ในช่วงเวลากลางวันอากาศค่อนข้างร้อนมากเลยลงมือทำน้ำชาดำเย็น โอเลี้ยง และกาแฟเย็น หาผลไม้ เช่น ฝรั่ง ส้ม ฯลฯ ไปแจกเพิ่มด้วย แถมยังชวนพี่ข้างบ้านขับรถกระบะไปส่งให้ พี่เขาใจดีเหลือเกิน ช่วยสมทบน้ำแข็งและถ้วยพลาสติกอีกด้วย
ยังมีน้องอีกกลุ่มที่ผมไปเจอที่เต็นท์ลงนามแสดงความอาลัยทางอิเล็กทรอนิกส์ ช่วงพักรับประทานข้าวน้องๆ รีบวิ่งไปรวบรวมซื้อยาดมมาได้เท่าที่มีขายในแถวนั้นแจกกันไปเป็นร้อยอันพอเหลืออันสุดท้ายคิดว่าจะเก็บไว้สำรองใช้เองและเตรียมจะสูดดมให้เย็นชื่นใจ บังเอิญมีคุณป้าคนหนึ่งมาขอยาดมเลยต้องเสียสละยาดมหลอดสุดท้ายนี้ให้คุณป้าไปด้วยรอยยิ้ม
อีกวันเดินผ่านไปเจอน้องผู้หญิง 2 คน ยืนชูป้าย “บริการมอเตอร์ไซค์ฟรี” ด้วยสีหน้าและรอยยิ้มที่สดใส ผมสงสัยจึงลองถามดูว่า “น้องขี่เองเหรอครับ” น้องตอบว่า “ไม่ใช่ค่ะ เพื่อนของหนูฝั่งตรงข้ามค่ะ” หันไปก็เห็นน้องๆ ผู้ชายและเพื่อนๆ อีกกลุ่มใหญ่รอคิวที่จะให้บริการอยู่ ผมได้แต่ยกมือกด Like ให้ครับ ที่ทุกคนเข้าใจแบ่งงานกันทำได้ดีมาก
เดินต่อไปอีกนิดเห็นนักเรียนอีกกลุ่มถือถุงขยะเดินไปรอบๆ เพื่อเก็บและรับขยะ แต่ที่น่ารักมากขึ้นไปอีกคือ น้องแต่ละคนมีป้ายแขวนไว้ด้วยว่าเป็นถุงขยะที่ใส่เศษอาหาร หรือขยะแห้ง หรือ ขยะรีไซเคิล เพื่อคัดแยกขยะได้ดียิ่งขึ้น เชื่อไหมว่าแค่ 14 วันแรก มีขยะสะสมเกือบ 1,000 ตัน เป็นกล่องโฟมวันละ 1 แสนกล่อง
เรื่องเล่าข้างต้นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่เกิดขึ้นตลอดประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา แล้วเขาพูดกันมาเพื่ออะไร เหตุผลมีสัก 3 ข้อ ดังนี้ 1.พระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่เกี่ยวกับการทำความดี การให้ การเสียสละ ย่อมเป็นแนวทางให้คนกลุ่มใหญ่อุทิศตนด้วยจิตสาธารณะ โดยช่วงวันที่ 19-24 ต.ค. มีผู้มาลงทะเบียนเป็นจิตอาสามากถึง 5,000 คน โดยเฉพาะวันที่ 22 ต.ค. มีมากถึง1,900 คน มีทั้งทุกเพศทุกวัยตั้งแต่รุ่นเล็กจนถึงรุ่นใหญ่ ย้ำให้เห็นว่าจิตอาสานั้นเป็นความดีง่ายๆ ที่ทุกคนทำได้
2.เมื่อเดือน ม.ค. 2558 ปีที่แล้ว ผมนำเสนอบทความเรื่อง 8 ปี : จิตอาสา : วาระแห่งชาติ ซึ่งเดือน ม.ค. 2560 ที่ใกล้จะถึงนี้จะครบ 10 ปี ของจิตอาสา ในฐานะที่เป็นวาระแห่งชาติ ผู้บริหารประเทศน่าจะได้เร่งผลักดันมาตรการที่จะสนับสนุนกิจกรรมจิตอาสา หรือส่งเสริมอาสาสมัครอย่างจริงจัง ดังภาพที่ว่าถ้าคนไทย 60 ล้านคน ช่วยกันทำงานจิตอาสากันเพียงคนละ 1 ชั่วโมง ประเทศไทยก็จะมีเวลาของงานจิตอาสามากถึง60 ล้านชั่วโมง หรือ 2.5 ล้านวัน หรือ 6,850 ปี เพื่อความยั่งยืนที่ต่อเนื่อง
3.จิตอาสาเป็นทุนทางสังคมใหม่ล่าสุดของประเทศไทยและของโลกด้วย ดังนั้นขอร้องคนไทยทุกคนอย่าปล่อยให้คุณค่าของการทำความดีเพื่อพ่อหลวงในครั้งนี้ เป็นเพียงปรากฏการณ์ที่สว่างไสวเพียงชั่ววันชั่วคืนชั่วปีหนึ่งเท่านั้น แต่ขอให้ช่วยกันสานต่อและเคลื่อนสังคมไทยด้วยความดี การสะสมความดีของผู้คนต้องใช้เวลาและเป็นสิ่งจำเป็น เรามาผสมผสานความต่างเพื่อเป้าหมายร่วมที่จะถักทอร้อยเรียงอนาคตของลูกหลานเราให้งดงามได้ครับ







