
เบรกเช่าหัวรถจักร
สหภาพรฟท.ปูดแพงกว่าซื้อใหม่ถึง 7.5 พันล้าน ด้าน ‘วุฒิชาติ’ โต้สุดคุ้ม
สหภาพรฟท.ปูดแพงกว่าซื้อใหม่ถึง 7.5 พันล้าน ด้าน ‘วุฒิชาติ’ โต้สุดคุ้ม
สหภาพรถไฟฯ ออกโรงค้านเช่าหัวรถจักรดีเซล 50 คันกว่า 1.4 หมื่นล้าน หวั่นเอื้อประโยชน์รายใหญ่
จากกรณีการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำหนดแผนเดินหน้าโครงการเช่าหัวรถจักรดีเซลพร้อมซ่อมบำรุงจำนวน 50 คัน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาร่างทีโออาร์ เมื่อพิจารณาจากรายงานของคณะกรรมการราคากลางของ รฟท.แล้ว พบว่าการเช่าหัวรถจักรในระยะเวลา 15 ปี จากปกติหัวรถจักรมีอายุการใช้งาน 25 ปี ทำให้ต้นทุนสูงขึ้น 40-60% อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่ค่าซ่อมบำรุงหัวรถจักรเก่าจะสูงกว่าที่ควรจะเป็นถึง 42%
นอกจากนี้ กรณีเช่าหัวรถจักรดีเซล 50 คัน ระยะเวลา 15 ปี เฉลี่ยค่าใช้จ่ายอยู่ที่คันละ 51,945 บาท/วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 14,219 ล้านบาท เปรียบเทียบกับการซื้อหัวรถจักรใหม่ค่าใช้จ่าย 15 ปี อยู่ที่คันละ 24,545 บาท/วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 6,719 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายลดลงถึง 7,500 ล้านบาท อีกทั้งหัวรถจักรใหม่ยังสามารถใช้งานในระยะยาวได้อีกด้วย ส่วนค่าซ่อมบำรุงนั้น การเช่าหัวรถจักรมีค่าใช้จ่ายราว 14,031 บาท/วัน ขณะที่การซื้อหัวรถจักรใหม่นั้นอยู่ที่ 9,821 บาท/วัน
นายอำพล ทองรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การซื้อหัวรถจักรดีเซลใหม่คุ้มค่ามากกว่าการเช่า เนื่องจากปัญหาในเงื่อนไขของทีโออาร์ที่ไม่มีความชัดเจนในเรื่องของการซ่อมบำรุง อีกทั้งการซื้อใหม่มายังประหยัดและมีประสิทธิภาพกว่าการเช่า เนื่องจากสามารถกำหนดสเปกของวัสดุ ตลอดจนสามารถเลือกรูปแบบการใช้งานและซ่อมบำรุงได้ เหมาะสมกับการใช้ในประเทศไทย อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาวเกินกว่า 50 ปี การซื้อใหม่ก็ยังคุ้มค่ากว่าทั้งในแง่การใช้งานและค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ มองว่าโครงการเช่าหัวรถจักรดีเซลดังกล่าว มีโอกาสสูงที่จะเปิดช่องให้มีการเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชนรายใหญ่ เนื่องจากการจัดซื้อจัดจ้างที่ผ่านมาส่วนใหญ่ผู้ชนะประมูลจะเป็นเอกชนรายเดิมๆ นำมาซึ่งการล็อกสเปก ทำให้ได้อะไหล่ที่ไม่มีคุณภาพ ขัดแย้งกับนโยบายของรัฐบาล ที่พยายามสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการรายย่อย ดังนั้น รฟท.ต้องเปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมให้ผู้ประกอบการรายย่อยเพื่อความมีประสิทธิภาพของอะไหล่ และการซ่อมบำรุง เนื่องจากการเช่าซื้อหัวรถจักรดีเซลเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก
อย่างไรก็ตาม คงต้องจับตาดูกันต่อไป เมื่อนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากประชุมกับสมาคมการค้ายูโรเปียนเพื่อธุรกิจและการพาณิชย์ (EABC) เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า ยังไม่มีแผนซื้อขบวนรถไฟใหม่ ส่วนใหญ่จะนำขบวนรถเก่ามาซ่อมบำรุงเท่านั้น ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีแนวโน้มไม่คุ้มค่าในแง่การใช้งานและการลงทุน เนื่องจากโครงการมีระยะเวลาเพียง 15 ปี ทว่าหัวรถจักรมีอายุการใช้งานได้ถึง 25-30 ปี จึงจะหารือกับ รฟท. เพื่อขอให้ รฟท.ขยายระยะเวลาการเช่าหัวรถจักรของโครงการออกไป
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ผู้ว่าการ รฟท. กล่าวว่า การเช่าหัวรถจักรดีเซลมีความคุ้มค่ามากกว่าการซื้อ เนื่องจากในอนาคต รฟท.จะเปลี่ยนรถไฟเป็นระบบไฟฟ้า ทำให้เลือกการเช่าหัวรถจักรมาใช้ ซึ่งก่อนนั้นเป็นตัวเลือกการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด และ รฟท.ไม่ต้องรับภาระความเสี่ยงด้านการบริหารจัดการหัวรถจักรใหม่อีกด้วย ปัจจุบันโครงการอยู่ระหว่างการประชุมหารือ เพื่อรวบรวมความคิดเห็นก่อนส่งไปยังกระทรวงคมนาคมต่อไป







