posttoday
เสียใจได้  แต่อย่าให้เสียหน้าที่

เสียใจได้ แต่อย่าให้เสียหน้าที่

10 พฤศจิกายน 2559

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

โดย...ภุมรัตน ทักษาดิพงศ์

ประเทศชาติกำลังอยู่ในช่วงของความเศร้าโศกเสียใจต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หรือที่คนไทยเรียกสั้นๆ ว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 เชื่อว่าคนไทยไม่เคยเห็นคนไทยเสียใจอย่างใหญ่หลวงเท่ากับครั้งนี้ ไปทางไหนก็เห็นแต่น้ำตานองใบหน้าของเพื่อนร่วมชาติ ไม่เพียงคนไทยในประเทศเท่านั้น แต่คนไทยที่พำนักอาศัยอยู่ในต่างประเทศก็มีความรู้สึกไม่แตกต่างกัน ถือว่าเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศก็ว่าได้

คนไทยทุกคนรู้ว่าวันนี้จะมาถึงไม่ช้าก็เร็ว ซึ่งเป็นไปตามธรรมชาติ คนไทยส่วนใหญ่ซึ่งเป็นคนชาวพุทธได้รับการสอนเรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย หรือคำว่าอนิจจัง สังขารเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ แต่เมื่อบุคคลอันเป็นที่รักจากไป ลูกหลานญาติพี่น้องเพื่อนสนิทก็อดเสียใจ เศร้าโศกไม่ได้ แต่ในหลวงพระองค์นี้เป็นพ่อของชาติ เปรียบเสมือนพ่อของคนไทยทุกคน จึงไม่ต้องบรรยายว่าคนไทยเสียใจมากขนาดไหน เพียงภาพที่เผยแพร่ไปสู่คนทั่วโลกย่อมเป็นหลักฐานอย่างดีว่า คนไทยเสียใจต่อการสวรรคตของ “พ่อหลวง” พระองค์นี้อย่างหาที่เปรียบมิได้ 

สุภาษิตจีนกล่าวว่า เมื่อมีวิกฤต ย่อมมีโอกาส เราต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส แม้จะเสียใจ แต่ทุกคนต้องมีสติและควรคิดว่าแล้วเราจะทำอะไรให้กับพระองค์ท่านได้บ้าง ท่านสอนเรามากมายหลายเรื่อง แล้วเราได้ทำตามคำสอนของพ่อบ้างหรือเปล่า หรือเพียงแค่ได้อ่าน ได้ฟัง แล้วก็ผ่านไปเฉยๆ บางคนเอามาพูดโก้ๆ จนกระทั่งชาวเยอรมันที่มาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองไทยโพสต์ข้อความถึงคนไทยว่าเป็นคนที่แปลก ชอบบอกว่ารักพ่อ แต่ไม่เคยเอาสิ่งที่พ่อสอนมาปฏิบัติเลย

ในขณะที่คำสอนของพ่อได้รับการยกย่องโดยองค์การสหประชาชาติ และน้อมนำเอาไปเผยแพร่ให้เป็นแนวทางพัฒนาของประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลาย และยกย่องว่าสิ่งที่พระองค์ท่านคิดและทำนั้น ไม่ใช่เพื่อประชาชนคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นประโยชน์กับคนในเอเชีย และคนทั่วโลกด้วย และให้วันที่ 5 ธ.ค.ของทุกปี ที่สหประชาชาติกำหนดให้เป็น “วันดินโลก” เพื่อเทิดพระเกียรติแก่พระองค์ท่าน ซึ่งเป็นต้นแบบของการบริหารจัดการดินแล้ว ยังกำหนดให้เป็น “ วันกษัตริย์โลก” ด้วย ซึ่งไม่เคยมีมาก่อนสะท้อนให้เห็นถึงพระบารมีของพระองค์ท่านที่แผ่ไพศาลไปทั่วโลกอย่างแท้จริง

คนไทยทุกคนต่างมีหน้าที่ของตนและหน้าที่ต่อสังคม ประเทศชาติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชดำรัสแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2533 ว่า  “ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัวโดยไม่มองไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะว่างานทุกงานจะต้องพาดพิงกันจะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้นแต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ”

คนเราทุกคนไม่ว่ายากดีมีจน ประกอบอาชีพอะไร ทุกคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำในงานของตนเอง  และมีหน้าที่ต้องทำเพื่อประเทศชาติเป็นเบื้องสุดท้ายที่สูงสุด พระองค์ท่านทรงให้ความสำคัญแก่การทำหน้าหน้าที่ของคนแต่ละหมู่เหล่า ดังพระราชดำรัสตอบการถวายพระพรชัยในวาระหนึ่งว่า “ความสุข ความสวัสดีของข้าพเจ้าจะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อบ้านเมืองของเรามีความเจริญมั่นคงเป็นปกติสุข ความเจริญมั่นคงทั้งนั้นจะสำเร็จผลเป็นจริงได้ ก็ด้วยทุกคน ทุกฝ่ายในชาติมุ่งที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้เต็มกำลัง ด้วยสติรู้ตัว ปัญญารู้คิด และด้วยความสุจริตจริงใจ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น จึงขอให้ท่านทั้งหลายในที่นี่ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญอยู่ในสถาบันหลักของประเทศและชาวไทยทุกคน ทุกหมู่เหล่าทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง แล้วตั้งจิตตั้งใจให้ซื่อตรง หนักแน่น ที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด เพื่อให้สำเร็จประโยชน์ส่วนรวมอันไพบูลย์ คือชาติบ้านเมืองอันเป็นถิ่นที่อยู่ที่ทำกินของเรา มีความเจริญมั่นคง ยั่งยืนไกล”

พระราชดำรัสอีกโอกาสหนึ่งเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2553 ทรงเน้นเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของแต่ละคน แต่ละภาคส่วน “บ้านเมืองของเราเป็นปึกแผ่นร่มเย็นปกติสุขมาช้านาน เพราะเรามีความยึดมั่นในชาติ ต่างร่วมมือร่วมใจกันทำหน้าที่โดยนึกถึงประโยชน์ส่วนรวมของชาติเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุด ท่านทั้งหลายในสมาคมนี้ ตลอดจนคนไทยทุกหมู่เหล่า จึงควรทำความเข้าใจในหน้าที่ของตนไว้ให้กระจ่างและนำไปปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ด้วยความไม่ประมาท ขาดความรอบคอบ เป็นเหตุให้เกิดความผิดพลาด เสียหายในหน้าที่และการกระทำโดยขาดสติยั้งคิด ขาดเหตุผล เป็นเหตุให้เกิดหลงลืมความกลัว ทำให้กระทำในสิ่งที่มิใช่หน้าที่โดยชอบได้ ซึ่งเป็นอันตรายมากอาจจะนำความเสื่อมสลายมาสู่ตนเองตลอดทั้งประเทศชาติได้ จึงขอให้ทุกคนได้สังวรระวังให้มาก และประคับประคองกายใจ ให้เที่ยงตรง หนักแน่น ในอันที่จะปฏิบัติภารกิจตามเหตุผลของตนให้ถูกต้องตามหน้าที่ เพื่อความสุขมั่นคงและเพื่อความสงบสุขอันยั่งยืนของชาติบ้านเมืองเรา”

แม้คนไทยอยู่ในภาวะโศกเศร้า แต่อย่าลืมหน้าที่ของตนเองที่ต้องกระทำ วันนี้ทุกคนควรไปทบทวนตัวเองว่ามีหน้าที่อะไร แล้วทำหน้าที่ของตนให้สมบูรณ์ นอกจากหน้าที่ต่อวิชาชีพและต่อองค์กรของตนแล้ว คนไทยทุกคนต้องทำหน้าที่ต่อบ้านเมืองด้วย ตามมาตรา 50 ของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บรรดาผู้ที่มีหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระต่างๆ ให้ไปศึกษาหน้าที่ของตนที่กำหนดไว้ชัดเจนในร่างรัฐธรรมนูญปี 2559 ซึ่งครั้งนี้เขียนคำว่า “หน้าที่” มาก่อน “อำนาจ” กล่าวคือมีการกำหนดหน้าที่ไว้ชัดเจน แล้วจึงให้อำนาจเพื่อทำหน้าที่นั้นให้สำเร็จ

อีกไม่นานคนไทยทั้งประเทศจะได้ทำหน้าที่สำคัญอีกครั้งหนึ่งตามพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่พระราชทานในงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2511 ที่ค่ายวชิราวุธ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี คือ “การส่งเสริมคนดี ให้คนดีได้ปกครองบ้านเมือง และควบคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” การเลือกตั้งทั่วไปปลายปี 2560 ที่ประชาชนจะช่วยกันเลือกคนดีเป็นตัวแทนไปปกครองบ้านเมือง และป้องกันคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายเหมือนดังเช่นที่แล้วๆ มา

เราเสียใจได้ แต่ต้องทำหน้าที่ของแต่ละคน และของส่วนรวมให้สำเร็จเพื่อความร่มเย็นผาสุกของประชาชนและประเทศชาติ คนไทยทุกคนมี “อนาคตร่วมกัน” จำไว้ว่า เศร้าได้ แต่อย่าลืมทำหน้าที่ เราต้องแปรความเศร้าให้เป็นพลัง “พ่อหลวง” ที่เสด็จสู่สวรรคาลัยคงดีพระทัยที่ลูกหลานของพระองค์ไม่ลืมหน้าที่ และน้อมนำเอาคำสอนของพระองค์ไปปฏิบัติ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69