
ท่องเที่ยวไทยยังไม่ยั่งยืน
โอลิวิเยร์ ลองเกอแปง คอลัมนิสต์ของเว็บไซต์ไทยแลนด์ บิซิเนส นิวส์ ซึ่งนำเสนอข่าวธุรกิจเกี่ยวกับประเทศไทยและมีสำนักงานใหญ่ในฮ่องกง เปิดเผยว่า แม้ไทยจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวจีน แต่ปริมาณนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากยังไม่สามารถช่วยให้ไทยได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ เนื่องจากปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญของนักท่องเที่ยวจีน และในช่วงที่ผ่านมาแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยมุ่งเน้นที่ปริมาณนักท่องเที่ยวมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
โอลิวิเยร์ ลองเกอแปง คอลัมนิสต์ของเว็บไซต์ไทยแลนด์ บิซิเนส นิวส์ ซึ่งนำเสนอข่าวธุรกิจเกี่ยวกับประเทศไทยและมีสำนักงานใหญ่ในฮ่องกง เปิดเผยว่า แม้ไทยจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม โดยเฉพาะสำหรับนักท่องเที่ยวจีน แต่ปริมาณนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากยังไม่สามารถช่วยให้ไทยได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างเต็มที่ เนื่องจากปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญของนักท่องเที่ยวจีน และในช่วงที่ผ่านมาแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวของไทยมุ่งเน้นที่ปริมาณนักท่องเที่ยวมากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ
ทั้งนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10 ล้านคนในปี 2016 จาก 7.9 ล้านคนในปี 2015 โดยนักท่องเที่ยวจีนเป็นกลุ่มที่เดินทางมาเที่ยวไทยมากที่สุด ซึ่งสร้างรายได้ให้ภาคการท่องเที่ยวไทยถึง 3.76 แสนล้านบาท เมื่อปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี การปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญของไทยนั้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวจีนปรับตัวลดลง โดย สินธ์ไชย วัฒนศาสตร์สาธร ประธานสมาคมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวจีนยกเลิกการจองตั๋วเครื่องบินมาไทยแล้ว 70-80% ขณะที่ยอดจองโรงแรมในพัทยาปรับลดลงเช่นกัน โดยเฉพาะโรงแรมระดับ 2 ดาว และ 3 ดาว ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
สินธ์ไชย กล่าวเสริมว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเพิ่มขึ้นไม่ถึงคาดการณ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่ 10 ล้านคน
บทความระบุว่า ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์ราคาถูกเพื่อเข้ามาเที่ยวประเทศไทย และไม่ช่วยสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ทำให้ไทยหันไปมุ่งเน้นที่การดึงดูดกลุ่ม
นักท่องเที่ยวจีนที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อผลักดันให้ภาคการท่องเที่ยวขยายตัวอย่างยั่งยืน ซึ่งเมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ไทยและจีนได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ ด้านบริษัททัวร์ราว 105 แห่งจากจีน ได้เดินทางมาไทยเพื่อประเมินความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพสูงภายในประเทศ และบริการอำนวยความสะดวกต่างๆ
นอกเหนือจากผลกระทบต่อเศรษฐกิจแล้ว การท่องเที่ยวไทยที่เน้นปริมาณนักท่องเที่ยวในช่วงที่ผ่านมา ยังสร้างผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมด้วยเช่นกัน โดยรายงานระบุว่า แนวปะการังบริเวณ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมได้รับความเสียหายถึง 80% เนื่องจากนักท่องเที่ยวดำน้ำเข้าไปใกล้แนวปะการังมากเกินไป ขณะที่เรือสปีดโบ๊ตจำนวนมาก ก่อให้เกิดมลภาวะและทำให้พื้นที่บริเวณแนวชายฝั่งเสียหายมากยิ่งขึ้น โดยความวิตกด้านสภาพแวดล้อม ทำให้ก่อนหน้านี้รัฐบาลสั่งปิดเกาะตาชัยใน จ.พังงา อย่างไม่มีกำหนดเมื่อเดือน พ.ค.







