posttoday

ปิดฉากปรองดอง คสช.-เพื่อไทย

07 พฤศจิกายน 2559

การตัดสินใจลงมติถอดถอน อุดมเดช ของ สนช.รอบนี้ จึงเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อไทยและ คสช.​

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

มติที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) 221 ต่อ 1 คะแนน ไม่ออกเสียง 2 เสียง ถอดถอน นริศร ทองธิราช อดีต สส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย จากกรณีเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน และมติ 206 ต่อ 15 เสียง บัตรเสีย 3 เสียง ถอดถอน อุดมเดช รัตนเสถียร อดีต สส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย สลับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอประธานรัฐสภาก่อนเข้าสู่การประชุมรัฐสภา

ส่งผลให้​ นริศร และอุดมเดช ถูกตัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งใดในทางการเมืองหรือในหน่วยงานของรัฐหรือการรับราชการเป็นเวลา 5 ปี และยังถือเป็นการปิดฉากการถอดถอนตามรัฐธรรมนูญ 2550 เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้อำนาจการถอดถอนไปอยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครอง

อีกด้านหนึ่ง มติของ สนช.ที่ออกมาเช่นนี้ ยังเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และพรรคเพื่อไทย รวมทั้งเครือข่ายขั้วอำนาจเก่าที่ขาดสะบั้นจนยากจะปรองดอง

สอดรับกับอีกหลายเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไล่มาตั้งแต่การลงมติของ สนช.ถอดถอนอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อเนื่องมาจนถึงการดำเนินคดีอาญาและไล่บี้เอาผิดทางแพ่ง ล่าสุดมีการลงนามในคำสั่งบังคับการปกครองเพื่อเรียกร้องค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้านบาท

จากที่ช่วงแรกเคยมีกระแส​ความพยายามต่อสายจับมือระหว่าง คสช.และขั้วอำนาจเก่า ประกอบกับที่ช่วงนั้นคดีความเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าว​แทบไม่เห็นความคืบหน้า ​

มิหนำซ้ำช่วงนั้นยังเคยปรากฏกระแสข่าวตระเตรียมวางตัวเตรียมปั้นนายกฯ จากขั้วอำนาจเก่ามาบริหารประเทศหลังการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2560 ก่อนจะค่อยๆ เงียบหายกลายเป็นกระแสผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกฯ อีกรอบ

สัญญาณสำคัญที่สะท้อนให้เห็นว่า สัมพันธ์ระหว่าง คสช.และเพื่อไทยขาดสะบั้น จนกลายเป็นเส้นขนานที่ยากจะบรรจบกันได้คือ การลงมติของ สนช.ครั้งนี้ โดยเฉพาะในกรณีของ อุดมเดช​

ดังจะเห็นในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการลงมติ ปรากฏความเคลื่อนไหวพยายามไล่ล็อบบี้ สนช.ไม่ให้ถอดถอน อุดมเดช จนเช็กเสียงเบื้องต้น ปรากฏคะแนนที่จะโหวตไม่ถอดถอน อุดมเดช จำนวนไม่น้อย

ยิ่งได้​ “บิ๊กนักการเมืองหญิง” ที่สนิทสนมกับ อุดมเดช มาช่วยล็อบบี้ด้วยตัวเองด้วยแล้ว แถมนักการเมืองหญิงคนดังกล่าวยังมีคอนเนกชั่นอันดีกับบิ๊กใน คสช.​ยิ่งทำให้เสียงไม่ถอดถอนกลับมาแรง

ถึงขั้นที่ เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีต สปช. ออกมาระบุว่า “ถ้าวันศุกร์นี้ สนช.ไม่ถอดถอนผู้กระทำผิดจะอธิบายสังคมอย่างไร รัฐบาลและ คสช.คงจะต้องรับผิดชอบไปด้วยหรือไม่ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชัดขนาดนี้ ป.ป.ช.ชี้มูลเอกฉันท์ ถ้า สนช.ไม่ถอดถอน สงสัยจะต้องถอดถอนทั้งนริศร อุดมเดช และ สนช.ชุดนี้ไปพร้อมๆ กันหรือไม่”

สอดรับกับที่ คำนูณ สิทธิสมาน อดีต สปช. ระบุว่า “กรณีนี้ไม่ใช่คดีถอดถอนเดี่ยวๆ แต่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้แล้วว่า การกระทำดังกล่าวไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และคำวินิจฉัยดังกล่าวของศาลรัฐธรรมนูญถือเป็นที่สุดและผูกพันทุกองค์กร”

รวมทั้งกระแสสังคมอีกด้านที่เริ่มออกมา “ดักคอ” กดดันการตัดสินใจของ สนช.ที่หากยังส่งสัญญาณอุ้ม อุดมเดช ย่อมมีแต่จะฉุดความเชื่อมั่นของ คสช.และสร้างปัญหาในอนาคต

โดยเฉพาะได้ฟังคำแถลงปิดคดีจาก​ทั้ง สุภา ปิยะจิตติ ตัวแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้แจงต่อ สนช. ชัดเจนว่า “ผู้ถูกกล่าวหา (อุดมเดช) มีการแก้ข้อกล่าวหาว่า การแก้ไขเนื้อหาในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนประธานรัฐสภาสั่งบรรจุระเบียบวาระสามารถทำได้เพราะมีธรรมเนียมปฏิบัตินั้น ป.ป.ช.มีความเห็นว่าเป็นการแก้ไขในทางที่ไม่ถูกต้อง 
เพราะรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ มีการกำหนดหมวดการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ชัดเจน ดังนั้นการกล่าวอ้างว่าสามารถแก้ไขเนื้อหาในกฎหมายก่อนประธานรัฐสภาสั่งบรรจุได้จึงไม่สามารถทำได้ เช่นเดียวกับการอ้างธรรมเนียมปฏิบัติเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายย่อมไม่สามารถกระทำได้
เช่นกัน”

และฟังคำชี้แจงจาก อุดมเดช ที่ระบุว่า การดำเนินการแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญก่อนเข้าสู่การประชุมของรัฐสภาไม่ได้ดำเนินการโดยพลการ แต่ได้มอบให้เจ้าหน้าที่ของวิปรัฐบาลไปประสานกับเจ้าหน้าที่รัฐสภา ซึ่งทุกคนเห็นตรงกันว่า ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ

“ที่มีการกล่าวหาเป็นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญปลอม และสับเปลี่ยนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ คนทั่วไปอาจเข้าใจสับสนได้ ขอยืนยันว่ากระบวนการทั้งหมดเป็นการแก้ไขปรับปรุง หลังจากพบว่า
มีความบกพร่องไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของผู้ร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ”

สุดท้ายการตัดสินใจลงมติถอดถอน  อุดมเดช ของ สนช.รอบนี้ จึงเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อไทยและ คสช.​

ข่าวล่าสุด

บอลวันนี้ โปรแกรมบอล ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอังคารที่ 20 ม.ค. 69