
สนช.หักกมธ.โหวตตกคุณสมบัติผู้ทรงคุณวุฒิดิจิทัล
กฎหมายดิจิทัลสะดุด สนช.หักกมธ.โหวตตกคุณสมบัติกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดิจิทัล ปิดทางผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขณะที่ กมธ.ขอถอนร่างพ.ร.บ.ฯออกไปเพื่อปรับปรุง
กฎหมายดิจิทัลสะดุด สนช.หักกมธ.โหวตตกคุณสมบัติกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดิจิทัล ปิดทางผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ขณะที่ กมธ.ขอถอนร่างพ.ร.บ.ฯออกไปเพื่อปรับปรุง
เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ประชุมการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มี นายสุรชัยเลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธาน เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.การพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในวาระที่ 2 ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว
ที่ประชุมได้อภิปรายเรียงลำดับรายมาตรา โดยมาตรา 8 คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ซึ่งคณะกรรมาธิการฯได้มีการตัดข้อความใน (6) “ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หรือหน่วยงานของเอกชนเพราะทุจริตต่อหน้าที่ และ(7) และไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพอิสระอื่นใด หรือเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือลูกจ้างขององค์กรเอกชนใดที่มีส่วนได้เสียหรือมีผลประโยชน์ขัดแย้งไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมกับการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งกรรมการ“ ออกไป
ทั้งนี้ สมาชิกหลายคนไม่เห็นด้วยกับการตัดข้อความดังกล่าวออก อาทิ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นายตวงอันทะไชย นายวรพล โสคติยานุรักษ์ พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร นายสมชาย แสวงการ โดยเห็นว่า การตัดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนี้ออกถือเป็นเรื่องใหญ่ เปิดช่องให้บุคคลที่มีผลประโยชน์ บุคคลที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจดิจิทัลเข้ามาเป็นกรรมการ และ เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนอย่างแท้จริง รวมทั้งยังเป็นการทำลายระบบธรรมาภิบาล ไม่มีความโปร่งใส มีเจตนาอะไรแอบแฝงในการตัดข้อความดังกล่าว เป็นการล็อกสเปกบุคคลหรือไม่ เพราะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะมีอำนาจในการบริหารกองทุนซึ่งมีจำนวนเป็นหมื่นล้านบาท ซึ่งหากที่ประชุมเห็นชอบเชื่อว่า มีคนร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญได้
ขณะที่กรรมาธิการฯชี้แจงว่า กรรมการชุดนี้จะเป็นผู้วางนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจสังคม ออกระเบียบการบริหารกองทุน การจัดหาผลประโยชน์และจัดการกองทุน ซึ่งถือว่ามีความสำคัญจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้แต่บุคลากรด้านนี้มีน้อยอีกทั้งคนที่อยู่แวดวงไอซีทีส่วนใหญ่ก็มาจากภาคเอกชน กรรมาธิการฯมีความกังวลเรื่องคน ดังนั้นการตัดข้อความนี้ออกก็เพื่อต้องการได้คนที่มีความเชี่ยวชาญ คนเก่ง มาเป็นกรรมการไม่มีผลประโยชน์ใดๆทั้งสิ้น เพราะดิจิทัลจะเป็นเสาหลักของชาติ ถ้าได้คนไม่มีความรู้มาเป็นก็ไม่รู้ว่า อนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร
นอกจากนี้ คนที่มีส่วนได้เสียก็จะไม่สามารถเข้าร่วมประชุมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตนเองได้ ประกอบกับจะมีร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคลและผลประโยชน์ส่วนรวม พ.ศ....ซึ่งจะเป็นตัวควบคุมในเรื่องของผลประโยชน์ของกรรมการ และหากในอนาคตเห็นว่ามีปัญหามาก็ก็สามารถที่จะนำเสนอแก้ไขกฏหมายมาตรานี้ได้
ทั้งบรรยากาศการอภิปรายในมาตรานี้เป็นไปอย่างเคร่งเครียด ทั้งสมาชิกและคณะกรรมาธิการได้ ชี้แจงเหตุผลของแต่ฝ่ายโดยไม่มีการยอมกัน ทำให้ที่ประชุมต้องลงมติ ซึ่งผลปรากฏว่า ที่ประชุมลงมติใน (6) ไม่เห็นชอบตามที่คณะกรรมาธิการฯตัดออกด้วยคะแนน 38 ต่อ 146 งดออกเสียง10 และลงมติ ไม่เห็นชอบกับการตัด (7) ด้วยคะแนน 26 ต่อ 158งดออกเสียง 10 จึงทำให้คงมาตรา 8 ตามร่างเดิม
จากนั้นที่ประชุมได้พักการประชุม 15 นาที เพื่อให้คณะกรรมาธิการไปหารือถึงการปรับแก้ร่างพ.ร.บ.เนื่องจากการลงมติในมาตรา 8 กระทบกับหลายมาตรา ที่เหลืออยู่ จนกระทั่งเวลา 17.45 น.จึงได้เปิดประชุมต่อ โดยนางเสาวณี สุวรรณชีพ ประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้ขอถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกไปเพื่อพิจารณาปรับปรุงให้เหมาะสมและสอดคล้องกับที่สมาชิกอภิปรายและขอแปรญัตติ ก่อนนำมาให้ที่ประชุมได้พิจารณาต่อ
ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว กำหนดให้คณะรัฐมนตรีจัดให้มีนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคมเพื่อให้การพัฒนาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเกิดประโยชน์สูงสุด พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีดิจิทัลที่เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งกำหนดให้มีคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือดีอี โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้ปลัดกระทรวงฯเป็นกรรมการและเลขานุการและให้เลขาธิการเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่งกรรมการดิจิทัลฯ ที่มีหน้าที่จัดทำนโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคมเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อกำหนดนโยบายและทิศทางด้านการเงิน การคลัง การลงทุน มาตราการทางภาษีและสิทธิประโยชน์ต่างๆ







