posttoday

มธ.ผุดโมเดลช่วยชาวนา กระจายข้าวถึงผู้บริโภคตรง

03 พฤศจิกายน 2559

มธ.จัดกิจกรรมเปิดพื้นที่นำร่องให้ชาวนาเครือข่ายขายข้าวตรงสู่ผู้บริโภค โดยนำเสนอโมเดลการบริหารจัดการข้าวอย่างยั่งยืน

โดย...ชัยรัตน์ พัชรไตรรัตน์

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) รังสิต วิทยาลัยพัฒนาศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และสภาพนักงานมหาวิทยาลัย มธ.จัดกิจกรรมเปิดพื้นที่นำร่องให้ชาวนาเครือข่ายขายข้าวตรงสู่ผู้บริโภค โดยนำเสนอโมเดลการบริหารจัดการข้าวอย่างยั่งยืน ร่วมสร้างคุณค่าให้ข้าวไทย ผลักดันการจัดตั้ง โรงสีชุมชน เปิดพื้นที่รับซื้อข้าวจากมือชาวนา เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ภายใต้ชื่อโครงการเรารักชาวนา "ข้าวเป็นอาหารหลักของคนไทย"

จิตติ มงคลชัยอรัญญา คณบดีวิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ มธ. ระบุว่า มหาวิทยาลัยมีปณิธานในการยืนยันต่อสู้กับความยากจนและความเป็นธรรม โดยเฉพาะปัญหาชาวนาถือเป็นเรื่องที่ มธ.ให้ความสนใจ เพราะปัญหาข้าวเป็นเรื่องใหญ่

จิตติ กล่าวว่า เพราะมีโครงสร้างการผลิต การตลาด ผูกพันโยงทั้งการเมือง การค้า และอื่นๆ มากมาย ทำให้ไม่มีรัฐบาลไหนสามารถแก้ได้อย่างสมบูรณ์ และเรื่องดังกล่าวไม่สามารถแก้ได้ตามลำพัง แต่พยายามทำให้ดีที่สุดในฐานะที่เป็นสถาบัน

ขณะเดียวกัน มธ.มีหลากภาคส่วนทำหน้าที่เรื่องดังกล่าวเพื่อหาทางออกให้รัฐบาล ทั้งในการรณรงค์สร้างความเข้าใจให้สังคม ปัญหาไม่ใช่มีเม็ดเงินมาจำนำหรือประกันราคาข้าว แต่ข้าวเป็นปัญหาใหญ่เนื่องด้วยหลายประเทศเพิ่มผลผลิตเพื่อลดการนำเข้าจนไทยส่ง ออกอยู่ในอันดับ 3

อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้เป็นเรื่องในเชิงโครงสร้าง โดยมหาวิทยาลัยจะมีการรวบรวมเอารายชื่อของนักศึกษาธรรมศาสตร์ที่เป็นลูกชาวนา หรือแม้นักศึกษาที่ไม่ใช่ลูกชาวนามาช่วยในการแก้ไขปัญหา โดยจะให้นักศึกษาเหล่านี้ตั้งเป็นกลุ่มเพื่อเอาองค์ความรู้ไปดำเนินการอย่างไรได้บ้าง

ส่วนปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นจะทำอย่างไรให้ชาวนาสามารถมีช่องทางระบายข้าวอย่างเป็นธรรม มธ.วางแผน 3 ระบบ 1.การเปิดช่องทางการตลาดตรงให้เกษตรกร โดย มธ.จะเปิดให้ขายทุกวันพุธที่มหาวิทยาลัย 2.จะมีการจัดพรีออร์เดอร์เพื่อส่งให้เกษตรกรที่ลงทะเบียนกับ มธ. เพื่อนำสินค้าขายตรงกับผู้บริโภค และ 3.จะทำทะเบียนข้อมูลเกษตรกรผลิตข้าวหลายชนิด หลายเกรด ระบุราคาและพื้นที่ผลิตข้าว ซึ่งจะปรากฏในเฟซบุ๊กและเว็บไซต์เพื่อเป็นสื่อกลางในการขายข้าว

ขณะที่ สุทธิกร อุ่นแก้ว อาจารย์ประจำสาขาวิชาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ โลจิสติกส์และการขนส่ง คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่า จากการวิจัยศึกษาข้าวในการแก้ไขปัญหาระยะสั้นนั้น รัฐพยายามทำพอสมควรโดยเฉพาะในเรื่องการผลิต

ทว่าแต่ในระยะยาวต้องปรับเพื่อยกระดับข้าว เพราะราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขึ้น อยู่กับความต้องการของตลาดโลก ดังนั้นสิ่งที่ควรทายกตัวอย่าง เช่น ไวน์ แม้เป็นองุ่นพันธุ์เดียวกัน เมื่อชิมแล้วอาจไม่แตกต่างกันในรสชาติ แต่ทำไมถึงต่างกันเรื่องราคา ดังนั้นจำเป็นต้องยกระดับข้าวในแต่ละพื้นที่ให้มีความเฉพาะเจาะจงแตกต่างกัน

ทั้งนี้ ถ้าสามารถผลักดันได้ก็สร้างแบรนด์ได้ ขณะเดียวกันภาครัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อสร้างสตอรี่ประกอบขายให้กับคนกินได้มีความรู้สึกถึงคุณค่าและประโยชน์ เนื่องด้วยข้าวแต่ละสีก็มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ดังนั้นจำเป็นต้องต่อยอดขึ้นไป เพราะคนต้องการข้าวที่มีคุณภาพ อีกทั้งต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐ เอกชน และที่สำคัญคือ ภาคประชาชน

"ภาครัฐจำเป็นต้องร่วมมือกับภาคการศึกษาเพื่อช่วยในการให้ความรู้ข้อมูลกับเกษตรกร และปัญหาติดขัด โดยเฉพาะการกระจายสินค้าขายตรงถึงผู้บริโภค ภาครัฐจำเป็นต้องลดราคาค่าขนส่ง เพื่อเป็นการเปิดตลาดให้กับเกษตรกร"

มธ.ผุดโมเดลช่วยชาวนา กระจายข้าวถึงผู้บริโภคตรง

ด้าน พรพิมล บุญศิริ ประธานสภา พนักงานมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงจุดเริ่มต้นโครงการ เนื่องด้วยผู้บริหารและคณะบุคลากรมหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าว จึงต้องการช่วยเหลือชาวนาไม่มากก็น้อย พร้อมทั้งได้ประสานตามหน่วยงานต่างๆ เพื่อนำร่องและดูตลาดรองรับ

อย่างไรก็ดี สภาพนักงานถือเป็นส่วนสื่อสารกับผู้บริโภคได้ทุกหน่วย จึงอยากให้มหาวิทยาลัยช่วยบริหารจัดการในเรื่องดังกล่าว เพราะคน กทม. หรือคนเมือง ไม่เข้าใจถึงพันธุ์ข้าว แม้นักวิชาการเกษตรจะบอกว่าข้าวชนิดนี้ดี รสชาติเดียวกับข้าวหอมมะลิ แต่ผู้บริโภคก็ยังต้องการข้าวหอมมะลิมากกว่า ดังนั้นจึงอยากให้ผู้เกี่ยวข้องช่วยสร้างความเข้าใจเรื่องนี้ว่าสินค้าข้าวแต่ละอย่างเป็นอย่างไร เพราะอาจได้ดีและถูกกว่าข้าวหอมมะลิ

กนกพร ดิษฐกระจันทร์ ประธานส่งเสริมเกษตรกรอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี ยอมรับว่า ทางกลุ่มเกิดจากการรวมตัวของชาวนาที่เป็นหนี้แล้วมารื้อฟื้นอาชีพนี้ และลดต้นทุนด้วยการเป็นเกษตรอินทรีย์แต่ที่ผ่านมาไม่มีทุนไปหารับรองมาตรฐานการผลิตข้าว แต่ใช้วิธีการชวนผู้บริโภคไปดำนาจนเป็นการขายตรงส่วนหนึ่งให้กับผู้บริโภค

"เรามีปัญหาการตลาด เพราะข้าวมีหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่ปลูกกันในกลุ่มเป็นพันธุ์พื้นบ้าน ซึ่งเกษตรกรสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ไม่ต้องซื้อเมล็ดพันธุ์ แต่คนติดข้าวหอมมะลิ ทำให้เกิดการควบคุมจากผู้บริโภค ทำให้กลุ่มมีปัญหาในเรื่องดังกล่าว"

ทั้งนี้ ชาวนาส่วนใหญ่เป็นหนี้จำเป็นต้องขายข้าวอินทรีย์ให้กับโรงสี แม้ตั้งใจจะทำโดยไม่ใช้สารเคมี แต่การทำข้าวแต่ละคนมีต้นทุนชีวิตต่างกัน อีกทั้งคนไม่เข้าใจพันธุ์ข้าวแต่ละพันธุ์ต่างกันอย่างไร ต้องใช้เวลากระบวนการขนาดไหนกว่าจะได้ผลผลิต

ทองแดง ชมพูกาศ สมาชิกวิสาหกิจชุมชนปลูกผักปลอดสารพิษบ้านดอนเพชร จ.อุทัยธานี สะท้อนว่า อยากฝากไปถึงรัฐบาลโดยอยากให้เข้ามาช่วยเหลือตั้งแต่ก่อนข้าวออก ไม่ใช่ข้าวออกมาแล้วค่อยส่งเสริม เพราะเป็นการสร้างโอกาสให้กับพ่อค้าคนกลาง แทนที่ประโยชน์จะตกอยู่ในมือเกษตรกร

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุนที่เข้าถึงได้ยาก ขั้นตอนเยอะ ทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องขายข้าวให้กับโรงสี เพราะไม่สามารถกักเก็บเพื่อรอราคาข้าวดีขึ้นแล้วค่อยทยอยขายให้โรงสี

ข่าวล่าสุด

“SONKLIN Weeks” เสิร์ฟเมนูซิกเนเจอร์ค็อกเทลจาก “ซ่อนกลิ่น”