posttoday

โรดแมปนิ่ง นักการเมืองขยับตั้งพรรค

27 ตุลาคม 2559

ช่วงเวลานี้จะเริ่มเห็นการขยับของบรรดาคนการเมือง ​ที่ออกมาจับกลุ่ม รวมตัวฟอร์มทีมเตรียมพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้ง

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

สัญญาณชัดเจนจาก วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ที่ออกมายืนยันว่า โรดแมปสู่การเลือกตั้งปลายปี 2560 ยังคงเป็นไปตามเดิมไม่มีการขยับหรือมีอันต้องเลื่อนออกไปแต่อย่างไร

แม้ระหว่างนี้จะยังไม่มีการบังคับใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่กระบวนการจัดทำ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ​ก็เริ่มต้นเดินหน้าไปพอสมควร

ดังนั้น เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้วก็อาจจะมีร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับเสร็จไปแล้ว สามารถนำเข้าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาและประกาศใช้ได้เลย

“ที่มาบอกว่าเมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญช้าแล้วทุกอย่างจะเดินช้าไม่จริง เพราะมันเริ่มเร็วและเริ่มไปก่อนหน้านี้แล้ว ผมได้ทราบว่าร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญบางฉบับจวนเสร็จแล้วด้วยซ้ำ ซึ่ง 1-2 ฉบับ จากทั้งหมด 10 ฉบับ น่าจะเสร็จเร็วและมีฉบับอื่นที่ต้องทำต่อ ไม่มีอะไรน่ากังวลใดๆ ทั้งสิ้น ทุกอย่างอย่าไปคิดว่าจะช้า อยู่ในกำหนดเวลาที่ผมได้พูดไปแล้ว”วิษณุ กล่าว

หากพิจารณาตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ หลังจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศใช้ กรธ.มีหน้าที่จัดทำร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ 240 วัน ก่อนส่งต่อให้ สนช. พิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน

อีกทั้งยังมีขั้นตอนที่จะต้องส่งร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญต่อไป​ให้องค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และ กรธ.ให้พิจารณาว่าร่างกฎหมายแต่ละฉบับนั้นตรงตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ภายใน 10 วัน

ในกรณีที่มีปัญหา ​ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ สนช. และ กรธ.จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่วมกัน และส่งให้ที่ประชุม สนช.ให้ความเห็นชอบอีกครั้งภายใน 15 วัน ​

คำนวณเงื่อนเวลาต่างๆ แล้วก็ดูจะเป็นไปตามกรอบเวลาเดิม หากไม่มีปัจจัยอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทุกอย่างก็จะเดินหน้าต่อไปสู่การเลือกตั้งได้อย่างที่ตั้งใจ

ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ช่วงเวลานี้จะเริ่มเห็นการขยับของบรรดาคนการเมือง ​ที่ออกมาจับกลุ่ม รวมตัวฟอร์มทีมเตรียมพร้อมลงสู่สนามเลือกตั้ง

แม้ล่าสุดเมื่อ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ยืนยันชัดเจนว่า​ ไม่มีการรีเซตพรรคการเมือง เพราะเป็นความยุ่งยาก แต่จะเห็นว่าบรรดาอดีตแกนนำหัวหน้ามุ้งของพรรคใหญ่หลายคนเตรียมตัวสละเรือ ออกมาฟอร์มทีมตั้งพรรคของตัวเองกันอย่างคึกคัก

เมื่อระบบการเลือกตั้งแบบ “บัตรเดียว” ชี้ขาดทั้งคะแนน สส.ระบบเขต และยังนำมาคำนวณคะแนน สส.ระบบบัญชีรายชื่อด้วยนั้น

ด้านหนึ่งเหมือนจะทำให้พรรคขนาดใหญ่ได้เปรียบเพราะหากคัดตัวผู้สมัครดีๆ ได้รับคะแนนนิยมจากในพื้นที่มาลงสมัครก็จะทำให้กวาดที่นั่งทั้งระบบเขตและระบบบัญชีรายชื่อแบบถล่มทลาย

แต่อีกด้านหนึ่งสำหรับตัวผู้สมัครที่ถูกวางตัวไว้ในบัญชีรายชื่อของพรรคใหญ่ ยิ่งลำดับหลังๆ อาจจะต้องลุ้นกันเหนื่อยว่าจะได้มีโอกาสเข้ามาเป็นผู้แทนฯ หรือไม่เพราะเมื่อคำนวณสุดท้ายแล้วหากยิ่งพรรคใหญ่กวาดเก้าอี้ สส.เขตไป​จำนวนมากแล้ว โอกาสที่จะได้ สส.บัญชีรายชื่อก็จะน้อยลงไปด้วย 

แถมในระบบการแข่งขันระหว่างสองพรรคใหญ่นี้ ​พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก ย่อมกลายเป็นเสียงชี้ขาดการจัดตั้งรัฐบาลหรือเลือกนายกรัฐมนตรี ยิ่งทำให้บทบาทพรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก​มีอำนาจต่อรองเป็นพิเศษมากกว่าแต่ก่อน

จะเห็นว่าเวลานี้เริ่มเห็นท่าทีจากทั้งโภคิน พลกุล พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร ตลอดจนเสนาะ เทียนทอง ที่ขยับเตรียมออกมาฟอร์มทีมตั้งพรรคใหม่กันแล้ว ส่วนหนึ่งอาจเป็นการหยั่งกระแสสังคมดูเสียงตอบรับ

อีกส่วนยังเป็นการวัดใจบรรดาแนวร่วมกลุ่มสนับสนุนว่าพร้อมจะลงเรือทางเลือกใหม่ด้วยกันหรือไม่

ขณะที่ฝั่งพรรคใหม่ที่จะจะสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย อย่างพรรคประชาชนปฏิรูป ของ ไพบูลย์​ นิติตะวัน แล้ว

เวลานี้ยังเริ่มมีกระแสเตรียมตั้งพรรคอะไหล่ พรรคทางเลือก เช่น ประภาสโงกสูงเนิน ประธานสภาประชาชน 4 ภาค และ ​สมาน ศรีงาม เลขาธิการพรรคอธิปไตยปวงชนชาวไทย ซึ่งแถลงข่าวการตั้งพรรค​ที่ จ.นครราชสีมา อ้างว่ามี พล.ท.ธรากฤต ทับทองสิทธิ์ รอง ผอ.รมน.ภาค 2 ซึ่งเป็นตัวแทน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ให้ตั้งพรรค

แม้ต่อมา พล.อ.ประวิตร จะออกมาชี้แจงว่าไม่เกี่ยวข้องหรือรู้จักสองคนนี้แต่เชื่อว่าแนวคิดเรื่องตั้งพรรคทหารหรือพรรคทางเลือกเช่นนี้คงจะมีออกมาให้ได้ยินเรื่อย

สอดรับกับที่ร่าง พ.ร.บ.พรรคการเมือง ที่อยู่ระหว่างการจัดทำ ซึ่งเปิดช่องให้ง่ายต่อการจัดตั้งโดยมีจุดแข็งตรงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการ​ มากกว่าจะให้นายทุนหรือผู้มีอำนาจเข้ามาครอบงำ

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนแต่จะทำให้พรรคขนาดกลาง ขนาดเล็ก จะค่อยๆ เกิดมากขึ้นเรื่อยๆ นับจากนี้

ข่าวล่าสุด

ทบ. โต้กัมพูชา ยันไม่ได้รุกรานพลเรือน ชี้เป็นเขตอธิปไตยไทย