
ธุรกิจปรับแผนหวังกระตุ้นตลาดไฮซีซั่น
ภาคเอกชนเตรียมปรับแผนธุรกิจไตรมาส 4 หลังงดกิจกรรม 30 วัน คาดเริ่มปล่อยแคมเปญการตลาดเดือน ธ.ค. หวังกระตุ้นกำลังซื้อฟื้น
ภาคเอกชนเตรียมปรับแผนธุรกิจไตรมาส 4 หลังงดกิจกรรม 30 วัน คาดเริ่มปล่อยแคมเปญการตลาดเดือน ธ.ค. หวังกระตุ้นกำลังซื้อฟื้น
นายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการสายธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป ผู้ดำเนินธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่นภายใต้แบรนด์โออิชิ คาโซกุเตะ และนิคูยะ เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจและสินค้าจะเริ่มกลับมาทำตลาด รวมถึงจัดแคมเปญเพื่อส่งเสริมการขาย หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคตครบ 30 วัน และหลังจากวันที่ 5 ธ.ค. 2559 คาดว่าผู้ประกอบการจะกลับมาทำมากขึ้น ราว 60-70% โดยยังกลับมาไม่เต็ม 100% เนื่องจากประชนชนยังอยู่ในช่วงเวลาของความโศกเศร้า
“แนวโน้มกำลังผู้บริโภคไทยเดือน ธ.ค.คาดว่าจะดีขึ้น เพราะในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ประชาชนอยู่ในภาวะโศกเศร้าจึงไม่พร้อมจับจ่าย นอกจากนี้ยังเป็นไฮซีซั่น ธุรกิจจึงมองว่าเป็นจังหวะที่ต้องกลับมาทำตลาดเชิงรุกอีกครั้ง และหลังจากเสด็จสวรรคตครบ 100 วัน หรือหลังช่วงปีใหม่ไปแล้ว อารมณ์ของคนไทยจะกลับมามีความโศกเศร้าอีกครั้ง”
ด้าน นายสาโรจน์ อินทพันธุ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายสื่อสารองค์กรและความยั่งยืน บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง กล่าวว่า บริษัทยังคงขับเคลื่อนทางธุรกิจตามปกติ แต่มีการปรับในเรื่องของความเหมาะสมของกิจกรรมทางการตลาดให้สำรวม เพื่อสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนทุกหมู่เหล่าอยู่ในภาวะโศกเศร้าเสียใจกับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในครั้งนี้ รวมถึงดำเนินวิธีปฏิบัติตามประกาศของรัฐบาลในการขอความร่วมมือทุกภาคส่วนให้งดความบันเทิง-งานรื่นเริง เพื่อร่วมไว้อาลัยเป็นเวลา 30 วัน
แหล่งข่าวจากบริษัท แอล เอ็ม อี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าเอสปาด้า เปิดเผยว่า ภาพรวมของธุรกิจสินค้าแฟชั่นในขณะนี้แบรนด์นำเข้าส่วนใหญ่ต้องปรับแผนการนำเข้าเสื้อผ้าในช่วงไตรมาส 4 สำหรับบริษัทที่มีแบรนด์นำเข้าอย่างแบรนด์ร็อคเอกเพรส ก็ได้แจ้งการปรับเปลี่ยนคอลเลกชั่นเสื้อผ้าจากสีสันเป็นโทนดำและสีเข้ม เพื่อรับกับความต้องการของตลาด เพราะประชาชนต้องการแต่งกายชุดดำแสดงความไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
นายวิทวัส ชัยปาณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ครีเอทีฟ จูซจีวัน ผู้ดำเนินธุรกิจที่ปรึกษาและวางแผนการใช้สื่อ กล่าวว่า การทำตลาดในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนไทยอยู่ในภาวะโศกเศร้าทั้งประเทศ หลังจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประมุขของไทย เสด็จสวรรคต เมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสินค้าหรือแบรนด์ควรชะลอแผนทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าใหม่ การทำแคมเปญตลาดชิงโชคท่องเที่ยวหรือแจกรางวัลต่างๆ เพราะคนไทยไม่มีอารมณ์ซื้อสินค้า
ขณะเดียวกัน นับจากนี้ไปในการทำตลาดแบรนด์สินค้าต้องดูกระแสของประชาชน แต่เบื้องต้นควรชะลอการทำตลาดไป 100 วัน ตามธรรมเนียม หากต้องทำตลาดจริงๆ ก็สามารถทำได้ ณ จุดขาย ด้วยการทำโปรโมชั่นที่ไม่หวือหวามากนัก
“อย่างเอไอเอสจัดรถนั่งรับ-ส่งประชาชนเข้าไปร่วมพิธีถือว่าเป็นสิ่งที่ดี หรือกระทั่งศิลปินดารา แจกน้ำดื่มหรือลูกอม ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ล้วนแต่ส่งผลดีต่อภาพลักษณ์แบรนด์” นายวิทวัส กล่าว







