ห้วยมงคล ถนนของพ่อ
64 ปีก่อน พื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังไม่เจริญอย่างเช่นปัจจุบันนี้ แทบไม่น่าเชื่อว่า ระยะทางเพียง 11 กิโลเมตร
โดย...ไชยวัฒน์ สาดแย้ม
64 ปีก่อน พื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยังไม่เจริญอย่างเช่นปัจจุบันนี้ แทบไม่น่าเชื่อว่า ระยะทางเพียง 11 กิโลเมตร จากตลาดหัวหินไปถึงบ้านห้วยมงคล จะยังเป็นป่ารกทึบ หากชาวบ้านจะนำพืชผลการเกษตรมาขายยังตลาดหัวหิน จะต้องใช้เวลาเดินทางถึง 2 วัน 2 คืน กว่าจะถึงตลาด บางครั้งพืชผลก็เน่าเสียก่อนที่จะขายได้ หรือหากต้องการจะขนส่งพืชผลการเกษตรให้เร็วขึ้น ก็ต้องเช่าเหมารถจี๊ป แต่ต้องเสียค่าเช่าเหมาถึงเที่ยวละ 500 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับราคาพืชผลที่ขายได้
ในปี 2495 รถยนต์รูปร่างแปลกคันหนึ่งที่อุตสาหะบุกเข้าไปถึงบ้านห้วยคต ต.หินเหล็กไฟ อ.หัวหิน ก็ต้องติดหล่มอยู่บริเวณหน้าบ้านของลุง “รวย งามขำ” ชาวบ้านห้วยคต มีทหารและตำรวจประมาณ 10 นาย ช่วยกันเข็นรถให้ขึ้นจากหล่ม
ลุงรวยไม่รอช้าปราดเข้าช่วยทันที พร้อมกับเรียกเพื่อนบ้านให้ออกมาช่วยด้วย แต่แล้วเมื่อคนขับรถซึ่งเป็นชายหนุ่มสวมแว่นตากับหญิงสาวลักษณะงดงามลงมาจากรถ ลุงรวยจึงนึกขึ้นมาได้ว่า เมื่อหลานวันก่อน ผู้ใหญ่บ้านได้บอกเล่าให้ฟังว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จฯ มาหัวหิน
ปัจจุบันลุงรวยและชาวบ้านห้วยคตที่อยู่ในเหตุการณ์ครั้งนั้นต่างเสียชีวิตกันไปหมดแล้ว คงมีเพียงลุง “ซิ่ว เทียนอินทร์” ซึ่งเป็นผู้เล่าเหตุการณ์ในวันนั้นไว้ก่อนจะเสียชีวิตในปี 2556 ว่า
“ในตอนนั้นพวกเรารู้สึกปลื้มปีติมากดีใจจนบอกไม่ถูกที่เห็นพระองค์ท่านเสด็จฯ มาถึงที่นี่ ในตอนนั้นผมอายุ 20 กว่าๆ ที่นี่มีบ้านอยู่กันกระจัดกระจายประมาณสัก 40 หลัง เห็นจะได้ วัดห้วยมงคลเองก็มีเพียงแค่กุฏิหลัง ศาลาหลังเล็กๆ เพียงหลังเดียวเท่านั้นยังใช้ชื่อวัดห้วยคต”
ลุงซิ่ว เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปยังโรงเรียนห้วยคต ชาวบ้านก็ต่างพากันไปที่โรงเรียนเพื่อรับเสด็จ ในหลวงภูมิพลรับสั่งถามว่า ที่นี่มีอะไรขาด อยากให้ช่วยอะไรบ้าง ชาวบ้านก็กราบบังคมทูลถึงถนนหนทางเพื่อนำพืชผักผลผลิตไปขายยังตลาดหัวหิน
“ทรงถามว่าพอจะรู้บ้างไหมว่าที่ใกล้ๆ แห่งนี้มีเขาดินลูกรังที่ไหนบ้าง ผมจึงบอกว่ามีที่เขานกกระจิบ หลังจากนั้นไม่นานก็พบว่ามีรถแทรกเตอร์เข้ามาไถพื้นที่ มีการนำเอาดินลูกรังมาทำถนน โดยเริ่มทำมาจากช่องเขาด่าน มาถึงนี่ก็นับระยะทางได้สิบกว่ากิโลเมตรเห็นจะได้ จากวันนั้นหลังถนนเสร็จพวกเราก็ใช้เวลาในการขนพืชผักต่างๆ ไปขายยังตลาดหัวหินได้ในเวลาไม่ถึงชั่วโมง และในเวลาต่อมาพระองค์ท่านก็เสด็จฯ มาอีก และพระราชทานชื่อให้ใหม่ว่า บ้านห้วยมงคล มาจะถึงทุกวันนี้”
ถนนจากหัวหินถึงบ้านห้วยคต ซึ่งภายหลังเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ห้วยมงคล จึงถือได้ว่าเป็นโครงการพระราชดำริแห่งแรกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ในความทรงจำของ ด.ต.ละออ จงศรี อดีตตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร อ.หัวหิน ซึ่งเคยทำหน้าที่คนขับรถแทรกเตอร์พระราชทาน เพื่อก่อสร้างถนนห้วยมงคล เล่าว่า
“การก่อสร้างมีความยากลำบากเพราะเป็นป่ารกทึบ ต้องใช้รถจิ๊ปในการเดินทาง ประกอบกับมีโรคไข้มาลาเรียมาก ทีมงานสร้างถนนต้องทำงานพร้อมกับช่วยเหลือประชาชน พาหมอไปรักษาดูแลสุขภาพให้ประชาชนไปด้วย การสร้างทางจึงใช้ระยะเวลานานกว่า 8 เดือน จึงสำเร็จ ซึ่งปัจจุบันรถแทรกเตอร์พระราชทานสำหรับก่อสร้างถนนห้วยมงคลได้เก็บรักษาไว้ที่ค่ายนเรศวร และทำการบำรุงรักษาอย่างดี”
ด.ต.ละออ บอกว่า ถือเป็นมงคลสูงสุดในชีวิตที่ได้มีโอกาสถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยพระเมตตาที่ทรงมีพระราชดำริให้แก้ไขปัญหาให้กับราษฎรที่เดือดร้อนจากการเดินทางและการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งถือว่าเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการคมนาคมโครงการแรกของประเทศที่ทรงพระราชทานให้กับประชาชน จนปัจจุบันทำให้คุณภาพชีวิตของประชาชนอยู่ดีกินดีประกอบอาชีพได้อย่างไม่ลำบาก
“รู้สึกโชคดีที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้มีโอกาสถวายงาน จึงถือเป็นมงคลสูงสุดในชีวิต และจะน้อมนำกระแสพระราชดำรัสเรื่องความพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิต โดยจะใช้คุณธรรมนำชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง หลีกเลี่ยงอบายมุขทุกอย่าง เพื่อให้ชีวิตมีความสุขตามรอยพ่อหลวง” ด.ต.ละออ กล่าวอย่างภูมิใจ
นับจากปี 2495 จากถนนห้วยมงคล ปฐมบทของโครงการในพระราชดำริ หลังจากนั้นตลอดรัชกาลมีโครงการในพระราชดำริเกิดขึ้นอีกหลายพันโครงการทั่วทุกภาคของประเทศ ล้วนเป็นโครงการเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของราษฎร จากน้ำพระทัยเมตตากรุณาอันหาที่สุดมิได้


