
อามาน คาปัวร์ นำประกันสู่โลกใบใหม่
อามาน คาปัวร์ ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานการตลาด บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต เป็นผู้นำบริษัทประกันธุรกิจดั้งเดิม
โดย...วารุณี อินวันนา
อามาน คาปัวร์ ประธานเจ้าหน้าที่ สายงานการตลาด บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต เป็นผู้นำบริษัทประกันธุรกิจดั้งเดิมที่เข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์ โดยมีแฟนเพจที่เข้ามาติดต่อสื่อสารผ่านเฟซบุ๊กของบริษัท คือ www.facebook.com/fwdthailand มากที่สุดของธุรกิจประกันชีวิต 3.07แสนคน จากจำนวนสมาชิกแฟนเพจ 410,145 คน
เขามีความเชื่อว่า วิถีคนเอเชียรุ่นใหม่เปลี่ยนไปจากคนรุ่นก่อน โดยมีความอิสระ เป็นตัวของตัวเอง และกล้าใช้ชีวิต และเริ่มออกเดินทางเพื่อหาแรงบันดาลใจ
ดิจิทัลมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้ชีวิตของผู้คนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทั้งคนรุ่นเก่า และรุ่นใหม่ ต่างไปจากการปฏิสัมพันธ์ในโลกเมื่อ 10 ปีก่อน ทำให้การทำธุรกิจประกันชีวิตแบบเดิมในมุมมองของคนรุ่นใหม่กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ น่ารำคาญ เศร้า เหงา สูญเสีย และระมัดระวัง
โลกของธุรกิจประกันชีวิตแบบเดิม การปฏิสัมพันธ์ที่เป็นแบบตัวต่อตัวใช้ความคุ้นเคยมาตลอด ความคุ้นเคยนี้จะเกิดขึ้นในช่วงแรก ที่ต้องนำเสนอการขาย รับเงิน ส่งกรมธรรม์ หลังจากนั้นหากไม่มีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน แทบจะไม่มีความสัมพันธ์กับลูกค้าเลย
อามาน กล่าวว่า ความต้องการก้าวให้ทันโลกใบใหม่ เป็นจุดเริ่มต้นและแรงบันดาลใจในการหาวิธีเข้าไปอยู่ในโลกของลูกค้าและคนส่วนใหญ่ เพื่อเรียนรู้อารมณ์ ความชอบ และสร้างความสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องในรูปแบบที่คนในโลกออนไลน์ชอบ และนำมาปรับใช้กับกลุ่มคนทั่วไปควบคู่กัน เพราะถ้าได้พบกันสม่ำเสมอ ได้คุยกันบ่อยๆ อาจทำให้เกิดความชอบบริษัทมากขึ้น ไม่ใช่รอรับการติดต่อเข้ามาเหมือนในอดีต
“ผมไม่ได้มีความรู้เรื่องดิจิทัลมาก่อนเลย และบริษัทก็ไม่เคยมีแพลตฟอร์มดิจิทัลมาก่อนเช่นกัน เรามีการเรียนรู้ ลองผิด ลองถูก ร่วมกับทีมงาน เพราะถ้าเราไม่ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลง เราจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังเพราะผลวิจัยบอกว่าคนไทยมีสมาร์ทโฟนเฉลี่ยคนละเครื่อง และคนที่ใช้มัน 95% ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งผลการวิจัยยังพบอีกว่าคนไทยอยู่ในโลกออนไลน์วันละ 6-7 ชั่วโมง/วัน ไม่ชอบอ่านเนื้อหาที่เป็นตัวหนังสือยาวๆ แต่ชอบดูรูป และวิดีโอ ชอบแชร์ หรือแบ่งปันให้เพื่อนๆ เป็นความท้าทาย และกระตุ้นให้เราเข้ามาลองทำ เพื่อพาบริษัทก้าวไปกับโลกใบใหม่ให้ได้ ซึ่งโลกดิจิทัล มีข้อดีตรงที่จะทราบได้ทันทีว่าสิ่งที่ทำไป ตรงกับความต้องการของตลาดหรือไม่ ทำให้ปรับตัวได้เร็ว” อามาน กล่าว
อามาน กล่าวว่า การทำแคมเปญการตลาดจึงแตกต่างไปจากรูปแบบเดิม ที่มุ่งไปที่ความต้องการของผู้คน ด้วยการเชิญชวน กระตุ้นให้ผู้คนออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ ทั้งการท่องเที่ยว การเล่นกีฬา การทำกิจกรรมที่ใฝ่ฝันให้เป็นจริง โดยต้องการเป็นส่วนหนึ่งในประสบการณ์ที่ลูกค้าได้รับ ไม่ใช่เพียงการสร้างความสัมพันธ์เท่านั้น จากเดิมจะทำแคมเปญการตลาดผ่านรูปแบบทีวี บิลบอร์ด ตามรถไฟฟ้า หนังสือพิมพ์ ก็เริ่มนำสื่อดิจิทัลเข้ามาใช้ควบคู่กันไป
วันนี้บริษัทได้พาตัวเองเข้าไปอยู่ในโลกออนไลน์ เนื้อหาที่นำมาใส่เพื่อสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้คน จะเป็นสิ่งที่อยู่ในวิถีความชอบที่ต้องปรับให้ทัน เพราะคนในโลกออนไลน์เปลี่ยนความสนใจไปยังสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา ในการสร้างแบรนด์กับสังคมออนไลน์ ต้องเข้าใจอารมณ์คนที่ต้องการเข้ามาเพื่อผ่อนคลาย จึงไม่มีการยัดเยียดแบรนด์ตลอดเวลา ไม่มีการนำเสนอสินค้า หรือบริการใดๆ เพราะจะทำให้น่าเบื่อ และรู้สึกไม่สบายใจ เพียงแค่สื่อแบรนด์ออกไปแบบเงียบๆ ทำให้ประชาชนสบายใจในการเข้ามาทำกิจกรรมกับบริษัททำให้มีคนเข้ามาปฏิสัมพันธ์กับบริษัทผ่านโลกออนไลน์มาก
สำหรับไลน์ที่ 95% ของคนมีสมาร์ทโฟนใช้งานอยู่ มีการจัดมินิคอนเสิร์ตแบบ live สด 1 ชั่วโมง ซึ่งจัดมาแล้ว 2 ครั้ง มีคนเข้าชมครั้งละ 5 แสนคนทั่วประเทศ สร้างความตื่นเต้นและภูมิใจอย่างมาก เป็นการสะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าโลกได้เปลี่ยนไปจากรูปแบบเดิมและบริษัทสามารถก้าวไปในโลกใบใหม่ได้ รวมถึงแอพพลิเคชั่น FWD MAX ที่บริษัททำขึ้นมาเพื่อเชิญชวนให้คนออกมาใช้ชีวิตทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งแบบเคลื่อนไหว เช่น เล่นกีฬา ท่องเที่ยว อาสาสมัคร และการอยู่กับที่อย่างการอ่านหนังสือ ทำอาหาร มีคนดาวน์โหลดแล้วกว่า 6 หมื่นดาวน์โหลด เพราะกิจกรรมที่ทำจะได้สะสมแต้ม แลกของรางวัลที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
ขณะที่ เกมเสมือนจริง สต๊อกเพลย์ ที่สอดแทรกการให้ความรู้เรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นกับคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะนักศึกษา มีผู้สมัครเข้ามาเล่นในช่วง 1 เดือนครึ่งที่ผ่านมาถึง 7,000 คน







