
เมืองใหม่สำหรับนักท่องเที่ยว
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
โดย...ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม
การปฏิรูปธุรกิจการท่องเที่ยวเชิงปริมาณจากจีนที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ในบ้านเราขณะนี้นั้น ได้เกิดผลกระทบค่อนข้างรุนแรงรวดเร็ว รวมไปถึงเกิดสภาวะชะงักงันเข้าไปในห่วงโซ่การท่องเที่ยวของประเทศเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งห้องพักโรงแรม คอนโด อพาร์ตเมนต์ ร้านอาหาร ร้านจิวเวลรี่ ร้านขายของที่ระลึก สวนสนุก สวนสัตว์ สถานบันเทิง ไม่เว้นแม้แต่วัดวาอารามบางแห่ง ในพื้นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย หรือที่เรียกกันให้เข้าใจง่ายขึ้นคือเมื่อนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณจากประเทศจีนนี้ลดจำนวนลงไปก็เลยทำให้เม็ดเงินที่เคยได้รับจากนักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็หายไปด้วยเช่นเดียวกัน
เรื่องนี้ควรจะยกเป็นกรณีศึกษาได้หลายกรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย การสงวนอาชีพคนไทย การตรวจสอบการชำระภาษีต่างๆ การค้ากำไรเกินควร ฯลฯ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการสอบสวนปราบปรามและหาแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น อีกทั้งในตลาดนักท่องเที่ยวชาวจีนและตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอื่นๆ ต่อไป
แต่อย่างไรก็ดีหากนโยบายวัดความสำเร็จของการส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยยังคงยึดติดกับสถิติจำนวนนักท่องเที่ยวเชิงปริมาณอย่างในปัจจุบัน ผมคิดว่าการที่จะหาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติมาทดแทนตลาดนักท่องเที่ยวจีนในทศวรรษนี้น่าจะประสบความยากลำบากพอสมควร เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายครับ ยิ่งในยุคเศรษฐกิจโลกเข้าสู่สภาวะทรงๆ ทรุดๆ อยู่อย่างนี้ พูดง่ายแต่ทำให้สำเร็จยากครับ แม้ว่าเราจะมีต้นทุนสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มากพอก็ตาม นอกเสียจากว่าเราจะปรับยุทธศาสตร์ใหม่ หรือสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างพร้อมสรรพมีความโดดเด่นฉีกแนวเดิมๆ ออกไป
ในปัจจุบันเท่าที่เห็นและเป็นอยู่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวในบ้านเรามีแนวทางทั้งในด้านนโยบายและการปฏิบัติเป็นหลักสำคัญอยู่สองประการคือ โฆษณาประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวใหม่ กับพยายามสร้างส่งเสริมจำนวนและปริมาณนักท่องเที่ยวให้เข้าไปในพื้นที่นี้ให้มากขึ้น ซึ่งผลที่ปรากฏออกมาอย่างเป็นรูปธรรมนั้นคือแหล่งท่องเที่ยวใหม่เหล่านี้ได้เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในระยะเวลาสั้นๆ ดูจะไม่ค่อยคุ้มค่ากับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในระดับภูมิภาคและโลกทางสื่อต่างๆ ที่ต้องใช้งบประมาณเม็ดเงินที่จัดสรรกันมาจากภาครัฐจำนวนไม่น้อยในแต่ละโครงการ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ดีพอ นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมกลับเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยเสียเป็นส่วนใหญ่ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติน้อย แถมในพื้นที่บางแห่งนั้นโอกาสที่จะกลับไปเที่ยวซ้ำหรือบ่อยๆ นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ดังที่เห็นกันอยู่หลายๆ โครงการ ไม่ว่าจะเป็น เมืองต้องห้ามพลาด หรือ Unseen Thailand ในอดีต
หากจะว่ากันตามจริงแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ ทั้งหลายที่ได้โปรโมทกันมานั้น ส่วนใหญ่ก็จะพึ่งพิงธรรมชาติที่สวยงาม วัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมา กิจกรรมการท่องเที่ยว วิถีชีวิตผู้คน ประวัติศาสตร์ความเป็นมา เป็นต้น แต่สิ่งที่เรามักจะยังมองข้ามไป คือการผสมผสานพฤติกรรม สิ่งอำนวยความสะดวกและการตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ นักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือนักท่องเที่ยวแบบดั้งเดิมสูงวัย กับแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสะดวก ความประทับใจนอกเหนือไปจากธรรมชาติ สายลม แสงแดด ประเพณีหรือรอยยิ้มที่มีมิตรไมตรีของคนไทยครับ
ผมไม่ทราบว่าจะเป็นไปได้แค่ไหนเพียงไร หากภาครัฐจะทดลองสร้างเมืองท่องเที่ยวแห่งใหม่สักแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ สามารถนั่งรถยนต์เดินทางถึงไม่เกินสามชั่วโมง มีทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งถ้ามีหาดทราย สายลม แสงแดดด้วยจะยิ่งดีมาก มีแหล่งท่องเที่ยวอารยธรรมเชิงประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวแนวผจญภัย สถานบันเทิง ร้านอาหารนานาชาติ ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก ตลาดนัดชาวบ้าน ชุมชนวิถีไทย สวนสาธารณะ โรงพยาบาลชั้นนำ โรงแรมสถานที่พักที่ถูกต้องตามกฎหมายในทุกระดับชั้น สามารถทำกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ไม่ทำลายธรรมชาติทั้งกลางวันและกลางคืน ประชาชนให้ความร่วมมือในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
เมืองใหม่นี้จะต้องมีองค์ประกอบของการให้บริการสะดวกสบาย ที่สามารถผสมผสานกับแนวคิดของการตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวในยุคนี้ได้อย่างครบถ้วนทุกประเภท ทั้งนักท่องเที่ยวอิสระ ครอบครัว คู่ฮันนีมูน นอกเหนือไปจากการสร้างเอกลักษณ์ให้มีความแตกต่างกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอื่นๆ ในประเทศไทย ซึ่งจะต้องรวมไปถึงสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือนักท่องเที่ยวสามารถเดินทางตามลำพังกับการขนส่งสาธารณะได้อย่างสะดวกสบายไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งพิงตัวแทนท่องเที่ยวภาคพื้นดินมากนัก ยกเว้นกรณีการท่องเที่ยวแบบเฉพาะเจาะจงพิเศษ
ตัวอย่างเช่น จัดทำระเบียบความปลอดภัยบนท้องถนน สร้างวินัยจราจร อาทิ ให้รถจักรยาน จักรยานยนต์วิ่งเลนซ้ายสุดเท่านั้น ห้ามวิ่งในเลนอื่น จัดที่จอดรถแท็กซี่และรถขนส่งสาธารณะพร้อมทั้งป้ายจอดรถให้เป็นเฉพาะที่ ห้ามจอดรถให้ผู้โดยสารขึ้นลงตามอำเภอใจ จำกัดความเร็วในการขับขี่ในย่านชุมชนและในเมืองระหว่าง 30-60 กิโลเมตร/ชั่วโมงเท่านั้น ในด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ จัดให้มีสัญญาณไว-ไฟ เร็วๆ แรงๆ ใช้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมงทั่วเมืองนี้ ในด้านการจับจ่ายใช้สอยซื้อหาของที่ระลึกนั้นอาจจะจัดให้เป็นเมืองสินค้าปลอดภาษี ในด้านความรับผิดชอบของความปลอดภัยจัดให้มีประกันอุบัติเหตุ ประกันชีวิต
ให้แก่นักท่องเที่ยวตามสมควร จัดให้มีประชาชนอาสาเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าหน้าที่ มีสายตรวจทั้งการเดินเท้า จักรยานหรือม้า มีตำรวจ อัยการ ศาลดูแลคดีเกี่ยวกับการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดรวดเร็วและดำรงไว้ซึ่งความถูกต้องและยุติธรรม
จัดให้มีเส้นทางคมนาคมเชื่อมต่อทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศกับพื้นที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคอื่นของประเทศได้ นอกจากนี้ควรเป็นเมืองสีเขียว ปลอดสิ่งเสพติดทั้งปวง ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะ เป็นต้น รวมถึงการจัดระเบียบทางเท้าให้นักท่องเที่ยวมีที่เดินชมเมือง ถ่ายรูปได้อย่างปลอดภัย และถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นควรจะจัดเก้าอี้นั่งพักระหว่างทาง เส้นทางจักรยาน รถเข็นวีลแชร์ ห้องน้ำสาธารณะที่สะอาด ปลอดภัยตามหลักสุขอนามัยบริการในเส้นทางท่องเที่ยวหลักทั่วเมือง รวมทั้งการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่เจ้าหน้าที่สามารถสื่อสารได้หลากหลายภาษา รวมทั้งกำหนดมาตรการส่งเสริมธุรกิจการจัดประชุมสัมมนาโดยภาครัฐสนับสนุนให้หน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ และราชการหมุนเวียนมาจัดประชุมสัมมนาตลอดปี
ในด้านภาคประชาชนนั้น รัฐควรจะจัดสรรงบประมาณจัดฝึกอบรมสร้างทัศนคติของการเป็นเจ้าบ้านที่ดีและคุณประโยชน์ของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนให้ลงไปถึงชุมชน หมู่บ้าน จัดให้มีการอบรมภาษาต่างประเทศให้กับผู้ใหญ่และเด็กเยาวชนในวัยเรียน จัดทำอาสาสมัครชุมชนในการเป็นมัคคุเทศก์ต้อนรับนักท่องเที่ยวผู้มาเยือน กำหนดราคาสินค้าของที่ระลึกที่จำหน่ายแก่นักท่องเที่ยว ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแลและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวตลอดไปทั้งในด้านงบประมาณและการบำรุงรักษา ฯลฯ เป็นต้น
เมืองตัวอย่างนี้หากประสบความสำเร็จตามเป้าหมายอาจจะใช้เป็นโมเดลในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วไทย เพราะแนวทางบริหารจัดการเมืองท่องเที่ยวลักษณะนี้ยังไม่เคยมีมาก่อนในบ้านเรา ซึ่งแนวทางนี้สามารถที่จะรองรับตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทางต่อครั้งรวมไปถึงการมาเที่ยวซ้ำมากกว่านักท่องเที่ยวเชิงปริมาณได้เป็นอย่างดี ในทัศนะของผม หากจะทดลองสร้างเมืองนี้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว พื้นที่ อ.หัวหิน ดูจะมีศักยภาพค่อนข้างพร้อมในปัจจุบันครับ







