
หวั่นปราสาทหินพิมายพัง หลังน้ำท่วมสูง
หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมายสั่งสูบน้ำออกด่วน หวั่นปราสาทพัง หลังเกิดน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซม.
หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมายสั่งสูบน้ำออกด่วน หวั่นปราสาทพัง หลังเกิดน้ำท่วมสูงกว่า 30 ซม.
นายดุสิต ทุมมากร หัวหน้าอุทยานประวัติศาสตร์พิมายหรือปราสาทหินพิมาย อ.พิมาย จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่อุทยานฯ เร่งทำการสูบน้ำออกจากตัวปราสาทอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเกรงว่าปราสาทพังชำรุดเสียหาย หลังจากฝนตกหนักติดต่อกันนานนับสัปดาห์ส่งผลให้บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์พิมายถูกน้ำท่วมขังบริเวณด้านข้างตัวปราสาทสูงกว่า 30 ซม.
นายดุสิต กล่าวอีกว่า ปัญหาน้ำท่วมขังในบริเวณอุทยานฯ เนื่องจากที่ตั้งของอุทยานฯมีพื้นที่เป็นแอ่งอยู่ในที่ลุ่มทำให้เกิดน้ำฝนท่วมขังทุกครั้ง หากมีฝนตกหนักลงมาติดต่อกันหลายวัน แต่อย่างไรก็ตามน้ำที่ท่วมขังยังคงอยู่ในวงจำกัด และเจ้าหน้าที่กำลังเร่งทำการสูบระบายน้ำออกอย่างเต็มที่ จึงทำให้ไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวแต่อย่างใด
อย่างไรก็ตาม ในส่วนปริมาณน้ำในเขื่อนพิมาย ที่กั้นแม่น้ำมูลซึ่งไหลผ่านตัวเมืองพิมายขณะนี้ เริ่มมีปริมาณน้ำสูงขึ้น แต่เขื่อนยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก อีกทั้งขณะนี้ทางชลประทานพิมายได้ทำการเปิดประตูระบายน้ำขึ้น 2 เมตร เพื่อระบายน้ำไปให้ชาวนาในเขต ต.ท่าหลวง, ต.ดงใหญ่,ต.กระชอน,ต.ชีวาน ได้ใช้ในการเกษตร และเพื่อเป็นการระบายน้ำไม่ให้ล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดกับลำน้ำ ซึ่งจะมีปัญหาเป็นประจำทุกปี
ทางด้านนายจักรกฤช แจ้งกรณ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง อ.สีคิ้ว กล่าวว่า ได้สั่งเตรียมเครื่องสูงน้ำจำนวน 11 เครื่อง และเครื่องผลักดันเปลี่ยนเส้นทางน้ำอีก 12 เครื่อง เพื่อให้ทางเจ้าหน้าที่ประจำประตูระบายน้ำหลัก ทั้ง 4 แห่งของเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งประกอบด้วย ประตูระบายน้ำข่อยงาม ต.หัวทะเล อ.เมือง , ประตูระบายน้ำกันผม ต.พระพุทธ อ.เฉลิมพระเกียรติ , ประตูระบายน้ำจอหอ อ.เมือง และประตูระบายน้ำด้านหลังโรงเรียนสุรนารี ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา นำไปติดตั้งเพื่อเร่งระบายน้ำที่เกินปริมาณและจะล้นตลิ่งได้อย่างทันท่วงที
ทั้งนี้ เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมาส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าสู่อ่างเก็บน้ำลำตะคองเพิ่มสูงขึ้น โดยล่าสุดระดับน้ำ ณ วันที่ 23 ส.ค.2553 อยู่ที่ 101 ล้าน ลบ.ม. จากความจุกักเก็บทั้งหมด 324.39 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 32 % ของความจุ เพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ 1 ส.ค.2553 ที่มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ 89 ล้าน ลบ.ม.
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำที่มีอยู่ขณะนี้ยังไม่เพียงพอที่จะกักตุนไว้ให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ไปถึงช่วงฤดูแล้งปี 2554
ทั้งนี้ทางโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคองยังหวังว่าจะมีปริมาณฝนตกลงมาในพื้นที่เหนืออ่างเก็บน้ำลำตะคองต่อเนื่องไปอีก เพื่อให้ปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางโครงการฯ ได้ตั้งเป้าที่จะกักตุนน้ำในอ่างฯ ให้ได้อย่างน้อย 170 ล้าน ลบ.ม. ก่อนสิ้นสุดฤดูฝนของปีนี้ ในประมาณปลายเดือนส.ค.นี้เพื่อให้พอเพียงต่อการใช้ในการอุปโภค-บริโภคในปีหน้า







