posttoday

ดึงสูงวัยทำงานหลังเกษียณ ออมเพื่อชีวิต ไม่เป็นภาระครอบครัว

10 ตุลาคม 2559

ยังมีผู้สูงอายุเป็นหลักล้าน หรืออย่างน้อยก็หลายแสนคน ที่ยังต้องการทำงานอยู่

โดย...วิรวินท์ ศรีโหมด

อีก 5 ปี สังคมไทยกำลังนับถอยหลังเพื่อก้าวเข้าสู่ “สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์” ในปี 2564 เมื่อถึงตอนนั้นจำนวนประชากร 20% ของประเทศจะมีอายุเฉลี่ยมากกว่า 60 ปี สวนทางกับประชากรเกิดใหม่ที่ลดลง

ที่ผ่านมารัฐบาลเริ่มวางนโยบายรับมือตั้งแต่ก่อตั้งกรมกิจการผู้สูงอายุ เมื่อปี 2558 รวมถึงตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ ฯลฯ ขึ้นมา ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ย. พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รมว.แรงงาน มีไอเดียทำแผน “โมเดลจ้างแรงงานข้าราชการ เจ้าหน้าที่หลังเกษียณอายุให้มีงานทำ” จึงเป็นเรื่องน่าจับตาว่าทิศทางการดำเนินนโยบายนี้อีก 5 ปี จะไปทิศทางใด

ยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เห็นด้วยว่า โมเดลจ้างงานผู้สูงอายุหลังเกษียณเป็นแนวคิดที่ดี และควรเร่งทำให้เสร็จภายใน 5 ปี เพราะปัจจุบันจำนวนผู้สูงอายุในประเทศไทยเพิ่มขึ้นทุกปี และอีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยเต็มตัว

“ขณะนี้สถานการณ์การจ้างงานขาดแคลนในเชิงปริมาณมีมานาน และมีแนวโน้มที่จะขาดแคลนเพิ่ม เห็นได้จากปัจจุบันไทยต้องใช้แรงงานต่างด้าวเกือบ 3 ล้านคน”

ยงยุทธ เสนอว่า โมเดลจ้างแรงงานข้าราชการ เจ้าหน้าที่หลังเกษียณ เบื้องต้นจะต้องทำระบบฐานข้อมูล คัดกรองกลุ่มผู้สูงอายุให้แบ่งเป็นประเภทต่างๆ โดยมีเกณฑ์ด้านสติปัญญา ภาวะสุขภาพซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ และความสนใจงานของแต่ละบุคคลมาเป็นตัวชี้วัด เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการแยกกลุ่มระหว่างผู้สูงอายุระดับบนและระดับล่าง ซึ่งกลุ่มแรงงานระดับบนที่มีความรู้สูงอาจให้ทำงานเป็นที่ปรึกษากับแรงงานรุ่นใหม่ที่ขาดประสบการณ์ ส่วนกลุ่มผู้ที่มีความรู้ด้านภาษาดี ควรให้ทำงานในธุรกิจท่องเที่ยวและบริการ เช่น สอนภาษา ฯลฯ

ขณะที่กลุ่มแรงงานผู้สูงอายุที่มีความรู้ไม่เท่าระดับผู้บริหาร แต่มีทักษะประสบการณ์ทำงานสูง ตรงนี้ต้องพิจารณาดูลักษณะงานให้เหมาะสม เช่น หลายประเทศหน่วยงานภาครัฐจะจ้างในรูปแบบสัญญา ให้ทำงานลักษณะพนักงานเก็บเงิน ฉะนั้นมองว่ารัฐควรนำเงินส่วนหนึ่งมาจ้างงานกับบุคคลกลุ่มนี้ แทนที่จะจ้างคนรุ่นใหม่ทั้งหมด คิดว่ากระทรวงแรงงานต้องสร้างระบบการคุ้มครองแรงงานผู้สูงอายุขึ้นมา และต้องมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลโดยตรง ทั้งเรื่องค่าจ้าง ค่าตอบแทนที่ไม่ควรน้อยกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาท และสิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรมให้กับผู้สูงอายุที่ต้องการทำงาน

“ยังมีผู้สูงอายุเป็นหลักล้าน หรืออย่างน้อยก็หลายแสนคน ที่ยังต้องการทำงานอยู่ ฉะนั้นถ้าหากสามารถขึ้นทะเบียนผู้สูงอายุให้มีงานทำได้ นอกจากจะเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ผู้สูงอายุได้มีเงินออมต่อไป ก็จะได้ไม่ต้องเป็นภาระของครอบครัวในอนาคต”

ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน ทีดีอาร์ไอ ระบุว่า การพัฒนาจะทำให้แรงงานผู้สูงอายุมีความรู้เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน รวมถึงยังจะเป็นการช่วยลดปัญหาสังคม เพราะหากรอความช่วยเหลือจากรัฐผ่านเบี้ยชราภาพ 800 บาท/เดือน คงไม่พอกิน เพราะสมัยนี้ต้องมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 2,500 บาท/เดือน จึงจะเพียงพอต่อการใช้ชีวิต

ขณะที่ พญ.ลัดดา ดำริการเลิศ เลขาธิการมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.) อธิบายว่า หลักการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ ตามปฏิญญาสากลจะต้องทำให้มีความมั่นคง 3 ด้าน คือ 1.ด้านสุขภาพ ต้องทำให้การดำเนินชีวิตมีสุขภาพที่ดี 2.ด้านเศรษฐกิจ ต้องมีรายได้ มีงานทำ และมีเงินออมเพื่อเป็นปัจจัยทำให้ชีวิตเกิดความมั่นคง และ 3.ต้องมีหลักประกันที่มั่นคงจากครอบครัวและสิ่งแวดล้อม

สำหรับโมเดลจ้างงานผู้สูงอายุหลังเกษียณ รัฐและเอกชนต้องทำให้เกิดการจ้างงานต่อเนื่อง ส่วนแรงงานนอกระบบ นายจ้างต้องส่งเสริมให้ผู้ที่เป็นผู้สูงอายุดูแลสุขภาพของตนเองด้วย ฉะนั้นทิศทางการจ้างงานผู้สูงอายุ และขยายการเกษียณออกไป ถ้าเป็นกลุ่มผู้บริหารองค์กรที่มีทักษะสูง สถานประกอบการเอกชนก็พร้อมรับเข้าทำงาน ส่วนกลุ่มทั่วไป อย่างน้อยรัฐควรสนับสนุนจ้างงานในสถานที่ราชการ ตามชุมชน ท้องถิ่น โรงพยาบาล และสถานีอนามัย

“การต่อขยายอายุการทำงาน ขณะนี้เริ่มใช้แล้วในกลุ่มงานผู้พิพากษา อัยการ เพราะต้องใช้ความรู้ ประสบการณ์เฉพาะ ซึ่งในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่นขณะนี้มีการออกกฎหมายขยายอายุการทำงานแล้ว ปัจจุบันญี่ปุ่นกำหนดให้บางอาชีพสามารถทำงานได้ถึงอายุ 67 ปี เช่น ผู้พิพากษา ส่วนอาชีพที่เน้นใช้แรงงานกาย ใช้ความว่องไว และเสี่ยงอันตราย เช่น ตำรวจ ทหาร ตรงนี้ถ้าไม่มีงานตำแหน่งรองรับ ก็อาจอยู่ไม่ได้”

พญ.ลัดดา ระบุว่า การเสนอแนวคิดจ้างงานผู้สูงอายุหลังเกษียณอายุราชการ ขณะนี้หน่วยงานภาครัฐยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ส่วนตัวคิดว่าราชการคงไม่สามารถขยายงานได้ทุกประเภท แต่ถ้าจำเป็นต้องขยาย ควรเริ่มจากกลุ่มที่ต้องการทักษะฝีมือเฉพาะมาเติมส่วนที่ขาดก่อน จากนั้นถึงพิจารณากลุ่มงานประเภทอื่นๆ

ขณะเดียวกัน รัฐควรส่งเสริมเรื่องการออมด้วย เพราะชีวิตผู้สูงอายุหลังเกษียณถ้าคิดเพียงแต่จะใช้เงินสะสมอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะเมื่อไหร่ที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัย ค่าใช้จ่ายต่างๆ ต้องเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ และต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อย และถ้าสุดท้ายมาพึ่งรัฐด้วยจำนวนมากเกิน รัฐก็คงไม่มีจะให้พึ่งเช่นกัน

“ผู้สูงอายุหลังเกษียณควรต้องมีเงินเก็บอย่างน้อย 2 ล้านบาท เพื่อให้มีใช้จ่ายเฉลี่ย 8,000-9,000 บาท/เดือน ซึ่งเงินจำนวนนี้หากเทียบกับสภาพปัจจุบันอาจดูไม่มาก แต่ความเป็นจริงผู้ที่จะออมเงินได้ถึง 2 ล้านบาทมีน้อยมาก เพราะจากการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ผู้สูงอายุไทยที่มีรายได้จากการเก็บออมเป็นรายได้มีเป็นส่วนน้อย เพราะรายได้ส่วนใหญ่มาจากบุตรเลี้ยงดูแลรับผิดชอบ รองลงมาเป็นรายได้จากการทำงาน ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารายได้จากการออมคงไม่พอ คนกลุ่มนี้ถึงยังต้องทำงานอยู่”พญ.ลัดดา กล่าว

พญ.ลัดดา กล่าวว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่นิยมไม่มีลูก หรืออาจมีน้อย ซึ่งจะทำให้อีก 20-30 ปีข้างหน้า คนยุคปัจจุบันที่จะเป็นผู้สูงอายุในอนาคตอาจมีรายได้จากบุตรลดลง และต้องพึ่งพาตนเองจากการทำงานมากขึ้น ควบคู่ไปกับต้องเก็บออมเงินให้มากขึ้น เพื่อที่จะได้มีเงินดูแลตนเองไปตลอดจนช่วงท้ายของชีวิต

ด้านผู้บริหารหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้อย่าง ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า โมเดลจ้างแรงงานข้าราชการ เจ้าหน้าที่หลังเกษียณให้มีงานทำ เป็นกลยุทธ์หนึ่งในการส่งเสริมการทำงานของผู้สูงอายุระยะที่ 1 ช่วงปี 2559-2564 โดยแบ่งเป็น 5 กลยุทธ์ย่อย คือ 1.ต้องกระจายงานเข้าสู่ชุมชน เพื่อทำให้ผู้สูงอายุทั่วไปที่อยู่บ้านมีงานทำ 2.ร่วมมือกับภาคเอกชนจ้างงานผู้สูงอายุหลังเกษียณ เบื้องต้นมีสถานประกอบการร่วมโครงการแล้ว 12 แห่ง 3.สร้างตลาดแรงงานเกี่ยวกับผู้สูงอายุ

4.ขยายการเกษียณอายุราชการเฉพาะตำแหน่ง 5.ส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงวัยในอาชีพที่ต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มทำแล้วบางหน่วยงานของภาครัฐ เอกชน เช่น ให้มาเป็นกรรมการฯ ที่ปรึกษา หรือวิทยากร

ม.ล.ปุณฑริก กล่าวว่า ปัจจุบันมีการจ้างงานผู้สูงอายุในตำแหน่งที่มีทักษะเฉพาะ เท่าที่อายุมากถึง 70 ปี ในรูปแบบสัญญาจ้างปีต่อปี หรือจ้างเหมาเป็นรายโครงการ ส่วนกลุ่มข้าราชการเกษียณทั่วไป ขณะนี้มีเปิดลงทะเบียนฝึกประกอบอาชีพ รวมถึงได้เปิดศูนย์รับลงทะเบียนผ่านศูนย์บริการจัดหางานคนพิการและผู้สูงอายุ ของกรมการจัดหางานแล้ว คาดว่าโมเดลนี้จะชัดเจนภายใน 6 เดือน เพื่อเตรียมตัวรองรับการเข้าสู่สังคมสูงอายุในปี 2564

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด อินเตอร์ พบ อาร์เซน่อล ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก วันนี้ 20 ม.ค.69