นายกฯเผยหน่วยงานไหนเบิกจ่ายงบไม่หมดต้องส่งคืน
รัฐบาลคสช.แจงจัดทำงบประมาณประเทศคำนึงถึงการวางรากฐานระยะยาวและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ20ปีสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ
รัฐบาลคสช.แจงจัดทำงบประมาณประเทศคำนึงถึงการวางรากฐานระยะยาวและสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ20ปีสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการปฏิรูปการจัดทำงบประมาณของประเทศในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้าจัดทำงบประมาณ เพื่อวางรากฐานการบริหารประเทศในระยะยาว ให้สามารถขับเคลื่อนงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนโดยจะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแบ่งการปฏิรูปงบประมาณออกเป็น 2 ส่วน คือ การผลักดันตามกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ ทั้งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับใหม่)และพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่มีประเด็นสำคัญ อาทิ การจัดทำงบประมาณรายจ่ายต้องคำนึงถึงฐานะทางการคลังและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ นโยบายเร่งด่วนของรัฐ และการเพิ่มหน่วยรับงบประมาณโดยตรง เพื่อนำไปจัดสรรให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน และส่วนที่ 2 การจัดทำงบประมาณต้องควบคู่กับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณประจำปี ซึ่งกำหนดให้ทุกหน่วยงานที่รับงบประมาณ ต้องเตรียมความพร้อมดำเนินการตามกระบวณการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งระบบเก่าและระบบใหม่ โดยจะต้องมีการตรวจสอบตั้งแต่ก่อนเริ่มปีงบประมาณ 2560 และปีต่อไป เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและคุ้มค่าในการใช้จ่าย
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลสามารถเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณได้ถึงร้อยละ 92.35 ในปีงบประมาณ 2558 และร้อยละ 94.29 ในปีงบประมาณ 2559 ซึ่งมีการเบิกจ่ายสูงกว่าปีงบประมาณ 2556 และ 2557
"เราจะต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังให้ทันตามกรอบเวลา เบิกจ่ายให้ได้ สำหรับหน่วยงานที่ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันตามแผน ในกรอบเวลา ตามกฎหมาย ตามระเบียบได้จะต้องส่งคืนงบประมาณดังกล่าวมาตั้งไว้ที่งบกลางไปทำอย่างอื่นหรือปรับไปให้โครงการอื่นที่สำคัญกว่าจะทำตั้งแต่ปีงบประมาณ 60 คือปีนี้เป็นต้นไป ทั้งนี้ เพื่อจะจัดสรรให้กับภารกิจที่มีความเร่งด่วนจำเป็นมากกว่าเพื่อจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ถ้าไม่พร้อม อย่าเสนอขึ้นมา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว







