
ทำไงหว่า?
....สันทัด กรณี
ยินดีต้อนรับ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ร่วมชะตากรรม มนุษย์เงินเดือน
ครับ...มนุษย์เงินเดือนที่มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะมีรายได้ก่อนหักภาษีต่อเดือนอยู่ที่ 121,900 บาท เป็นเงินเดือน 71,900 บาท + เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท
เป็นรายได้สูงสุดของนักการเมือง
“
ผมนี่มนุษย์เงินเดือน และครอบครัวผมก็มนุษย์เงินเดือน มันก็มีความง่ายอย่างหนึ่ง ก็คือว่ามันมีความแน่นอนของมันอยู่ว่า รายได้เราเท่าไหร่ มันสำคัญที่สุดคือว่า เมื่อเรารู้ว่ารายได้เราเท่าไหร่ ต้องอย่าให้รายจ่ายเรามันเกินรายได้ ก็จะไม่มีหนี้ และหนี้ที่มี ก็จะมีเฉพาะเรื่องผ่อนรถ”เป็นคำตอบของ คุณอภิสิทธิ์ เมื่อถูกถามว่ามีหนี้ไหม และเมื่อถามว่า รายได้ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พอเลี้ยงครอบครัวอ๊ะเปล่า? คำตอบที่ได้ น่ารักมากครับ
“
ถ้าบอกว่าพอ จะบอกว่าพอ ไม่พอ ก็คงไม่ใช่นะครับ คือผมจริงๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังพอมีฐานะ มีรายได้อยู่ ครอบครัวก็มีฐานะอยู่ คือถ้าพูดตรงๆ มาทำงานการเมือง และหวังว่าจะรวยขึ้นอย่าหวังเลยและก็ไม่ควรถ้าคิดว่าเข้ามาทำงานการเมืองแล้วรวยขึ้น แต่ว่าเงินเดือนนายกฯ แสนกว่าๆ พอหักภาษีไป และผมอยู่พรรค ซึ่งหักผมอีกเดือนละ 20,000 อีก พูดตรงๆไม่น่าพอ”ครับ...คำพูดของ คุณอภิสิทธิ์ ทำให้ฉุกคิดอะไรขึ้นมาหลายประการ
ประการแรก คำพูดนี้เป็นคำพูดที่แสดงให้เห็นความชาญฉลาดทางวาจา เพียงแค่ตอบสองคำถาม ก็ทำให้เห็นถึงความเป็นนักการเมืองมือสะอาด...เจ๋งอ่ะ!
ประการที่สอง คำพูดของ คุณอภิสิทธิ์ นักการเมืองที่อยู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีรายได้สูงสุด ยืนยันถึงความเป็นไปไม่ได้ ที่ใครคิดจะรวยด้วยการเล่นการเมือง...อย่าได้หวัง และไม่ควรเข้ามาแต่แรก!
ประการที่สาม คำพูดของ คุณอภิสิทธิ์ แสดงว่าไสยศาสตร์มีจริง เพราะคนไทยพบเห็นจนชินตาว่าประเทศไทยนั้น มีนักการเมืองจำนวนมาก ที่ไม่ได้มีมรดกตกทอด ไม่มีธุรกิจของตระกูลมาแต่กำเนิด ดำรงชีวิตด้วยอาชีพนักการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว ทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูข้าทาสบริวารอีกจำนวนมาก แต่กลับรวยขึ้นรวยไม่บันยะบันยัง สิ่งเกิดขึ้นไม่อาจหาคำตอบได้ทางวิทยาศาสตร์ ว่า ท่านเหล่านั้นมีวิธีการรวยโดยสุจริต จากอาชีพการเมืองมาอย่างไร...ใช่มะ!
ประการที่สี่ คำพูดของ คุณอภิสิทธิ์ ที่ระบุว่าตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือน ย่อมเป็นการยืนยันและรับรู้สถานะของตัวเอง คือ การเป็นลูกจ้าง โดยมีประชาชนเป็นนายจ้าง มีหน้าที่ทำงานเพื่อแลกกับค่าจ้างที่เรียกว่าเงินเดือน...
อย่าลืมกันนะครับทั่นนักการเมือง...ฮ่า ฮ่า ฮ่า
ครับ...คุณอภิสิทธิ์ เป็นคนมีวาสนา ดูวัตรปฏิบัติของท่าน อยู่ในกรอบอยู่ในศีลในธรรม ไม่เที่ยวเตร่สังสรรค์สมาคมเหมือนวัตรปฏิบัติของนักการเมืองส่วนใหญ่ เกิดในครอบครัวที่มีฐานะ และมีสมบัติจากมรดกอีกไม่น้อย ซึ่งท่านนายกฯ ไม่ได้กล่าวถึง
ท่านทราบป่ะคนค่อนประเทศเขาสงสัยนี้ดเดียว
เอ่อ...อย่าให้รายจ่ายเกินรายได้เนี่ย...ทำไงอ่ะ?
เฮ้อ!...บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ลูกต้องเรียน เมียต้องเลี้ยง พ่อแม่ต้องดูแล...ฯลฯ...
เกิดมาสบาย เหมือนท่านนายกฯ ซะเมื่อไหร่!







