posttoday
ทำไงหว่า?

ทำไงหว่า?

24 สิงหาคม 2553

....สันทัด กรณี 

....สันทัด กรณี 

ยินดีต้อนรับ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้ร่วมชะตากรรม มนุษย์เงินเดือน

ครับ...มนุษย์เงินเดือนที่มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จะมีรายได้ก่อนหักภาษีต่อเดือนอยู่ที่ 121,900 บาท เป็นเงินเดือน 71,900 บาท + เงินประจำตำแหน่ง 50,000 บาท

เป็นรายได้สูงสุดของนักการเมือง

“ผมนี่มนุษย์เงินเดือน และครอบครัวผมก็มนุษย์เงินเดือน มันก็มีความง่ายอย่างหนึ่ง ก็คือว่ามันมีความแน่นอนของมันอยู่ว่า รายได้เราเท่าไหร่ มันสำคัญที่สุดคือว่า เมื่อเรารู้ว่ารายได้เราเท่าไหร่ ต้องอย่าให้รายจ่ายเรามันเกินรายได้ ก็จะไม่มีหนี้ และหนี้ที่มี ก็จะมีเฉพาะเรื่องผ่อนรถ”

เป็นคำตอบของ คุณอภิสิทธิ์ เมื่อถูกถามว่ามีหนี้ไหม และเมื่อถามว่า รายได้ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พอเลี้ยงครอบครัวอ๊ะเปล่า? คำตอบที่ได้ น่ารักมากครับ

“ถ้าบอกว่าพอ จะบอกว่าพอ ไม่พอ ก็คงไม่ใช่นะครับ คือผมจริงๆ แล้ว คุณพ่อคุณแม่ยังพอมีฐานะ มีรายได้อยู่ ครอบครัวก็มีฐานะอยู่ คือถ้าพูดตรงๆ มาทำงานการเมือง และหวังว่าจะรวยขึ้นอย่าหวังเลยและก็ไม่ควรถ้าคิดว่าเข้ามาทำงานการเมืองแล้วรวยขึ้น แต่ว่าเงินเดือนนายกฯ แสนกว่าๆ พอหักภาษีไป และผมอยู่พรรค ซึ่งหักผมอีกเดือนละ 20,000 อีก พูดตรงๆไม่น่าพอ”

ครับ...คำพูดของ คุณอภิสิทธิ์ ทำให้ฉุกคิดอะไรขึ้นมาหลายประการ

ประการแรก คำพูดนี้เป็นคำพูดที่แสดงให้เห็นความชาญฉลาดทางวาจา เพียงแค่ตอบสองคำถาม ก็ทำให้เห็นถึงความเป็นนักการเมืองมือสะอาด...เจ๋งอ่ะ!

ประการที่สอง คำพูดของ คุณอภิสิทธิ์ นักการเมืองที่อยู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีรายได้สูงสุด ยืนยันถึงความเป็นไปไม่ได้ ที่ใครคิดจะรวยด้วยการเล่นการเมือง...อย่าได้หวัง และไม่ควรเข้ามาแต่แรก!

ประการที่สาม คำพูดของ คุณอภิสิทธิ์ แสดงว่าไสยศาสตร์มีจริง เพราะคนไทยพบเห็นจนชินตาว่าประเทศไทยนั้น มีนักการเมืองจำนวนมาก ที่ไม่ได้มีมรดกตกทอด ไม่มีธุรกิจของตระกูลมาแต่กำเนิด ดำรงชีวิตด้วยอาชีพนักการเมืองแต่เพียงอย่างเดียว ทั้งยังต้องมีค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูข้าทาสบริวารอีกจำนวนมาก แต่กลับรวยขึ้นรวยไม่บันยะบันยัง สิ่งเกิดขึ้นไม่อาจหาคำตอบได้ทางวิทยาศาสตร์ ว่า ท่านเหล่านั้นมีวิธีการรวยโดยสุจริต จากอาชีพการเมืองมาอย่างไร...ใช่มะ!

ประการที่สี่ คำพูดของ คุณอภิสิทธิ์ ที่ระบุว่าตัวเองเป็นมนุษย์เงินเดือน ย่อมเป็นการยืนยันและรับรู้สถานะของตัวเอง คือ การเป็นลูกจ้าง โดยมีประชาชนเป็นนายจ้าง มีหน้าที่ทำงานเพื่อแลกกับค่าจ้างที่เรียกว่าเงินเดือน...

อย่าลืมกันนะครับทั่นนักการเมือง...ฮ่า ฮ่า ฮ่า

ครับ...คุณอภิสิทธิ์ เป็นคนมีวาสนา ดูวัตรปฏิบัติของท่าน อยู่ในกรอบอยู่ในศีลในธรรม ไม่เที่ยวเตร่สังสรรค์สมาคมเหมือนวัตรปฏิบัติของนักการเมืองส่วนใหญ่ เกิดในครอบครัวที่มีฐานะ และมีสมบัติจากมรดกอีกไม่น้อย ซึ่งท่านนายกฯ ไม่ได้กล่าวถึง

ท่านทราบป่ะคนค่อนประเทศเขาสงสัยนี้ดเดียว

เอ่อ...อย่าให้รายจ่ายเกินรายได้เนี่ย...ทำไงอ่ะ?

เฮ้อ!...บ้านต้องเช่า ข้าวต้องซื้อ ลูกต้องเรียน เมียต้องเลี้ยง พ่อแม่ต้องดูแล...ฯลฯ...

เกิดมาสบาย เหมือนท่านนายกฯ ซะเมื่อไหร่!

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน