posttoday
พรบ.หลักทรัพย์ใหม่ เพิ่มความชัดเจนทุกฝ่าย

พรบ.หลักทรัพย์ใหม่ เพิ่มความชัดเจนทุกฝ่าย

30 กันยายน 2559

โดย...สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

โดย...สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฉบับแก้ไขใหม่ที่ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และรอประกาศใช้หลังลงพระปรมาภิไธย ซึ่งในระหว่างนี้ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ระหว่างการเดินสายและเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรับฟังและทำความเข้าใจกับรายละเอียดวิธีการปฏิบัติเกี่ยวกับกฎหมายฉบับใหม่  เพื่อสร้างความชัดเจนและเข้าใจเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายที่จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และจะครอบคลุมกับผู้ปฏิบัติทั้งในส่วนของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์  ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน (บจ.) สื่อมวลชน และทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง หากไม่เข้าใจอาจจะสุ่มเสี่ยงที่จะทำผิดตามกฎหมายใหม่ ที่ให้ความสำคัญมากกับการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงข้อมูลที่นำมาใช้ต้องไม่ใช้ข้อมูลเท็จ และใครก็ตามที่ครอบครองข้อมูลแล้วนำไปใช้ในการสร้างราคาหุ้นเสี่ยงผิดกฎหมาย

ศักรินทร์ ร่วมรังษี ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวว่า ก.ล.ต.ยืนยันจุดยืนส่งเสริมการจัดทำบทวิเคราะห์ที่มีคุณภาพต่อผู้ลงทุน และย้ำว่า กฎหมายใหม่มิได้ปิดกั้นการจัดทำบทวิเคราะห์หรือการทำ Company Visit ของนักวิเคราะห์แต่อย่างใด และมาตรฐานของสมาคมนักวิเคราะห์ ในปัจจุบันได้กำหนดหลักปฏิบัติเรื่องการจัดทำบทวิเคราะห์ ซึ่งครอบคลุมการระมัดระวังเรื่องการใช้ข้อมูลภายในอยู่แล้ว และการพิจารณาว่าข้อมูลใดเป็นข้อมูลภายในก็เป็นตามหลักกฎหมายปัจจุบัน ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ รวมไปถึงมาตรฐานเรื่องหลักในการนำข้อมูลต่างๆ ไปใช้ในการวิเคราะห์หรือคาดการณ์ ก็มีรวมไว้ในหลักเกณฑ์ของสมาคมอยู่แล้วเช่นกัน

ทั้งนี้ กฎหมายใหม่กำหนดไว้เพื่อให้ชัดเจน เพราะต้องการคุ้มครองผู้ลงทุนจากการได้ข้อมูลเท็จหรือบิดเบือน ซึ่งจะมีผลต่อการตัดสินใจลงทุน กฎหมายฉบับที่ปรับปรุงใหม่ จึงมิใช่หลักการใหม่ และบริษัทหลักทรัพย์และนักวิเคราะห์ที่ยึดถือและปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพอยู่แล้วไม่ต้องวิตกกังวล

“จริงๆ ทุกเรื่องในกฎหมายที่จะประกาศใช้ เป็นเรื่องที่มีอยู่แล้วในกฎหมายฉบับเดิมทั้งในเรื่องของการกระทำที่ไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์  การแก้ไขคราวนี้จะทำให้ชัดเจนขึ้นและทำให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพมากขึ้น ย้ำว่าในการทำหน้าที่ เช่น ในการวิเคราะห์ไม่ให้นำข้อมูลเท็จมาใช้ แต่ให้ใช้ข้อมูลจริงข้อมูลที่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะแล้ว ส่วนเรื่องของการใช้ข้อมูลภายในหรืออินไซเดอร์เทรดดิ้ง) ก็จะชัดเจนขึ้นครอบคลุมการกระทำความผิดมากขึ้น โดยระบุว่าใครก็ตามที่ครอบครองข้อมูล มีการไปเผยแพร่บอกต่อ หรือเปิดเผยข้อมูลใดๆ ที่เป็นเท็จหรือทำให้สำคัญผิด มีผลต่อราคาหรือการตัดสินใจลงทุนถือว่าผิดกฎหมาย รวมถึงสื่อมวลชนด้วย จากเดิมที่จะกำหนดไว้ที่ผู้บริหาร กรรมการ ของบริษัทเท่านั้น“

สำหรับการปรับปรุงมาตรฐานของสมาคมให้มีความชัดเจนมากขึ้น ก.ล.ต.พร้อมให้ความร่วมมือเพื่อการปฏิบัติที่สอดคล้องตามมาตรฐานวิชาชีพและแนวทางของกฎหมายต่อไป ส่วนประเด็นการให้ข้อมูลของผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนต่อนักวิเคราะห์หรือผู้ลงทุน ก็เป็นไปตามหลักการเดิม กล่าวคือ ผู้บริหารควรระมัดระวังเรื่องการให้ข้อมูลภายใน เพราะข้อมูลที่มีนัยสำคัญต่อการตัดสินใจของผู้ลงทุน บริษัทจดทะเบียนควรทำผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดไว้อยู่แล้ว เพื่อให้ผู้ลงทุนทุกกลุ่มเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียมกัน

แต่หากเป็นข้อมูลภายในซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ บริษัทจดทะเบียนก็ควรต้องมีระบบในการดูแลรักษาข้อมูลนั้นให้จำกัดเฉพาะบุคคลที่จำเป็น ซึ่งเรื่องนี้ ก.ล.ต.ได้มีการเผยแพร่ “แนวปฏิบัติในการจัดการข้อมูลลับที่มีผลต่อราคาหลักทรัพย์” ให้แก่บริษัทจดทะเบียนต่างๆ ไว้อยู่แล้วก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี ก.ล.ต.ได้มีการหารือกับสมาคมบริษัทจดทะเบียน  ชมรมเลขานุการบริษัทไทยและชมรมนักลงทุนสัมพันธ์ เพื่อการสื่อสารอย่างต่อเนื่องกับบริษัทจดทะเบียนต่างๆ รวมถึงการจัดงานสัมมนาให้แก่กรรมการและผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ในวันที่ 17 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นการจัดร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และสมาคมบริษัทจดทะเบียน

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2559 ที่ผ่านมา  สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ได้จัดประชุมบริษัทสมาชิกและได้เชิญศักรินทร์ อธิบายถึง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฉบับแก้ไข หลังจากผู้ปฏิบัติมีความกังวล ถึงแนวทางและวิธีการปฏิบัติและเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ซึ่งในการอธิบาย มีการตั้งคำถาม-คำตอบ ว่าแบบไหนทำได้ และทาง  ก.ล.ต.ระบุว่า ก่อนที่กฎหมายจะประกาศใช้จริงทาง ก.ล.ต.จะออกคู่มือการปฏิบัติและจะกำหนดไว้ว่าอะไรทำได้ทำไม่ได้เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการ

นอกจากนี้ กฎหมายฉบับแก้ไขได้มีบทสันนิษฐานแนบท้ายไว้ เพื่อผลักภาระการพิสูจน์ เช่น ถ้าหากมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการใช้บัญชีร่วม การเปิดบัญชี ก็ให้สันนิษฐานได้ว่ามีส่วนร่วมในการสร้างราคาหลักทรัพย์ (ปั่นหุ้น) จากเดิมที่จะต้องพิสูจน์

สำหรับประเด็นที่ใหม่สุดของกฎหมายฉบับนี้คือ การนำมาตรการทางแพ่งมาใช้ในการดำเนินคดีที่จะไม่ต้องพิสูจน์จนสิ้นสงสัย และทั้งปรับและเรียกผลประโยชน์คืนซึ่งรวมๆ หากมีการทำผิดจะถูกปรับ 3 เท่าของผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น และยังห้ามเข้ามาซื้อขายและพักการเป็นผู้บริหารในบริษัทด้วย 10 ปี

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม