posttoday
บทสรุปร่างรธน.-คำถามพ่วง เปิดประตูสู่นายกฯคนนอก

บทสรุปร่างรธน.-คำถามพ่วง เปิดประตูสู่นายกฯคนนอก

30 กันยายน 2559

หลังจากรอกันอยู่นานสองนานในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

หลังจากรอกันอยู่นานสองนานในที่สุดศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) แก้ไขเพิ่มเติมคำถามพ่วงเข้าไปแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา

สาระสำคัญของคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมานั้นมีสาระสำคัญใน 2 ประเด็น

ประเด็นที่ 1 ศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นว่าการริเริ่มเพื่องดเว้นการใช้รัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรีจากบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในบัญชีของพรรคการเมือง ต้องมาจากสมาชิกรัฐสภา (สส.และ สว.) จำนวนเกินกึ่งหนึ่ง ไม่ใช่มาจาก สส.เกินกึ่งหนึ่งเพียงฝ่ายเดียว

ประเด็นที่ 2 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกนายกรัฐมนตรีจะสามารถเลือกนายกฯ จากคนในหรือนอกบัญชีพรรคการเมืองได้ตลอดระยะเวลา 5 ปีตามความมุ่งหมายของคำถามพ่วง จากเดิมที่ทำได้เฉพาะหลังจากการเลือกตั้งครั้งแรกตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เท่านั้น

จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีความเห็นให้ กรธ.แก้ไขในสองประเด็น ประกอบกับตัวร่างรัฐธรรมนูญของร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการทำประชามติ เท่ากับว่า สว.ไม่มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ และทำให้กระบวนการได้มาซึ่งนายกฯ มีลำดับขั้นตอน ดังนี้

พรรคการเมืองต้องเสนอรายชื่อบุคคลไม่เกิน 3 คนที่จะให้รัฐสภาลงมติเลือกนายกฯ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันรับสมัครเลือกตั้ง สส.ภายหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้น จะมีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเลือกประธานสภา ซึ่งประธานสภาจะเป็นประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง

เมื่อได้ตัวประธานรัฐสภาแล้ว ต่อไปจะเป็นขั้นตอนของการเปิดประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งนายกฯ

ขั้นตอนนี้ สส.จะเสนอบุคคลจากบัญชีของพรรคการเมือง ถ้ารัฐสภา (สส.และ สว.) มีมติมากกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 376 จากสมาชิกรัฐสภาทั้งหมด 750 คน เลือกใครเป็นนายกฯ จะต้องมีการนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ต่อไป

แต่หากเกิดกรณีการเลือกนายกฯ รอบแรกไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากรัฐสภามีเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง จะเป็นผลให้ต้องมีการเลือกนายกฯ อีกครั้ง

การเลือกนายกฯ ในครั้งที่สอง ร่างรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้สมาชิกรัฐสภาสามารถเข้าชื่อให้ได้ 376 คน และยื่นต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภามีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 หรือ 501 คนจาก 750 คน ยกเว้นการใช้รัฐธรรมนูญเพื่อให้รัฐสภาเลือกนายกฯ จากบุคคลที่อยู่นอกบัญชีพรรคการเมืองก็ได้ จากนั้นรัฐสภาจะประชุมอีกครั้งเพื่อเลือกนายกฯ โดยเสียงที่จะชี้ขาดว่าบุคคลใดจะได้เป็นนายกฯ คือ เกินกึ่งหนึ่งของรัฐสภา หรือ 376 คน จากสมาชิกรัฐสภา 750 คน

ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ออกมา แม้จะมีความเห็นให้ กรธ.กลับไปแก้ไข ซึ่งดูเหมือนว่า กรธ.จะเสียหน้า แต่ถ้ามองในมิติทางการเมืองแล้ว ถือว่าสร้างความผิดหวังให้กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) อยู่ไม่น้อย

ต้องไม่ลืมว่า สนช.และ สปท.ต่างแสดงจุดยืนว่าต้องการให้ สว.มีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ ได้ แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้พูดถึงประเด็นนี้ เท่ากับว่า สส.เท่านั้นที่มีหน้าที่เสนอชื่อนายกฯ

อย่างไรก็ตาม มองลึกลงไปในกระบวนการเลือกนายกฯ ปฏิเสธไม่ได้ว่าโอกาสที่จะมีนายกฯ คนนอกหรือคนในมีเท่าๆ กัน แต่ถ้าจะฟันธงนายกฯ จะมาจากคนในบัญชีพรรคการเมืองหรือไม่นั้นต้องยอมรับมีโอกาสเป็นไปได้น้อยพอสมควร

ปัจจัยสำคัญ คือ ระบบการเลือกตั้ง สส.แบบใหม่ไม่เอื้อให้มีพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้เสียงข้างมากในสภาแบบเด็ดขาด

แม้ฝ่าย สส.จะเป็นต่อฝ่าย สว.ผ่านการมีสิทธิเสนอชื่อนายกฯ แต่เมื่อการเลือกนายกฯ ในขั้นตอนสุดท้ายยังกำหนดให้ชี้ขาดด้วยเสียงเกินกึ่งของที่ประชุมรัฐสภา หรือ 376 เสียง จากทั้งหมด 500 คน ย่อมเป็นการบีบให้ สส.ต้องไปพึ่งพาเสียงของ สว.บางส่วนในการเลือกนายกฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โอกาสเดียวที่จะให้ สว.ไม่มีอำนาจต่อรองกับ สส.ในเรื่องการเลือกนายกฯ เลยอยู่ที่ความสามารถของฝ่าย สส.ที่ต้องรวบรวมเสียงของตัวเองให้ได้มากที่สุด อย่างน้อย 376 คนเพื่อให้การเลือกนายกฯ ต้องจบตั้งแต่รอบแรก เพื่อไม่ต้องง้อเสียง สว.

แต่มีคำถามว่า สส.จะรวบรวมเสียงได้ถึงขนาดนั้นหรือไม่

ย้อนกลับไปดูตัวเลขการตั้งรัฐบาลครั้งล่าสุดหลังจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2554 พบว่า ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เสียงสนับสนุนจากสภา 296 คะแนน

ดังนั้น ด้วยปัจจัยหลายประการไม่ว่าจะเป็นระบบการเลือกตั้ง สส.ที่เปลี่ยนไปและสถานการณ์ทางการเมืองที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยังไม่อาจละทิ้งอำนาจได้ 100% จึงไม่ต่างอะไรกับการบีบให้การเลือกนายกฯ ในอนาคตต้องมาจากความยินยอมพร้อมใจของทั้ง สส.และ สว.

เว้นเสียแต่สองพรรคการเมืองใหญ่ “เพื่อไทย-ประชาธิปัตย์” จะจับมือเป็นรัฐบาลร่วมกันเพื่อให้การเมืองเป็นเขตปลอดทหาร แต่ถามว่าขมิ้นกับปูนจะยอมผสมกันเพื่อเป็นเนื้อเดียวกันอย่างนั้นเหรือ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69