
คาเรน ดาวิลา สตรีผู้สร้างวาระแห่งชาติ
ในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย สื่อโทรทัศน์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถเข้าถึงประชาชนในวงกว้างได้ โดยคาเรน ดาวิลา เปรียบเสมือน นาจวา ชิฮับ ผู้มีอิทธิพลในแวดวงโทรทัศน์ฟิลิปปินส์ เช่นเดียวกับที่ นาจวา ชิฮับ คือ คาเรน ดาวิลา แห่งวงการทีวีอินโดนีเซีย
ในประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย สื่อโทรทัศน์มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสามารถเข้าถึงประชาชนในวงกว้างได้ โดยคาเรน ดาวิลา เปรียบเสมือน นาจวา ชิฮับ ผู้มีอิทธิพลในแวดวงโทรทัศน์ฟิลิปปินส์ เช่นเดียวกับที่ นาจวา ชิฮับ คือ คาเรน ดาวิลา แห่งวงการทีวีอินโดนีเซีย
แล้วทำไมผู้หญิงสองคนนี้ถึงขึ้นมาอยู่ที่จุดสูงสุดในแวดวงโทรทัศน์ของสองประเทศประชาธิปไตยขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศหนึ่งเป็นประเทศมุสลิม ขณะที่อีกประเทศประกอบด้วยชาวคริสเตียนมากที่สุด
แน่นอนว่า เสน่ห์ ความสามารถ และความเฉลียวฉลาด ช่วยให้เธอทั้งสองมายืนที่จุดสูงสุดดังกล่าวเช่นกัน
เมื่อไม่นานนี้ ผมมีโอกาสสัมภาษณ์ดาวิลาที่กรุงมะนิลา แล้วก็ได้ตกตะลึงกับตารางงานที่แน่นขนัด และความสามารถหลากหลายด้านของเธอ
วันทำงานของดาวิลาเริ่มต้นด้วยการทำรายการสถานการณ์ประจำวัน ที่มีชื่อว่า "เฮดสตาร์ท" เวลา 8.00 น. ในย่านร็อกเวลล์ และเมื่อถึงเวลา 16.30 น. เธอมุ่งหน้าไปยังสำนักงานใหญ่ของบริษัทที่เมืองเกซอน เพื่อทำหน้าที่พิธิกรรายการวิทยุที่ขื่อ ทากาล็อก ต่อด้วยรายการข่าว บันดิลา ในเวลา 22.30 น.
ดาวิลามีผู้ติดตามทวิตเตอร์มากกว่า 2.4 ล้านคน และผู้ติดตามอินสตาแกรมราว 3.61 แสนคน ยอดผู้ติดตามโซเชียลมีเดียของเธอสูสีกับ นาจวา แห่งอินโดนีเซีย แม้ว่าคาเรนจะมาจากประเทศที่มีประชากรน้อยกว่าเกือบครึ่งหนึ่งก็ตาม
อันที่จริงแล้ว รายการเฮดสตาร์ท กลายเป็นรายการหนึ่งที่คณะบริหารของประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต พยายามเข้าไปควบคุม หลังการวิพากษ์วิจารณ์ดูเตอร์เตในรายการ และการได้ไปที่เฮดสตาร์ทด้วยตัวเอง ทำให้ผมสามารถเข้าใจสถานการณ์ดังกล่าวได้
รายการดังกล่าวสามารถจุดประเด็นทางการเมืองขึ้นมา โดยอาศัยจำนวนผู้ชมที่ครอบคลุมศูนย์กลางอำนาจหลายแห่งในฟิลิปปินส์ ตั้งแต่ทำเนียบประธานาธิบดี วุฒิสภา และสภาคองเกรส ไปจนถึงห้องส่งของสถานีคู่แข่ง โดยการสัมภาษณ์ยาวนานกว่า 45 นาที อาจทำให้ผู้ที่ไม่ได้เตรียมตัวมาเป็นอย่างดีเสียหลักได้
ทั้งนี้ ประเด็นในรายการเฮดสตาร์ทมีความหลากหลายมาก ไม่ว่าจะตั้งแต่ประเด็นเหตุพิพาททะเลจีนใต้ (ซึ่งรายการใช้ชื่อว่า "ทะเลฟิลิปปินส์ตะวันตก") การทำสงครามกับยาเสพติด และการทำธุรกิจเพื่อสังคม
ดาวิลาบอกกับผมว่า "ฉันทำงานหนักมาก เพราะคุณไม่สามารถมาด้นสดในรายการแบบเฮดสตาร์ทได้ คุณต้องทำการบ้านมา คุณต้องเตรียมตัว เตรียมเนื้อหามา และฉันนอนท่ามกลางเอกสารและกองกระดาษทุกคืน แต่คุณก็ต้องหาจุดสมดุล ฉันมีสามีและลูกชายที่กำลังโต 2 คน ฉันต้องช่วยพวกเขาทำการบ้าน และเราต้องไปข้างนอกกันด้วย ทุกอย่างต้องมีการวางแผนไว้"
อย่างไรก็ดี ทุกคนไม่ได้ชื่นชอบผู้หญิงที่ออกมาแสดงความเห็นต่างๆ ในสื่อ โดยก่อนหน้านี้ ดาวิลาวิจารณ์ดูเตอร์เตเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่ลูกชายของดูเตอร์เตเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ขณะที่ดูเตอร์เตปฏิเสธประเด็นดังกล่าวอย่างหนักแน่น นอกจากนั้น ดาวิลาก็ต้องเผชิญกับข้อความแสดงความเกลียดชังบนสื่อสังคมออนไลน์จากการวิพากษ์วิจารณ์ของเธอ จนดูเตอร์เตต้องออกแถลงการณ์ให้ทุกคนหยุดโจมตีดาวิลา
ด้าน ดาวิลา มองสถานการณ์นี้ด้วยมุมมองที่ตรงไปตรงมาว่า "ดูเตอร์เตเป็นคนที่มีเอกลักษณ์และอยู่นอกกรอบ สื่อมวลชนแบบเราต้องเป็นฝ่ายปรับตัว การรายงานข่าวสั้นๆ ใช้ไม่ได้อีกต่อไป เราต้องทำให้ผู้คนเข้าใจว่าการวิจารณ์ไม่ใช่สงครามชนชั้น และไม่มีการแบ่งแยกทางการเมือง อย่างไรก็ดี การหารือประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความชอบธรรมเป็นสิ่งจำเป็นในการพัฒนาประเทศ"
หากตัดประเด็นการถกเถียงต่างๆ ออกไป ถือเป็นเรื่องใหม่ที่ได้เห็นนักข่าวสาวแบบดาวิลาออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับผู้มีอำนาจภายในประเทศ
ความท้าทายในการที่ผู้หญิงจะประสบความสำเร็จจากการลุกขึ้นมาแสดงความเห็นยิ่งมีมากขึ้น เมื่อพิจารณาอุปสรรคต่างๆ ที่ผู้หญิงต้องเผชิญ เช่น การเหยียดเพศ การเลือกปฏิบัติ และการไม่ให้ความสำคัญกับเสียงของผู้หญิง
รูปแบบหนึ่งที่กำลังปรากฎขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือ ประเทศประชาธิปไตยที่แท้จริง ให้ความสำคัญและผลักดันให้ผู้หญิงขึ้นมามีบทบาทเบื้องหน้า ซึ่งได้แต่หวังว่า การกระทำเช่นนี้จะกลายเป็นบรรทัดฐานมากกว่าจะเป็นข้อยกเว้น







