posttoday
เกษตรยุคใหม่

เกษตรยุคใหม่

29 กันยายน 2559

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2559 ได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม พ.ศ. ...ตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 2559 ได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาระบบเกษตรพันธสัญญาที่เป็นธรรม พ.ศ. ...ตามที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเสนอ

สาระสำคัญของร่างกฎหมายฉบับนี้ ต้องการปฏิรูปการทำเกษตรพันธสัญญา หรือคอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง (Contract Farming) ซึ่งเป็นระบบที่มีการทำสัญญาซื้อขายผลผลิตล่วงหน้าระหว่างฝ่ายเกษตรกร หรือเจ้าของฟาร์มกับคู่สัญญา ที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทเอกชนที่สัญญาว่าจะซื้อผลผลิตคืนจากอีกฝ่ายในราคาที่ตกลงกันตั้งแต่ต้น เรียกว่า “ราคาประกัน” ซึ่งที่ผ่านมามักจะไม่เป็นตามสัญญาที่ระบุไว้ตั้งแต่ต้น และเกษตรกรมักจะเสียเปรียบ

ร่างกฎหมายฉบับใหม่นี้ จะให้มีหน่วยงานกลางมาดูแลการทำสัญญาระหว่างบริษัทเอกชนรายใหญ่ รายกลาง กับเกษตรกรให้เป็นธรรม มีขั้นตอนการดำเนินงานอย่างเป็นกิจจะลักษณะ เช่น ผู้ประกอบการที่จะทำธุรกิจในระบบเกษตรพันธสัญญา ต้องจดแจ้งต่อสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องจัดทำเอกสารชี้ชวนให้เกษตรกรรับทราบล่วงหน้า และต้องยื่นเอกสารดังกล่าวให้สำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ตรวจสอบ

ที่สำคัญ กำหนดให้ข้อตกลงหรือเงื่อนไขในสัญญาในระบบเกษตรพันธสัญญาอันเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมตามที่กำหนด ไม่มีผลใช้บังคับ กำหนดให้คู่สัญญาทั้งสองฝ่ายต้องเข้าสู่กระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทก่อน จึงจะมีสิทธินำข้อพิพาทเข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ หรือนำคดีไปสู่ศาล รวมทั้งกำหนดโทษปรับสำหรับผู้ประกอบการที่ไม่จดแจ้งทำเกษตรพันธสัญญา เป็นต้น

แน่นอนว่าร่างกฎหมายฉบับนี้ทั้งเกษตรและเอกชนต่างสนับสนุน หากว่าจะทำให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นจริงระหว่างเกษตรกรและธุรกิจเอกชนที่ต้องการทำ “คอนแทรกต์ฟาร์มมิ่ง” รวมทั้งมีกระบวนการ ขั้นตอนในการดำเนินการให้เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการธุรกิจ และเกษตรกร โดยที่มีคนกลาง คือ หน่วยงานภาครัฐ เข้ามาดูแลให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น

แต่ใครจะสามารถฟันธงไปได้ว่าความเป็นธรรมนั้นเป็นธรรมจริงหรือไม่ เป็นธรรมกับใคร เกษตรกร หรือผู้ประกอบการ เกษตรกรส่วนหนึ่งจึงให้ความเห็นว่า “สัญญาใจ” นั้นจะเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าสิ่งที่จะกำหนดไว้ในกระดาษ เพราะมีกรณีตัวอย่างให้เห็นแล้ว การมีกฎหมายบังคับใช้ ก็ไม่สามารถบังคับได้จริง เพราะมีความพยายามที่จะหลีกเลี่ยงกฎหมายอยู่ตลอดเวลา

ดังนั้น นอกจากการมีกฎหมายขึ้นมารองรับการทำเกษตรพันธสัญญาให้เป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการกับเกษตรกร ต้องมีความตั้งใจจริงที่จะดำเนินการตามพันธสัญญานั้น โดยผู้ประกอบการจะต้องกำหนดราคาที่เป็นธรรมต่อเกษตรกร จากการคาดการณ์ราคาตามกลไกตลาด อ้างอิงกับราคาในตลาดโลก ขณะที่เกษตรกรต้องมุ่งมั่นสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ เพื่อก้าวสู่วิถีการปฏิรูประบบการทำเกษตรสมัยใหม่ เพื่อยกระดับรายได้เกษตรกรอย่างแท้จริง

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี