
รณรงค์ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ AAA สู่ท้องถิ่น
โดย...โกวิทย์ พวงงาม
โดย...โกวิทย์ พวงงาม
ยุทธศาสตร์ AAA มาจาก Accessibility for All Act หมายถึง การจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นสิทธิของบุคคลที่ทุกคนจะเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้อย่างเสมอภาค ทั้งการเคลื่อนไหว การเดินทาง (Freedom of movement) และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมไปถึงการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่สะท้อนให้เห็นถึงความเสมอภาค ความเท่าเทียม และความมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
ส่วนคำที่ใช้ว่า ทุกคน (for all) หมายถึง คนทุกคนหรือเพื่อคนทั้งมวล นับตั้งแต่เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนคนทุกเพศทุกวัย ที่เป็นการเริ่มต้นของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ AAA ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องคนพิการและผู้สูงอายุ เพื่อเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้จากการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ควรจะคำนึงถึงสวัสดิการที่เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก นับตั้งแต่การเดินทาง ยานพาหนะ ระบบขนส่งสาธารณะ อาคารสถานที่ ความปลอดภัย และรวมไปถึงเทคโนโลยี เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การจะขับเคลื่อนให้เกิดการเข้าถึง Accessibility เพื่อคนทั้งมวลนั้น เห็นว่าเป็นหลักสากลที่จะต้องตระหนักในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์ เป็นอารยสถาปัตย์ที่สอดคล้องกับความต้องการ ความจำเป็นของแต่ละคน เพื่อให้มีความสะดวก ปลอดภัย ทั่วถึง เป็นธรรม เท่าเทียม และทันสมัยเป็นปัจจุบันเสมอ
ผมต้องขอขอบคุณคณะอนุกรรมาธิการกิจการคนพิการ ในคณะกรรมาธิการสังคม กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาส ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่ได้จัดสัมมนาระดับชาติเรื่อง “เดินหน้ายุทธศาสตร์ AAA สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 19 ก.ย. 2559 ที่ผ่านมา เพื่อทำให้ผมเห็นความสำคัญและความตระหนักของการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะเพื่อคนทั้งมวล แม้จุดเริ่มต้นจะให้น้ำหนักไปที่คนพิการ ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาสก็ตาม ผมในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้เข้ามาร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วยนั้น ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะนำไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ AAA สู่องค์กรท้องถิ่น
ผมขอชื่นชม คุณมณเฑียร บุญตัน รองประธานคณะกรรมาธิการสังคมฯ คนที่ 1 ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนหนึ่งในการร่วมจัดสัมมนาที่น่าสนใจในครั้งนี้ ทั้งๆ ที่คุณมณเฑียรเป็นผู้พิการทางสายตาแต่ก็มุ่งมั่นและตั้งใจอย่างดียิ่ง นับตั้งแต่การเชิญ ดร.พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่ได้ช่วยปาฐกถาสร้างความเข้าใจ เดินหน้าประเทศไทย ยุทธศาสตร์ AAA สู่การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังตามด้วยการจัดให้มีการอภิปรายภายใต้หัวข้อเรื่องเดินหน้ายุทธศาสตร์ AAA สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน โดยผู้ร่วมอภิปรายมีทั้ง ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ให้ภาพความตระหนักด้านระบบคมนาคม ดร.ทวีศักดิ์ กออนันตกูล ที่ปรึกษาอาวุโสผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ให้ภาพด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย ให้ภาพการจัดสิ่งอำนวยความสะดวกด้านผู้สูงอายุ มณเฑียร บุญตัน ชี้ให้เห็นความสำคัญของความจำเป็นที่จะรณรงค์ให้มีกฎหมายว่าด้วยการจัดสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ และศักดิ์ชัย ยวงตระกูล อดีตอุปนายกสภาสถาปนิกคนที่ 1 ได้ให้ภาพด้านการจัดสภาพอาคารสถานที่เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ และได้กล่าวถึงพระราชบัญญัติการควบคุมอาคารของประเทศไทยที่มีทั้งจุดแข็งและจุดอ่อนในเชิงปฏิบัติ โดยมีกฤษนะ ละไล ประธานมูลนิธิอารยสถาปัตย์เพื่อคนทั้งมวล หรือรู้จักในนามของนักสื่อสารมวลชนและนักจัดรายการที่โดดเด่นคนหนึ่ง
ผมประทับใจกรณีตัวอย่างของผู้ร่วมอภิปราย ที่สะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำ ความไม่เท่าเทียมของสังคมไทยกับคนบางกลุ่ม บางประเภท และกระตุ้นให้คนในสังคมตระหนักถึงการรณรงค์ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ AAA สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน และ ศ.ดร.สุชัชวีร์ ได้ยกตัวอย่างให้เห็นภาพถึงกรณีที่อาจารย์ได้พาคุณแม่ด้วยวัย 84 ปี ซึ่งถือว่าเป็นวัยผู้สูงอายุเพื่อไปเที่ยวที่ประเทศอิตาลีในหลายเมือง
และชี้ให้เห็นว่าทุกเมืองได้จัดสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคุณแม่ของอาจารย์ที่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้สำหรับผู้สูงอายุ ทั้งในแง่ของการเข้าชมอาคารสถานที่และการเดินทาง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่อย้อนนึกถึงประเทศไทย ว่ากลุ่มผู้สูงอายุของประเทศจะสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นอาคารสถานที่ ทางเดิน ทางลาด และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ได้อย่างไร ที่สังคมไทยจะต้องเตรียมการรองรับกับสังคมผู้สูงอายุ
ผมเคยมีโอกาสไปประเทศออสเตรีย ได้เห็นการออกแบบถนนที่จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกกับคนทุกเพศทุกวัย เป็นต้นว่า การสร้างถนนที่ต้องมีทางเดินเท้า มีทางคนพิการ มีทางจักรยาน เป็นต้น ซึ่งในเวทีก็ได้มีการกระแทกถึงสังคมไทยที่ “ทางเดินเท้าที่เป็นสิทธิของทุกคนกลายเป็นแหล่งค้าขายสิ่งของต่างๆ”
นอกจากนี้ แม้แต่การออกแบบรถเมล์และรถโดยสารสำหรับผู้คนที่ควรจะได้รับบริการและเข้าถึง หลายประเทศก็ยังออกแบบให้มีความคล่องตัว เป็นต้นว่า การจอดรถเมล์และบันไดทางขึ้นรถเมล์ที่เป็นแนวระนาบเดียวกัน และก่อให้เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกต่อกลุ่มคนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส เป็นต้น
ผมจึงมีข้อเสนอว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องรณรงค์ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ AAA ให้ทุกภาคส่วนมาร่วมกันขับเคลื่อนให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และเห็นว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะมีความเป็นไปได้ที่จะนำมาขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ AAA ให้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีความเป็นรูปธรรมได้ดีกว่าภาคส่วนอื่นๆ เพราะ อปท.สามารถจัดการตนเองร่วมกับภาคส่วนอื่นๆ ได้ในการจัดสิ่งอำนวยความสะดวก จัดสภาพแวดล้อมสาธารณะที่ให้คนทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงได้







