posttoday
กองทุนชาวนา

กองทุนชาวนา

23 สิงหาคม 2553

เมื่อเร็วๆ นี้มีนโยบายสำคัญที่มีผลกระทบต่อปากท้องของคนส่วนใหญ่ในประเทศ คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เห็นชอบในหลักการให้มีการจัดตั้ง “กองทุนสวัสดิการชาวนา” โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปยกร่างกฎหมายการจัดตั้งกองทุนดังกล่าว

กฎหมายนี้รัฐบาลตั้งใจจะออกเป็นพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โดยหลักการในการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชาวนา ชาวนาจะจ่ายเงินประมาณ 3% จากการขายข้าวในแต่ละปีเข้าสมทบในกองทุน และรัฐบาลจะออกเงินสมทบให้อีกส่วนหนึ่ง อาจจะเป็น 12 เท่า ซึ่งการจัดตั้งกองทุนดังกล่าวจะใช้ระบบสมัครใจของชาวนาเอง ไม่มีการบังคับ

เงื่อนไขเบื้องต้นรับชาวนาตั้งแต่อายุ 20 ปี มีที่นาไม่เกิน 15 ไร่ นายกสมาคมชาวนาไทย ระบุว่า อยากให้ครอบคลุมชาวนาที่เช่าทำนา 1530 ไร่ กว่า 70% ด้วย โดยเผยว่ารัฐต้องใช้เงินสมทบขั้นต่ำปีละ 5,000 ล้าน1.6 หมื่นล้านบาท

เมื่อชาวนามีอายุครบ 65 ปี จะได้เป็นเงินบำเหน็จ คือ จะได้เงินเป็นก้อนครั้งเดียว หรือถ้าเลือกรับเงินบำนาญจะได้ทุกๆ เดือนต่อเนื่องเป็นเวลา 10 ปี หรือ 20 ปี แล้วแต่เลือก นอกจากนี้กรณีที่ชาวนาที่ร่วมโครงการเกิดทุพพลภาพก็จะได้รับเงินชดเชยให้ ส่วนสวัสดิการการรักษาพยาบาลนั้นให้ใช้สิทธิในโครงการรักษาฟรี

ดูเผินๆ เหมือนโครงการนี้จะดี เพราะจะทำให้ชาวนามีหลักประกันในอนาคต ซึ่งถือเป็นการออมระยะยาว และทำในลักษณะเดียวกับกองทุนประกันสังคมเลย แต่เรื่องนี้เวลาปฏิบัติไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะจะให้ชาวนาจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุน 3% ของเงินที่ขายข้าวได้ ขณะนี้ชาวนาเองยังไม่มีปัญญาชำระหนี้กองทุนฟื้นฟูเกษตรกร รัฐบาลต้องออกมติ ครม.มาล้างหนี้ให้เป็นระยะ และเพิ่มทุนให้กับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อแก้ขาดทุนจากการปล่อยกู้ให้เกษตรกร

นอกจากนี้ รัฐบาลได้เตรียมงบประมาณไว้เพื่อการนี้หรือไม่ เพราะจำนวนชาวนาจะมีไม่แน่นอน เพราะการทำนาก็ทำตามฤดูกาล และต้องดูฝนฟ้าธรรมชาติเป็นหลักด้วย หากปีไหนการทำนาไม่ได้ผล ชาวนาจะนำเงินที่ไหนมาสมทบเข้ากองทุน

การบริหารกองทุนจะต้องบริหารโดยมืออาชีพ และมีตัวแทนชาวนาเข้าไปร่วมเป็นกรรมการด้วย แต่จะมีความรู้และเข้าใจในเรื่องการเงินและการบริหารเงินให้งอกเงยมีผลตอบแทนมาจ่ายคืนชาวนาที่สมทบเงินเข้ากองทุนหรือไม่

เรื่องนี้ถูกต้องแล้วที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะทำประชาพิจารณ์ การกำหนดเงื่อนไขของกองทุนจะต้องชัดเจนว่าอะไรเบิกได้ อะไรเบิกไม่ได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะต้องสมัครใจทั้ง

ในเดือนก.ย.ต.ค.นี้จะเป็นช่วงเวลาทำประชาพิจารณ์ รับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพรบ.กองทุนสวัสดิการชาวนา หลังจากนั้นจะจัดทำร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จ คาดว่าจะเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ในเดือนพ.ย.ธ.ค. และในปีหน้าก็จะเข้าสู่สภา โดยยืนยันว่าเงื่อนไขเบื้องต้นต้องการเข้าถึงกลุ่มชาวนาจากรายย่อยก่อนจึงจำกัดจำนวนไร่ไว้ที่ 15 ไร่ การตั้งกองทุนนี้จะดูความสมเหตุสมผลทั้งแรงจูงใจในการเข้าร่วมกองทุน และงบประมาณที่รัฐจะต้องใช้ เพราะถ้าไม่สามารถจูงใจให้มีผู้เข้าร่วมกองทุนก็จะต้องล้มไปเอง ส่วนผู้ที่เป็นห่วงเรื่องการจ่ายเงินสมทบ เมื่อเข้าร่วมโครงการแม้จะมีการหยุดจ่ายเงินสมทบในภายหลัง หรือไม่สามารถจ่ายได้ทุกปีก็ไม่ต้องเป็นห่วง จะได้เงินสมทบที่ส่งไปรวมถึงผลตอบแทนคืนแน่นอน

ส่วนการบริหารจัดการกองทุนจะมีการตั้งคณะกรรมการกองทุนสวัสดิการชาวนา มีตัวแทนจากภาครัฐ 7 คน ตัวแทนจากชาวนา 4 คน และผู้ทรงคุณวุฒิ 4 คน ซึ่งจะมีการออกกฎกระทรวงในการคัดเลือกคณะกรรมการอีกครั้ง ส่วนนโยบายการลงทุนก็คงไม่ให้เสี่ยงมากและได้ผลตอบแทนพอสมควร

นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่าปัจจุบัน 53%ของภาคเกษตรเป็นชาวนา มีจำนวน 3.7 ล้านครอบครัว หรือประมาณ 20 ล้านคน การมีกฎหมายฉบับนี้จะช่วยเป็นหลักประกันให้ชาวนา แต่ตนอยากเสนอให้ปรับบางเงื่อนไขเช่น การกำหนดอายุที่หยุดส่งเงินสมทบ 65 ปี อยากให้ลดลงมาเหลือ 60 ปี นอกจากนี้ ชาวนาที่เช่าที่ทำนาขนาด 1530 ไร่ มีมากถึง 70% จึงอยากให้เพิ่มเงื่อนไขขนาดพื้นที่ๆเข้าร่วมโครงการได้จากที่กำหนดไว้ 15 ไร่ขึ้นมาเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มชาวนาได้กว้างขึ้น นอกจากนี้เขากล่าวว่าในช่วงแรกคาดว่าน่าจะมีชาวนาเข้าร่วมกองทุนประมาณ 40% เพราะแรกๆก็อาจจะลังเล แต่ในปีถัดไปถ้ามีความมั่นใจและมีความเข้าใจมากขึ้นน่าจะเพิ่มเป็น 70% คิดว่าการทำประชาพิจารณ์น่าจะได้รับการตอบรับจากชาวนาอย่างดี อย่างไรก็ตามอยากให้ชาวนาคิดถึงสิ่งที่ตนต้องการอย่างมีเหตุมีผลต้องนึกถึงกฎหมาย นึกถึงงบประมาณของรัฐด้วย เบื้องต้นอยากให้รัฐกำหนดสิทธิประโยชน์หลักๆของกองทุนนี้ให้ชัดเจนและทำประชาพิจารณ์เฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผ่านกฎหมายนี้ออกมาให้ได้ก่อนหลังจากนั้นหากมีประเด็นแตกย่อยก็อาจจะออกบทเฉพาะกาลเพิ่มเติม หรือปรับแก้กฎหมายต่อไป

Manageronline ได้คำนวณขนาดของกองทุนนี้หากมีชาวนาเข้าร่วมกองทุนจำนวน 3 ล้านราย จ่ายเงินสมทบกองทุน 9002,700 บาทต่อรายต่อปี และรัฐส่งเงินสมทบกองทุนให้ 2 เท่า จะต้องใช้เงินงบประมาณสมทบกองทุนปีละ 5,40016,200 ล้านบาท และขนาดของกองทุนเป็น 8,10024,300 ล้านบาทในปีแรก และกองทุนมีขนาดเพิ่มขึ้นทุกๆปีจากการส่งเงินสมทบ และหากมีจำนวนชาวนาเข้าร่วมเพิ่มก็จะทวีคูณขึ้นไปอีกจบ

ชาวนาและรัฐบาล เพราะเงินที่รัฐจะต้องจ่ายสมทบตามนโยบายก็ไม่ใช่น้อย และจะเป็นภาระระยะยาวแก่งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งคือเงินภาษีของคนทั้งประเทศ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน