อนุรักษ์ หอไตร วัดพระนอน เพชรบุรี
กรมศิลปากร จัดซ่อมหอไตรสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่วัดพระนอน จ.เพชรบุรี ให้อยู่ใสภาพเดิม เพื่ออนุรักษ์
โดย...ส.สต
กรมศิลปากร จัดซ่อมหอไตรสมัยกรุงศรีอยุธยา ที่วัดพระนอน จ.เพชรบุรี ให้อยู่ใสภาพเดิม เพื่ออนุรักษ์ ให้เป็นแหล่งเรียนรู้คู่พระพุทธศาสนาสืบไป
ก่อนที่หอไตรจะมาตั้งอยู่ที่หน้ากุฏิเจ้าอาวาสนั้น เคยตั้งอยู่ ณ สถานที่หนึ่ง เป็นลักษณะหอไตรโบราณคือตั้งอยู่ในบริเวณที่มีน้ำล้อมรอบ แต่แปลกจากหอไตรอื่นๆ ที่มี 2 ชั้น ในขณะที่หอไตรทั่วไปมีชั้นเดียว ส่วนการย้ายจากที่ตั้งที่มีน้ำ มาที่ตั้งในปัจจุบันซึ่งอยู่บนบกนั้น ไม่มีบันทึก แต่ถึงกระนั้นก็เป็นภูมิปัญญาของสมภาร และชาวบ้านที่ได้อนุรักษ์ทุกอย่างให้เหมือนเดิม เว้นแต่ไม่ถูกปลูกในน้ำเท่านั้น ต่อมาก็มีความชำรุดทรุดโทรมอีก
สภาพที่เจ้าหน้าที่กรมศิลป์ พบและบรรยายไว้ว่า โดยรวมชำรุดทรุดโทรม รกรุงรังมาก โดยเครื่องลำยองมีการซ่อมเปลี่ยนวัสดุโดยการหล่อด้วยซีเมนต์ประดับกระจกสีติดตั้ง ปูนปั้นหัวนาคประดับชายสันตะเฆ่ แตก หัก หลังคาซ่อมเปลี่ยนกระเบื้อง มุงด้วยกาบกล้วยดินเผาเคลือบชนิดไม่แยกชิ้น และมีการต่อเติมหลังคากันสาดโดยรอบใต้พรึง หลังคารั่วเนื่องจากกระเบื้องแตกหัก ไม้โครงหลังคา เสา และพื้นไม้ผุ มีปลวกกัดกินเนื้อไม้ โดยเฉพาะไม้โครงหลังคาหัวไม้สึกกร่อนทุกตัว ฝาผนัง บานหน้าต่าง สีซีดจางไม้สึกกร่อน คันทวยหักหลุดหาย 3 ตัว กระจกหลุดออกลวดลายรดน้ำสกปรกบางส่วนลบเลือน ลวดลายไม้จำหลักหน้าบันสึกกร่อน กระจกประดับพื้นร่องลายกะเทาะหลุด ลวดลายดาวเพดานไม้แตกบางส่วนและกระจกหลุด ภายในสกปรกขาดการดูแลรักษา บันไดทางขึ้นหลุดหาย ปิดตายตัวเรือนชั้นบน และบริเวณโดยรอบถูกบุกรุกด้วยสิ่งก่อสร้างใหม่ เช่น ทางด้านทิศใต้ หลังคากันสาดกุฏิเกยทับแนวชายคาชั้นล่างหอไตร สภาพพื้นโดยรอบเทคอนกรีต สูงกว่าพื้นชั้นล่าง สร้างแผงเหล็กกั้นระหว่างเสาทุกต้นเพื่อใช้พื้นที่สำหรับการเก็บของ
ลักษณะสถาปัตยกรรม
หอไตร เป็นอาคารเครื่องไม้เรือนยกอยู่บนเสาที่ยกสูง 2 ชั้น ขนาดกว้าง 5.60 เมตร ยาว 6.80 เมตร หลังคาทรงจั่ว ตั้งบนเสาไม้ 16 ต้น ตั้งหันไปทางด้านทิศตะวันออก หลังคาลดชั้นซ้อนกัน 3 ตับ หลังคาชั้นบนคลุมตัวเรือนในหลังคาลดชั้นเป็นมีมุขประเจิดสองด้าน (ทิศตะวันออกและตะวันตก) หลังคาชั้นซ้อนตับบนและตับกลางคลุมตัวเรือน และหลังคากันสาดตับล่างคลุมพื้นที่ภายนอกตัวเรือน มีเต้าและคันทวยไม้จำหลักลวดลายประดับกระจกสีรับชายคาตับล่างโดยรอบ หลังคามุงด้วยกระเบื้อง เครื่องลำยอง (ช่อ ใบระกา หางหงส์) ประดับกระจกสี หน้าบันประดับไม้จำหลักทั้งสองด้าน โดยด้านหน้าบริเวณส่วนกลางเป็นภาพพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ส่วนด้านหลังเป็นภาพเทพพนมออกจากดอกบัว และมีลายเถาว์ก้านขดประดับ พื้นร่องลายประดับกระจกสี กระจัง และสาหร่ายรวงผึ้งประดับลวดลายไม้จำหลัก ลงรักปิดทองประดับกระจกสีเช่นเดียวกัน ฝาผนังไม้แบ่งเป็นสามห้องโดยห้องกลางเปิดโล่งยาวกว่าด้านข้าง และที่ด้านข้างเป็นช่องหน้าต่าง ภายในฝ้าเพดานไม้ตีชน ห้องประธานประดับด้วยดาวเพดานไม้จำหลักลงรักประดับกระจกสีจำนวน 9 ดวง เสาและขื่อคัด ไม้กลมประดับลายรดน้ำ พื้นไม้ตีชน
หอระฆัง
ส่วน หอระฆัง ตั้งอยู่ด้านหน้าหอไตร (ด้านทิศตะวันออก) เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ทรงเก๋งจีน ยกพื้นสูงประมาณ 1.00 เมตร บันไดทางขึ้นด้านทิศใต้ ขนาดอาคารกว้าง 3.55 เมตร ยาว 3.55 เมตร ลักษณะเปิดโล่งไม่มีผนัง
สภาพโดยทั่วๆ ไป ชำรุดทรุดโทรมมาก ไม้โครงหลังคาผุหมดสภาพ ก่ออิฐสภาพผุ ปูนฉาบแตกร้าว เสาและราวพนักด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือหักพังทลาย 1 ต้น พื้นภายในทรุด ราวพนักปูนแตกหัก กระเบื้องเคลือบปรุลายแบบจีน แตก หลุดหายบางช่วงไม่สามารถใช้สอยได้ กระเบื้องแตกหลุด พื้นลานโดยรอบดินทับถมจนฐานบัวจมหาย และบริเวณโดยรอบถูกบุกรุกด้วยสิ่งก่อสร้างใหม่ ด้านทิศเหนือเทลานคอนกรีตจนเกือบประชิดติดผนัง ด้านทิศใต้สร้างหอระฆัง ค.ส.ล.ใกล้ๆ กัน


