
เซตซีโร่
ผู้คนในสังคมได้พูดกันถึงเรื่องการให้พรรคการเมืองเริ่มต้นใหม่ หรือเซตซีโร่ (Set Zero) เหมือนเวลาเล่นเกม
โดย...เจษฏ์ โทณะวณิก
ผู้คนในสังคมได้พูดกันถึงเรื่องการให้พรรคการเมืองเริ่มต้นใหม่ หรือเซตซีโร่ (Set Zero) เหมือนเวลาเล่นเกม จะปล่อยให้คาราคาซังนั้นไม่มี เมื่อหมดเกมเก่าก็ต้องกลับไปที่ศูนย์แล้วเริ่มต้นใหม่
ถ้าลองพิจารณาดูข้อเสนอที่ว่าให้พรรคการเมืองเริ่มต้นใหม่ ก็ไม่ใช่จะไร้เหตุผลเสียทีเดียว แต่คงจะต้องตอบให้ได้ว่าประเทศชาติ และประชาชนได้อะไรหากจะมีการกำหนดให้พรรคการเมืองต้องมีการเริ่มต้นใหม่ ซึ่งคงจะต้องเริ่มจากการกำหนดไว้ในกฎหมาย หรืออาจจะเป็นคำสั่งตามมาตรา 44 รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557 ให้บรรดาพรรคการเมืองที่จดจัดตั้งตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2550 หรือที่ถือว่าเป็นพรรคการเมืองตามกฎหมายดังกล่าว ให้ถือว่าสิ้นผลไป แล้วให้มาจดจัดตั้งตามกฎหมายใหม่ ซึ่งก็คงจะเป็น พรป. พรรคการเมือง พ.ศ. 2559 หรือ 2560 เพื่อให้เริ่มต้นหาสมาชิกพรรคกันใหม่ เลือกกรรมการบริหารพรรคกันใหม่ เลือกหัวหน้าพรรคกันใหม่ คัดสรรตัวแทนเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง และจัดโครงสร้างต่างๆ กันใหม่ โดยคิดว่าจะเป็นการล้างเลือดใหม่ แล้วจะได้เลือดที่ดีกว่า ซึ่งจะจริงหรือไม่ ก็ไม่อาจจะทราบได้
เมื่อมีคนเสนอจะให้เริ่มต้นใหม่สำหรับพรรคการเมือง ก็มีคนเสนอเช่นกันว่า ถ้าจะให้เป็นธรรม ก็จะต้องเริ่มต้นใหม่สำหรับองค์กรอิสระทั้ง 5 องค์กร รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญด้วย เพราะว่าองค์กรเหล่านี้ รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญมีความเกี่ยวข้องกับการเมือง การเข้าดำรงตำแหน่งก็ผ่านลักษณะการสรรหามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการผ่านความเห็นชอบโดยวุฒิสภา ซึ่งก็มีความเกี่ยวโยงกันกับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีที่มาเริ่มต้นจากพรรคการเมือง เมื่อเริ่มต้นใหม่ ก็ควรที่จะเริ่มต้นใหม่เช่นเดียวกัน หากจะเริ่มต้นใหม่สำหรับองค์กรอิสระ และศาลรัฐธรรมนูญด้วยจะต้องตอบให้ได้ว่าประเทศชาติและประชาชนได้ประโยชน์อะไร
ส่วนของพรรคการเมืองนั้น การเริ่มต้นใหม่อาจจะไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่จริง ดูได้จากการยุบพรรคที่ผ่านๆ มาชื่อของพรรคอาจจะเปลี่ยนไปบ้าง กรรมการบริหารพรรค หัวหน้าพรรคเปลี่ยนคน แต่องค์ประกอบอื่นๆ เปลี่ยนไม่มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเป็นพรรคการเมืองแต่ละพรรค ซึ่งส่วนใหญ่ปัญหาก็มาจากด้านลบที่ไม่เปลี่ยน แต่ด้านบวกกลับเปลี่ยน ดังนั้น หากเริ่มต้นใหม่ แต่ได้แต่สิ่งเดิมๆ ก็คงจะเปล่าประโยชน์ ตราบเท่าที่อุดมการณ์ทางการเมืองไม่เกิดขึ้นจริง และประชาชนยังไม่สามารถพิจารณาเลือกให้ได้คนที่เหมาะสมมาทำหน้าที่ วงจรเดิมก็จะย้ำย่ำอยู่กับที่ไม่มีเปลี่ยน
ด้านขององค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ใช่ไม่มีปัญหา ได้ยินข่าวกันก็บ่อยเรื่องของการเป็นประธาน การทำงานร่วมกัน ปัญหาตัวบุคคล รวมถึงประเด็นอื่นๆ ซึ่งผู้คนก็บอกว่าเริ่มใหม่ก็ดีจะได้คนใหม่ๆ มาบ้าง แต่อาจจะเปิดทางในครั้งแรกให้คนเดิมสามารถที่จะสมัครได้ หากผ่านกระบวนการแล้วได้กลับมาก็ไม่ว่ากันก็คงจะไม่มีสูตรใดตายตัว คงต้องช่วยกันหาทางออกที่ดีให้กับประเทศชาติ และประชาชนต่อไป ลองช่วยกันคิดดูนะครับ







