posttoday
ชีวิตเรียน ชีวิตคู่ ชีวิตงานของลูกๆ

ชีวิตเรียน ชีวิตคู่ ชีวิตงานของลูกๆ

24 กันยายน 2559

ในช่วงเริ่มแรกของธุรกิจครอบครัว ผมและภรรยาทั้งสองช่วยกันทำธุรกิจ ส่วนลูกๆ ยังไม่ได้เข้ามาช่วยอะไร

โดย...ซิวซี แซ่ตั้ง

ในช่วงเริ่มแรกของธุรกิจครอบครัว ผมและภรรยาทั้งสองช่วยกันทำธุรกิจ ส่วนลูกๆ ยังไม่ได้เข้ามาช่วยอะไร กระทั่งเมื่อลูกๆ เริ่มโต อายุ 15-16 ปีขึ้นไป จึงได้เข้ามามีบทบาท ช่วยงานที่โรงงาน ลูกสาวคนโตทั้งสามคนก็ช่วยดูแลน้องๆ ด้วย ช่วยขับรถส่งของบ้าง เขียนบิลบ้าง จัดเตรียมอาหารเลี้ยงพนักงานทั้งสามมื้อ เรียกว่า ช่วยทั้งงานธุรกิจและงานภายในบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

แต่ที่ผมเน้นย้ำอยู่เสมอคือ ต้องเรียนหนังสือเป็นหลัก แม้ตอนที่ภวัฒน์เรียนอยู่ที่วิทยาลัยแล้วได้รับทุนไปดูงานที่อเมริกา ญี่ปุ่น และฮ่องกง นานเกือบครึ่งปี ผมและภรรยาสนับสนุนเต็มที่ แม้จะมีค่าใช้จ่ายไม่น้อย รวมทั้งภวัฒน์เองก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนหนึ่งของครอบครัว เมื่อมีโอกาสไปดูงานต่างประเทศ ผมดีใจมากบอกกับภวัฒน์ว่า “เรื่องงานไม่ต้องเป็นห่วง พ่อ แม่ และน้องๆ ช่วยกันดูแลได้ ลื้อไปศึกษางานให้เต็มที่เลย จะได้มาพัฒนาธุรกิจของเราต่อไป”

ผมโชคดีที่ลูกชายและลูกสาวทุกคนเป็นคนดี ขยันขันแข็ง ไม่เสียแรงที่ผมตั้งใจส่งเสียให้เรียนสูงๆ ตอนเรียนก็เรียนกันไป พอจบก็มาช่วยงานกันทุกคน ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้หนักใจและทุกคนมีความสามัคคีร่วมแรงร่วมใจกันขยายธุรกิจให้เติบใหญ่และมั่นคงจนถึงทุกวันนี้

หลังจากที่ภวัฒน์เรียนจบปริญญาตรีได้ 2-3 ปี เขาแต่งงานในปี 2519 ลูกสะใภ้คนแรกของผมเป็นคนญี่ปุ่น ชื่อ “คิมิเอะ เซคิยะ” ซึ่งมีชื่อเป็นไทยในภายหลังว่า “ปิยณี” ผมคุยกับลูกสะใภ้ไม่รู้เรื่อง ต้องเขียนภาษาจีนสื่อสารกันจึงจะเข้าใจ

ภวัฒน์ไปพบและรู้จักกับปิยณีเมื่อตอนที่เขาไปศึกษางานที่บริษัทไดมารูที่กรุงโตเกียว ปิยณีทำงานในแผนกนำเข้าส่งออกสินค้าของบริษัทไดมารู ปิยณีเคยทำงานในสำนักงานของบริษัทใหญ่ที่ญี่ปุ่น แต่พอมาอยู่เมืองไทยต้องมาทำงานในโรงงานเล็กๆ ที่คลองเตย ซึ่งแรกๆ งานสำนักงานมีน้อย แต่เธอก็ลงมาทำงานคลุกคลีกับคนงานในโรงงานได้เป็นอย่างดี

ปิยณีช่วยภวัฒน์ได้มากในเรื่องการนำเข้าวัตถุดิบ หรือสินค้าอื่นๆ จากต่างประเทศ และส่งสินค้าของโรงงานไปขายต่างประเทศ โดยยุคแรกเป็นการส่งออกก้อนขี้หมาหรือคอร์กเทป ไปยังตลาดต่างประเทศ

ผลพวงจากการทำธุรกิจสินค้าคอร์กเทป ทำให้เราก้าวสู่การคิดค้นสินค้าต่างๆ ในธุรกิจชิ้นส่วนเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะท่อและแผ่นฉนวนยางกันความร้อนที่ใช้หุ้มท่อแอร์ตามบ้าน โรงงานและอาคารต่างๆ เพื่อประหยัดพลังงาน ภวัฒน์ต้องใช้เวลาหลายปี ในการค้นคว้าทดลองต่างๆ การจัดหาวัตถุดิบ เครื่องจักรและอื่นๆ ก็ได้ลูกสะใภ้คนนี้ช่วยจัดการให้ รวมไปถึงการเข้าไปหาความรู้ในหลายๆ ประเทศ ได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญซึ่งหลายคนเป็นถึงระดับดอกเตอร์ที่ให้แง่คิด และเป็นคนจุดประกายภวัฒน์เริ่มต้นหาทางผลิตฉนวนยางกันความร้อน

ครั้งนั้นมีดอกเตอร์ทางยางสังเคราะห์ชาวอเมริกันพูดกับภวัฒน์ว่า “ไอขอแนะนำให้ยูใช้ยางสังเคราะห์ชนิดอีพีดีเอ็ม ซึ่งเป็นยางที่ใช้ทำขอบกระจกรถยนต์ เป็นยางสังเคราะห์หลักในการทำฉนวนยางกันความร้อนของยู”

“ทำไมล่ะครับ” ภวัฒน์ถามด้วยความสงสัย

“ก็เพราะประเทศยู เป็นประเทศร้อนชื้น ยางสังเคราะห์ชนิดนี้ทนความร้อน ทนความชื้น และทนรังสียูวีได้มาก ทนกว่ายางสังเคราะห์อื่นๆ ที่เขาใช้กันอยู่ และนี่เป็นสูตรเริ่มต้นที่ยูต้องไปพัฒนาต่อไป” ดอกเตอร์ตอบพร้อมกับให้เอกสารสูตรเริ่มต้นหลายสูตรเพื่อนำไปพัฒนาต่อ

ภวัฒน์ฟังแล้วเริ่มคิดค้น หาสารเคมีต่างๆ กว่าจะครบใช้เวลาเป็นปี จากนั้นก็เริ่มทดลอง ทดลองแล้วทดลองอีกนับร้อยๆ ครั้ง เครื่องจักรก็ปรับเปลี่ยนหลายต่อหลายรูปแบบ ใช้เวลาหลายปี แต่ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่น ในปี 2521 (ค.ศ. 1978) ภวัฒน์ก็คิดค้นได้สำเร็จ และภวัฒน์กับลูกสะใภ้ที่ชื่อปิยณีก็ตั้งชื่อฉนวนยางกันความร้อนที่ผลิตขึ้นนี้ว่า “ฉนวนยางแอร์โรเฟลกซ์” (Aeroflex)

ความสำเร็จไม่ใช่แค่มาจากการผลิตได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องผ่านด่านการขายให้วิศวกรใช้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องใช้เวลาอีกหลายปี จึงจะขายได้เป็นกอบเป็นกำ โชคดีที่ภวัฒน์ได้รับคำแนะนำต่างๆ จากอาจารย์และวิศวกรที่เก่งและเชี่ยวชาญหลายต่อหลายท่าน นอกจากให้คำแนะนำแล้ว ยังสนับสนุนและเอาใจช่วย

ผมต้องขอขอบคุณอาจารย์ วิศวกร และผู้สนับสนุนทุกท่านที่มีส่วนทำให้ทุกวันนี้ วันที่ฉนวนยางกันความร้อนแอร์โรเฟลกซ์ (Aeroflex) และแอร์โรเซล (Aerocel) เป็นสินค้าไทยที่ไปขายทั่วโลก และติดอันดับแนวหน้าของโลก ได้รับรางวัล ผู้ส่งออกสินค้าไทยดีเด่น (Prime Minister’s Export Award) ในด้านมีตราสินค้าของตนเอง (Own Brand) และส่งออกขายต่างประเทศยอดเยี่ยม

ไม่เพียงเท่านั้นภวัฒน์และลูกๆ ยังสร้างโรงงานในประเทศจีนและสหรัฐ ร่วมทุนกับอินเดีย และเยอรมนี อีกทั้งยังมีโรงงานขนาดเล็กภายใต้เทคนิคการผลิตที่ประเทศรัสเซีย และสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย ผมภูมิใจในตัวภวัฒน์เป็นอย่างมาก ที่เป็นคนเก่ง...

ไม่ใช่เก่งระดับประเทศ แต่เขาเก่งระดับโลกเลยทีเดียว

(อ่านต่อฉบับวันเสาร์หน้า)

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69