
ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานยังช้า
เว็บไซต์สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลไทยกว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.39 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ยังไม่มีความก้าวหน้ามากนัก โดยในขณะนี้รัฐบาลใช้งบประมาณไปไม่ถึง 1%
เว็บไซต์สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า การลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่ของรัฐบาลไทยกว่า 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.39 ล้านล้านบาท) เพื่อกระตุ้นการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ยังไม่มีความก้าวหน้ามากนัก โดยในขณะนี้รัฐบาลใช้งบประมาณไปไม่ถึง 1%
ทั้งนี้ รัฐบาลได้อนุมัติโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานขนาดใหญ่แล้ว 20 โครงการ ซึ่งตั้งเป้าเริ่มดำเนินการภายในปี 2022 โดยรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของไทยคาดการณ์ว่าโครงการดังกล่าวจะใช้งบประมาณ 1.41 ล้านล้านบาท อย่างไรก็ดี รัฐบาลใช้งบประมาณไปเพียง 0.8% คิดเป็น 1.13 หมื่นล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมด ณ วันที่ 19 ส.ค.
เกียรติพงศ์ อริยปรัชญา นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) แสดงความเห็นว่า มีความเสี่ยงที่ไทยจะไม่สามารถดำเนินการโครงการสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ทั้งหมดได้ โดยเวิลด์แบงก์ระบุว่า กระบวนการที่ไม่ชัดเจน การประเมินผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมและการอนุมัติที่ล่าช้า คือสาเหตุหลักที่ส่งผลให้ต้องเลื่อนการเริ่มโครงการออกไป
รอยเตอร์สรายงานว่า อันดับด้านโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานของไทย ในดัชนีความสามารถในการแข่งขันของเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่ม ร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 44 ในช่วงปี 2015-2016 จากอันดับที่ 38 ในปี 2006-2007
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งแรกของปี 2016 อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปรับตัวขึ้น เนื่องจากได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น แต่การส่งออกและการบริโภคภายในประเทศยังคงอ่อนแอ และการกระตุ้นการขยายตัวของข้อมูลเศรษฐกิจทั้งสองรายการ จำเป็นต้องพึ่งพาการลงทุนจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี รายงานระบุว่า การลงทุนภาคเอกชนของไทยปรับตัวลดลงในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีคลังมองว่า การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของไทยจะยังคงเป็นไปอย่างช้าๆ หากปราศจากการลงทุนภาคเอกชน
รายงานระบุว่า ตัวเลขการลงทุนที่ยังอยู่ในระดับต่ำมีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองของไทย แม้รัฐบาลทหารระบุว่าจะจัดการเลือตั้งในช่วงปลายปี 2017
“สถานการณ์การเมืองมีส่วนส่งผลให้ตัวเลขการลงทุนยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากนักลงทุนต้องการรอดูรัฐบาลชุดใหม่ก่อน” วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าว
ขณะเดียวกัน อูเบน พาราคูเอลส์ นักเศรษฐศาสตร์จากโนมูระ สาขาสิงคโปร์ กล่าวว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 อาจ “ชะลอตัวลง” จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากช่วงเวลาการใช้งบลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐาน อาจยังไม่เพียงพอกระตุ้นให้การขยายตัวปรับขึ้นได้ โดยคาดหวังว่ารัฐบาลไทยจะเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน







